หลายธุรกิจต้องเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อปิดช่องโหว่ เพิ่มการลงทุนในช่องทางสื่อสารใหม่ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบ บนโลกออนไลน์
ช่วงสองปีมานี้ เรามักเห็นข่าวการเปลี่ยนแปลงของโมเดลธุรกิจ อันเนื่องมาจากเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้ธุรกิจชั้นนำหลายแห่งแทบจะเหลือแต่ชื่อให้จดจำ และอีกหลายธุรกิจต้องเปลี่ยนโมเดลธุรกิจเพื่อปิดช่องโหว่ เพิ่มการลงทุนในช่องทางสื่อสารใหม่ๆ เพื่อสร้างความได้เปรียบ สร้างกลยุทธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่บนโลกออนไลน์ และตามให้ทันกับคู่แข่งรายใหม่ๆ ที่เข้าใจเทคโนโลยี มาลงสนามแข่งขันอย่างเข้มแข็ง
หลายธุรกิจประสบปัญหาเพราะความล้าหลัง จะด้วยการตัดสินใจที่ลังเลของผู้บริหาร หรือขาดวิสัยทัศน์ในการนำกลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันก็ตาม เชื่อว่าหลายท่านคงอดเสียดายอยู่ลึกๆ ไม่ได้ เมื่อได้ยินข่าวการล้มละลายของแบรนด์ดังอย่าง โกดัก ที่เป็นผู้นำในนวัตกรรมสู่วงการถ่ายภาพ แต่ไม่อาจต่อสู้กับผู้เล่นรายใหม่ๆ และหมุนไม่ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภค
ขอยกตัวอย่างแวดวงธุรกิจที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างชัดเจนว่ามีความเคลื่อนไหวกันอย่างไรบ้าง เพื่อการต่อสู้ในโลกที่การค้าข้ามเส้นกันอย่างดุเดือดในปัจจุบันนี้ เริ่มจากอุตสาหกรรมค้าปลีกที่กล่าวขวัญกันมาก และตามด้วยแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์ที่เกิดการรวมตัวอย่างยิ่งใหญ่ เพราะมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้บริโภคจากทั่วโลก
ธุรกิจค้าปลีก
เจ้าแห่งการตลาดด้านนี้ คงหนีไม่พ้นสหรัฐที่มีมูลค่าและความเคลื่อนไหวสูง มีการวิเคราะห์และวิจารณ์กันในสื่ออเมริกันว่า ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดัง เบสท์บาย จะปิดตัวลงอย่างช้าๆ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงต่อสู้กับกระแสการแข่งขันที่ดุเดือด เนื่องจากประสบปัญหาในการส่งสินค้าให้ทันต่อเวลาในช่วงเทศกาลเมื่อปลายปีที่แล้ว และไม่สามารถต่อสู้ร้านค้าออนไลน์กับคู่แข่งอย่าง อะเมซอน ทั้งในเรื่องราคาและสต็อกสินค้า ร้านค้าปลีกที่เราเคยรู้จักอย่าง เซอร์กิต ซิตี้ ก็ปิดตัวไปก่อนหน้านี้แล้ว
อันที่จริง เบสท์บาย ถือเป็นเจ้าแรกที่นำโซเชียลมีเดียมาใช้กับการดูแลลูกค้าผ่านออนไลน์ที่โด่งดังอย่าง ทเวลพ์ ฟอร์ซ น่าจะสามารถปรับตัวได้เร็ว เราคงต้องรอดูกันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใดหรือไม่ ที่จะรวดเร็วพอและทำให้ เบสท์บาย คงความเป็นผู้นำอยู่ได้
ถ้าย้อนกลับมาดูที่กลุ่มค้าปลีกของบ้านเราในตอนนี้ ถือได้ว่ามีผู้เล่นที่เปิดตัวเข้าชิงพื้นที่ออนไลน์กันมากพอสมควร ซึ่งนักการตลาดควรเข้าไปศึกษาจุดเด่นและเสน่ห์ของการบริหารร้านค้าออนไลน์ของแต่ละค่ายเป็นแนวทางได้
ธุรกิจสิ่งพิมพ์ (Print)
ร้านหนังสือ นิตยสาร สำนักพิมพ์ ต่างต้องพากันปรับตัวแบบยกเครื่อง เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบสื่อดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น อีบุ๊ค อีแมกกาซีน หนังสือพิมพ์ออนไลน์ ใครปรับตัวไปสู่ดิจิทัลเวอร์ชั่นไม่ทัน ก็อาจต้องสูญหายไปอย่างน่าเสียดาย
สำนักพิมพ์ใหญ่อย่าง คอนเดนาสต์ เฮิร์สต์ เมเรดิธ นิวส์ คอร์ป และ ไทม์ อิงค์ ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์สิ่งพิมพ์ ด้วยการเปิดตัว “NEXT ISSUE” ซึ่งเป็นแผงหนังสือดิจิทัลสำหรับแทบเล็ตแอนดรอยด์และไอแพด โดยผู้อ่านสามารถเลือกอ่านแมกกาซีนชั้นนำหลายเล่มด้วยราคาเพียง 9.99 ดอลลาร์ต่อเดือน
สารานุกรม บริแทนนิกา ก็จะไม่มีให้เห็นกันอีกต่อไป ต้องอำลาด้วยชุดที่ 32 ปี 2553 เรียกว่าเป็นอนุสรณ์ของนักสะสมหนังสือไปแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่จะรู้จักแต่ วิกิพีเดีย เท่านั้น
บ้านเราเองก็มีความเคลื่อนไหวไม่น้อย หากติดตามข้อมูลจากงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา และการตอบรับของผู้อ่านที่เริ่มปรับตัวกับการอ่านหนังสือผ่านแทบเล็ตกันมากขึ้น
ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่มีการปรับตัวอีกมากมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมบันเทิง รวมถึงธุรกิจการเงินธนาคาร ที่น่าสนุก ท้าทายและมีการแข่งขันสูงชวนให้ติดตามกันในตอนหน้า









