โอลิมปิกลอนดอน ครั้งแรกในแบบ “โซเชียล ทีวี”

โอลิมปิกลอนดอน ครั้งแรกในแบบ “โซเชียล ทีวี”

มหกรรมโอลิมปิก 2012 กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติกำลังจะอุบัติขึ้นในอีกไม่กี่วัน ท่ามกลางกระแสร้อนแรงเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอด

 

มหกรรมโอลิมปิก 2012 กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติกำลังจะอุบัติขึ้นในอีกไม่กี่วัน ท่ามกลางกระแสร้อนแรงเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดหรือที่รู้จักกันดีทั้งบ้านทั้งเมือง ว่า ปัญหา “จอดำ” กำลังคุกรุ่นในบ้านเรา ในขณะที่ปัญหาจอดำบอลยูโรเพิ่งจางหายไปไม่ทันไร

 

กรุงลอนดอน ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ กำลังวางแผนเพื่อที่จะทำให้โอลิมปิกครั้งนี้ แตกต่างไปจากในทุกครั้งที่ผ่านมา หนึ่งในแผนของเจ้าภาพที่วางไว้ คือ การนำกลยุทธ์ด้านดิจิทัลมาทำให้การถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิก ตลอดระยะเวลา 17 วันมีสีสันและเข้าถึงกลุ่มคนดูให้มากที่สุด

 

บีบีซี เป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจดังกล่าว โดยมีการตั้งเป้าว่า การถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้ จะเป็น “First Truly Digital Olympic Games” ให้ได้ ซึ่งบีบีซีจะใช้การผสมผสานทั้งสื่อเก่าและสื่อใหม่ให้เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “One , Ten , Four” 

 

 “One” หมายถึง คอนเทนท์ที่บีบีซีทำบนอินเทอร์เน็ต ทั้งจากเว็บไซต์ของบีบีซีเอง คอนเทนท์จากนักข่าว และคอนเทนท์จากพาร์ทเนอร์  ที่รวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 400 แหล่ง “Ten” หมายถึง การนำเสนอคอนเทนท์ ผ่านรายการหลักของบีบีซี ทั้งหมด 10 รายการ ที่ออกอากาศผ่านช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น รายการข่าว รายการกีฬา รายงานพยากรณ์อากาศ เป็นต้น และสุดท้าย “Four” หมายถึง การกระจายคอนเทนท์ ให้เข้าถึงได้ผ่านหน้าจอทั้ง 4 ได้แก่ หน้าจอมือถือ หน้าจอแทบเล็ต หน้าจอพีซี และหน้าจอทีวี

 

สำหรับการถ่ายทอดผ่านสื่อเก่านั้น มีการใช้ ช่องทีวีหลักของบีบีซี จำนวน 3 ช่อง ได้แก่ ช่อง บีบีซี 1 บีบีซี 2 และบีบีซี 3 และมีการออกอากาศแบบเอชดี ในระบบเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมอีก 24 ช่อง แบ่งตามประเภทกีฬา ร่วมด้วยวิทยุอีก 2 ช่อง คือ บีบีซี 5 ไลฟ์ และ บีบีซี 5 ไลฟ์ เอ็กซ์ตร้า เพื่อให้ครอบคลุมให้มากที่สุด

 

อีกสื่อออนไลน์ที่มีบทบาทสำคัญมากในครั้งนี้ คือ ตัวเว็บไซต์หลักอย่าง เว็บ BBC Sport (http://www.bbc.co.uk/sport) ที่มีผู้เยี่ยมชมการถ่ายทอดกีฬาต่างๆ กว่า 20 ล้านคนในแต่ละเดือน มีการถ่ายทอดบนเฟซบุ๊คของ บีบีซี ผ่านเฟซบุ๊ค แอพที่พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษ นอกจากเฟซบุ๊ค แอพ แล้ว ทางบีบีซียังมีการพัฒนาแอพสำหรับดูแบบสตรีม ทั้งบนมือถือ แทบเล็ต บนสมาร์ททีวีและเครื่องเล่นเกม

 

แอพทั้งหมดนี้ ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดของ “โซเชียล ทีวี” โดยมีฟีเจอร์ที่สำคัญ คือ การสร้าง “โซเชียล แอคทีวีตี้” บนเฟซบุ๊ค ไม่ว่าเราจะทำอะไรกับคอนเทนต์โอลิมปิก ทุกกิจกรรมที่เราทำจะไปแสดงอยู่บนหน้า ไทม์ไลน์ และนิวส์ ฟีด (News Feed) เพื่อดึงดูดให้เพื่อนของเรา เข้ามาร่วมมากขึ้น

 

เราสามารถดูไปกับเพื่อน สามารถแชทโต้ตอบในขณะที่ดูได้ สามารถพิมพ์คอมเมนท์หรือกดไลค์ที่แมทช์นั้นๆ ได้ และเห็นว่าคนอื่นที่ดูไปกับเรา มีความคิดความเห็นกับแมทช์นี้อย่างไร

 

นอกจากการพัฒนาแอพภายในแนวคิด “โซเชียล ทีวี” แล้ว ทางบีบีซียังมีการยกเครื่องหลังบ้านของเว็บไซต์ บีบีซี สปอร์ต โดยเพิ่มระบบ Personalization ที่ช่วยให้ผู้ใช้ สามารถสร้างหน้าที่เรียกว่า “Dashboard” เพื่อรวมโปรแกรมกีฬาที่ตัวเองสนใจ ข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตารางเวลาออกอากาศ ดูคลิปย้อนหลัง ข้อมูลที่สำคัญของแมทช์ต่างๆ เป็นเสมือนหน้าแรกของคนดูโอลิมปิกเลยก็ว่าได้

 

สำหรับหน้าที่ใช้ถ่ายทอดกีฬาจะถูกสร้างขึ้นสำหรับกีฬาแต่ละประเภท โดยมีรวมกันทั้งหมด 26 ประเภท สถานที่แข่งขันอีก 32 แห่ง มีการแยกประเทศของชาติที่เข้าร่วมแข่งขัน และในทุกๆ หน้า จะมีข้อมูลของการแข่งขันที่ครบถ้วน ทั้งรายชื่อนักกีฬา มีประวัติ มีรูปหน้าตานักกีฬาให้ดู มีรายชื่อคณะกรรมการที่ตัดสิน ตารางแข่งขัน สถานที่แข่งขัน และมีการรวมคอมเมนท์จากเฟซบุ๊ค และไลฟ์ อัพเดทจากโลกทวิตเตอร์ใส่เข้ามาในทุกๆ หน้า เรียกได้ว่า ทุกบทสนทนาในโซเชียล เน็ตเวิร์ค จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการชมกีฬา

 

ทั้งหมดนี้ เป็นแผนการของ บีบีซี ที่เตรียมจะยกระดับการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิก โดยใช้แนวคิดของ “โซเชียล ทีวี” ร่วมกับการบริหารจัดการข้อมูลมหาศาล เพื่อเสิร์ฟให้ครบถ้วนและตรงกับความต้องการของผู้ที่สนใจให้มากที่สุด นับเป็นพัฒนาการไปอีกก้าวของสถานีโทรทัศน์