Must-Carry ดับ 'จอดำ' และวิวัฒนาการสู่ Digital TV

Must-Carry ดับ 'จอดำ' และวิวัฒนาการสู่ Digital TV

Must-Carry ได้กลายเป็นอีกวาระเร่งด่วนของ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ซึ่งอาจเป็นทางออก สำหรับปัญหา "จอดำ" ที่เคยเกิดขึ้นในช่วงบอลยูโร 2012  และยังอาจเป็นตัวแปร ในการเร่งให้เกิด Digital Switch Over ที่กำลังจะมีขึ้นช่วงปลายปีนี้
 

Must-Carry เป็นการบังคับให้ ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกที่มีโครงข่ายของตัวเอง เช่น ผู้ให้บริการเคเบิลทีวี และ ผู้ให้บริการผ่านดาวเทียม จะต้อง Carry สัญญาณของ Free TV อย่างไม่ปิดกั้นหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหา ในขณะเดียวกัน Must-Carry ยังเป็นการบังคับให้ Free TV ต้องให้บริการเนื้อหาเดียวกัน ทุกช่องทาง โดยไม่เลือกปฏิบัติ และไม่มีการเรียกค่าเก็บลิขสิทธิ์อีกด้วย
 

ทั้งนี้ เมื่อ Must-Carry มีผลใช้บังคับ ปัญหาจอดำในรูปแบบของบอลยูโรก็จะหมดไป เมื่อมีการบังคับให้โทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก เปรียบเสมือนเป็น Extension ของ Free TV ซึ่งนอกจากจะต้อง Carry สัญญาณของ Free TV แล้ว ลิขสิทธิ์ของ Free TV จะต้องครอบคลุม ผู้ให้บริการเคเบิลและผู้ให้บริการผ่านดาวเทียมเหล่านี้ด้วย
 

อย่างไรก็ดี Must-Carry เป็นแนวทางปฏิบัติสากล ที่มีการบังคับใช้ในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ สืบเนื่องจากความสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ของการรับชมโทรทัศน์ผ่านเคเบิลและดาวเทียม เมื่อเทียบกับการรับชมโทรทัศน์ผ่านสัญญาณภาคพื้นดิน (Terrestrial) ที่ต้องใช้เสาก้างปลาหรือหนวดกุ้ง ปัจจุบันมีครัวเรือนเป็นจำนวนมาก ที่รับชมโทรทัศน์ผ่านเคเบิลและดาวเทียม เป็นช่องทางหลัก จนกระทั่งอาจไม่มีการรับชมผ่าน Terrestrial เลย และนี่เป็นที่มาของปัญหาจอดำ ที่หลายครัวเรือนต้องระดมติดตั้งเสาก้างปลาหรือหนวดกุ้ง เพื่อรับชม บอลยูโร 2012
 

ความได้เปรียบ ในการรับชมโทรทัศน์ผ่านเคเบิลและดาวเทียม คือ สัญญาณที่คมชัดกว่า เนื่องจากความเป็น Digital จำนวนช่องที่มากขึ้น และการเข้าถึงสำหรับครัวเรือนที่อยู่ในพื้นห่างไกล หรืออยู่ในอาคารสูง อพาร์ตเมนต์ หรือคอนโด แต่ถึงกระนั้น ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก ก็มิใช่คู่แข่งของ Free TV แต่กลับเกื้อหนุนกัน เพราะเคเบิลและดาวเทียม ก็เพิ่มจำนวนผู้ชมให้กับ Free TV ซึ่งก็เพิ่ม Rating สำหรับโฆษณาได้เช่นกัน การบังคับประกาศ Must-Carry จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะช่วยตอกย้ำ ให้ความสัมพันธ์นี้ มีความชัดเจนขึ้น
 

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องติดตามต่อไป คือ การบังคับใช้ Must-Carry เมื่อ กสทช. ได้มีการจัดสรร Digital TV เพราะ Digital TV จะทำให้มี Free TV เป็น 50-100 ช่อง จากปัจจุบันที่มีเพียง 6 ช่อง และสามารถ Must-Carry ได้ทุกช่อง แต่หลังจากมี Digital TV แล้ว อาจมีเพียงสัดส่วนหนึ่ง ของ 50-100 ช่อง ที่จะถูก Carry โดยโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก เพราะการ Carry ช่องเป็นจำนวนมาก ย่อมเกิดภาระในการประกอบธุรกิจสำหรับผู้ให้บริการ
 

ทั้งนี้ ช่อง Digital TV ที่ถูก Carry จะสามารถเข้าถึงครัวเรือนส่วนมากได้ทันที จากทั้งสัญญาณภาคพื้นดิน ที่จะเปลี่ยนเป็น Digital (Digital Terrestrial) และผ่านเคเบิลและดาวเทียม
 

แต่สำหรับช่อง Digital TV ที่ไม่ได้ถูก Carry ก็จะเข้าถึงครัวเรือนได้ผ่าน Digital Terrestrial เท่านั้น ซึ่งในส่วนนี้ยังอาจเป็นอุปสรรคสำหรับครัวเรือนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หรืออยู่ในอาคารสูง ฯลฯ ถึงแม้ Digital Terrestrial อาจมีประสิทธิภาพสูงกว่า Terrestrial ในระบบเก่าก็ตาม นอกจากนี้ ครัวเรือนยังคงต้อง Upgrade อุปกรณ์ในการรับชม อย่างเช่น ติดตั้ง Set Top Box สำหรับแปลงสัญญาณ หรือกระทั่งเสาก้างปลาหรือหนวดกุ้ง สำหรับครัวเรือนที่ยังไม่เคยติดตั้ง
 

Must-Carry จึงเป็นเรื่องที่ควรติดตาม สำหรับการทำให้ Digital Switch Over ประสบความสำเร็จ นอกจากการแก้ปัญหาจอดำ ที่กล่าวถึงในช่วงต้นแล้ว เพราะเนื่องจากประเทศไทย มีหลายช่องทางในการเข้าถึง Free TV และเป็นเรื่องที่ควรคิดสำหรับผู้ที่จะเข้าประมูล Digital TV ถึงการเข้าถึงการเข้าถึงครัวเรือนที่แท้จริง ระหว่างช่องที่จะถูก Carry และ ไม่ถูก Carry