วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เส้นทางความภูมิใจคนขายตรง

หลายท่านคงทราบว่า ผมเองได้เกษียณอายุจากการเป็นผู้บริหารบริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ตั้งแต่ต้นปี 2555 เป็นปีที่ธุรกิจขายตรงแห่งนี้

มีอายุครบ 25 ปี  ชนิดตัวผมเองอดทึ่งไปกับธุรกิจนี้ไม่ได้
 

คนไทยให้ความสำคัญกับปีที่ 25  ถือเป็นเบญจเพส เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว  ขณะที่โลกตะวันตกเปรียบคู่ครองใช้ชีวิตร่วมกันมาถึงปี 25 ว่าเป็น Silver jubilee จำได้ว่าช่วงที่แอมเวย์เปิดตัวธุรกิจขายตรง MLM ขึ้นมา  แทบไม่มีใครในบ้านเรารู้จักธุรกิจนี้มาก่อน  ไม่รู้ว่าขายตรงหลายชั้น MLM (Multi-level marketing) รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร  ต่างจากขายตรงชั้นเดียวเดินเคาะประตูบ้านขายสินค้าตรงไหน
 

สำคัญกว่านั้น ก่อนหน้าเราเปิดธุรกิจนี้ขึ้น “แชร์ลูกโซ่” ได้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจไทยเป็นวงกว้าง  บางคนนำธุรกิจขายตรงไปเหมารวมกับ Money game หรือแชร์ลูกโซ่  แต่เรายืนหยัดพิสูจน์ตัวเอง  สามารถก้าวข้ามขวากหนามนั้นมาได้
 

ผมเองร่วมงานกับแอมเวย์ในช่วงที่บริษัทเปิดดำเนินการได้ไม่นาน  จำได้ว่า ปีแรกเรามียอดขายเพียง 61 ล้านบาท
 

ล่าสุดเรามียอดขายในปี 2554 ถึง 15,500 ล้านบาท  มีนักธุรกิจแอมเวย์ดำเนินธุรกิจอย่างจริงจัง 330,000 รหัส  มีผู้สมัครสมาชิกเพื่อใช้สินค้าอีก 720,000 รหัส  เรากำลังจะย้ายไปสำนักงานใหญ่แห่งใหม่มูลค่ากว่าหนึ่งพันหนึ่งร้อยล้านบาท และกำลังรอคอยยอดขายผ่านหลักสองหมื่นล้านด้วยใจจดจ่อ  
 

ตลอดระยะเวลา 25 ปีต้องยอมรับว่า  ถนนเส้นนี้มีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง  ถึงแม้เราจะเป็นธุรกิจที่เปิดกว้าง  แต่การเป็นนักธุรกิจแอมเวย์อยู่บนพื้นฐานความมุ่งมั่นทุ่มเท  ค่อยๆ ไต่ลำดับความสำเร็จ  ไม่มีทางลัดใดๆ 
 

แน่นอนในฐานะ (อดีต) ผู้บริหาร มีส่วนทำให้องค์กรเติบโต  มียอดขายเป็นหมื่นล้าน  ด้านหนึ่งย่อมหมายถึงความภาคภูมิใจ  แต่การทำให้ “ขายตรง” เป็นหนึ่งในอาชีพ  สร้างรายได้ประจำและอาชีพเสริมให้ผู้คนจำนวนมาก  นั่นคือความภาคภูมิใจที่มากกว่า
 

  เช่นเดียวกับความรู้สึกดีๆ  เราคือองค์กรยึดมั่นกับการแบ่งปันสู่สังคม (CSR) ตั้งแต่วันแรก  เพราะนี่คือรากฐานธุรกิจที่สำคัญ ความภาคภูมิใจนี้ยังมาจากการที่เราเป็นผู้นำตลาด แต่ไม่เคยหยุดนิ่ง  โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนไทย  การนำเทคโนโลยีทันสมัยมาย่นระยะเวลาให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว
 

จากยุคแรกที่ผู้บริโภคกว่าจะได้รับสินค้าต้องใช้เวลาหลายๆ วัน  ปัจจุบันนี้เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น เรานำ e-Commerce หรืออินเทอร์เน็ตมาใช้กับธุรกิจขายตรงได้อย่างลงตัว  โดยมีแอมเวย์ ช็อป เป็นตัวเชื่อมต่อ  ทำให้สินค้าถึงผู้บริโภคเร็วและง่ายที่สุด
 

ทุกวันนี้เราไม่ได้มองเพียงการแข่งขันกับธุรกิจขายตรง  แต่จะใช้ศักยภาพของเราก้าวสู่ตลาดค้าปลีกที่มีมูลค่ามหาศาลกว่า  นั่นคือ อนาคตของเรา 
 

กระนั้นก็ตาม  ถึงแม้จะปรับเปลี่ยนตัวเองให้ล้ำสมัย  มีเป้าหมายใหม่ๆ ท้าทายกว่าเก่า  แต่ไม่เคยลืมว่าเราคือธุรกิจขายตรง  สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ การปรับ Operations ให้ทันสมัย
 

ครั้งหนึ่งข้อเขียนของผมเคยเปิดประเด็นไว้ในกรุงเทพธุรกิจว่า  การย้อนไปมองความสำเร็จในอดีตเพื่อเป็นแรงบันดาลใจไปสู่เส้นชัยใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เราสามารถนำความสำเร็จ  นำบทเรียน  มาสานต่อธุรกิจ  เพื่อก้าวไปสู่ความมั่นคงแข็งแรงในอนาคต เส้นทาง 25 ปีของแอมเวย์ยึดมั่นในแนวทางนี้เสมอ  แนวทางนี้ยังใช้ได้กับทุกๆ ธุรกิจ
 

มีข้อแม้เพียงเราอย่าหลงไปกับเสียงชื่นชมรอบทิศ  โดยหลงลืม  ไม่ยอมหันมาสำรวจตัวเองว่ามีข้อบกพร่องอะไร  มีสิ่งใดต้องปรับปรุงแก้ไข  กลายเป็นการติดกับดักความสำเร็จ  ตกหลุมสบาย Comfort Zone กลายเป็นไม่ยอมพัฒนาตัวเองไปข้างหน้า 
 

ถึงนาทีนี้ ผมก็ยังยืนยันแนวคิดเช่นนี้
 

ก่อนจบข้อเขียนชิ้นสุดท้ายของผมในกรุงเทพธุรกิจ  ต้องขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกคนที่เฝ้าติดตามอ่านคอลัมน์ผมมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับทุกคำเสนอแนะและติชม
 

สำหรับผู้อ่านที่ต้องการติดตามผลงานข้อเขียนต่อๆ ไปของผม  ซึ่งจะตีพิมพ์ในนิตยสารภายในของ แอมเวย์ประเทศไทย  สามารถติดตามได้ที่ www.facebook.com/amwaythailand   
สวัสดีครับ
 
 
*หมายเหตุ ติดตามบทความของ กิจธวัช ฤทธีราวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ในเดือนกรกฎาคม 2555 นี้เป็นต้นไป