วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เฟซบุ๊ค คอมเมิร์ซ เทรนด์ใหม่ปี 2555

ในที่สุด การทำการค้าบน เฟซบุ๊ค ก็ถือกำเนิดเป็นเรื่องเป็นราวแล้วนะครับ

ในที่สุด การทำการค้าบน เฟซบุ๊ค ก็ถือกำเนิดเป็นเรื่องเป็นราวแล้วนะครับ ปัจจุบันร้านค้าต่างๆ เริ่มทยอยทำ เอฟบีเอ็มแอล แท็บ ขึ้นมาที่หน้าเฟซบุ๊คของตัวเองแล้ว และใส่เครื่องมือในการซื้อขาย ตารางสินค้า หรือระบบการจองที่พัก อย่างคึกคัก

 

คำถามคือว่าทำแบบนี้แล้วขายได้จริงหรือ

 

คำตอบคือขายได้ครับคุณผู้อ่าน เพราะจริงๆ แล้วคนที่เข้ามาเยี่ยมชมที่หน้าเพจของเรานั้น จะว่าไปก็เป็นคนที่เกี่ยวเนื่องและใช้บริการสินค้าของเราอยู่แล้วส่วนหนึ่ง หากจะมีส่วนที่อำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสินค้าและบริการเลยทีเดียวก็น่าจะสะดวกดีไม่น้อย

 

ผมยกตัวอย่าง นกแอร์ ก็แล้วกันครับ สายการบินรายนี้มีบริการให้คนที่อยากจะจองตั๋วเครื่องบิน สามารถซื้อและจองตั๋วที่หน้าเพจ เหมือนสายการบินใหญ่ๆ ในต่างประเทศแล้ว 

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราอาจจะมีบริการแชร์หรือไลค์เข้าไปเกี่ยวอีกนิดหน่อยก็น่าจะดี เช่น ถ้าซื้อตั๋วแล้วมีเพื่อนมากดไลค์ให้เราก็ได้รับส่วนลด หรือจัดเป็นกิจกรรมแคมเปญไลค์ โชว์ แชร์ ถ้าจองเที่ยวบินไหนแล้วเมื่อกลับมาก็โพสต์รูปภาพเชิญชวนให้เพื่อนๆ ไปเที่ยวกันต่อ ก็น่าสนใจดีไม่น้อย เพราะจะเป็นการทำ โซเชียล คอมเมิร์ซ ไปในตัวเลย

 

ตัวอย่างที่ผมยกไปเบื้องต้นเป็นไอเดียแนะแนวทางให้คุณผู้อ่านที่ทำธุรกิจหรือบริการที่แตกต่างกันไปนำไปประยุกต์ได้นะครับ หลักการของ โซเชียล คอมเมิร์ซ ผมจะเน้นไปที่ เฟซบุ๊ค คอมเมิร์ซ ก่อนสำหรับบทความนี้  ก็ลองปรับไปใช้กันดูครับ 

 

หลักการคือ ใช้ร่วมกัน แชร์ แล้วโชว์ ถ้ามี 3 อย่างนี้จะกระตุ้นให้เกิดการซื้อแบบเหมากลุ่ม หลังจากนั้นก็หาทางให้ผู้ใช้แชร์กิจกรรม ซึ่งวิธีการก็ไม่มีอะไรมาก เพียงหาประเด็นให้ผู้ใช้ได้เล่นได้โชว์ออฟกันก็เท่านั้นเองครับ

 

จำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊ค กว่า 12 ล้านคนในเมืองไทยตอนนี้ เริ่มมีผลลัพธ์ไปในการค้าขายได้แล้วนะครับคุณผู้อ่าน แต่ผมยังคงแนะนำให้ทำการค้าขายเป็นเรื่องลำดับที่ 2 โดยให้เน้นเรื่องการสร้างแบรนด์ สร้างความผูกพันกับฐานแฟนเพจเป็นอันดับ 1 นะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วรับรองได้เลยว่าแฟนๆ หายเรียบแน่

 

การทำ โซเชียล คอมเมิร์ซ ใน เฟซบุ๊ค ยังใหม่มากในเมืองไทยนะครับ แต่ก็มีผลในการสร้างยอดขายได้หลากหลาย คุณผู้อ่านลองสำรวจตัวเองว่าเราทำธุรกิจอะไร ซื้อมาขายไป สินค้าบริการ หรืออะไรก็ลองหาทางปรับประยุกต์กันไป ใช้ได้หมดละครับ เพราะตอนนี้ยอดใช้จ่ายเงินผ่านอินเทอร์เน็ตนั้นมีนัยสำคัญที่น่าจับตามองมากๆ 

 

ธนาคารทั้งหลายเริ่มตื่นตัวกับการสร้างบริการการตัดบัตรเครดิต หรือแม้แต่เดบิตก็ได้ หรืออย่างล่าสุดผมเห็นบางธนาคารใช้ระบบหมายเลขบัตรเครดิตจำลองเอาไปผูกกับบัญชีธนาคารก็มีแล้ว ดังนั้นต่อไปใครๆ ก็ซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทั้งนั้นละครับ

 

ทิ้งท้ายกันที่แฟนคอลัมน์ที่ส่งอีเมลจะมาฟังผมกระชับวงล้อมนั่งเล่าเรื่อง โซเชียล เน็ตเวิร์ค ในวันก่อน ผมขออภัยจริงๆ ครับที่เต็มไปแล้ว แต่ครั้งหน้าผมจะเล่าเรื่อง โซเชียล คอมเมิร์ซ ให้ฟังขยายความต่อจากบทความตอนนี้ละครับ ใครสนใจก็จับจองที่นั่งเสวนาสภากาแฟกันได้นะครับ ผมรับครั้งละ 10 ท่านเท่านั้นเอง ใครสะดวกจะติดขนมนมเนยมานั่งพูดคุยกันก็ได้ตามความสะดวกเช่นเดิมครับ 

 

อีเมลกันเข้ามานะครับที่ [email protected] ครับ เรื่องสถานที่เดี๋ยวผมจัดการให้เองครับ แล้วเจอกันครับ