ยิ่งผู้บริโภคหรือผู้ใช้รถไม่ปรับตัวตามเทคโนโลยีหรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ก็จะยิ่งส่งผลเสียให้เห็นเด่นชัดมากขึ้น
ผลเสียที่ว่านั้นเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ มีทั้งเสียเงินเสียทองไปโดยใช่เหตุ เพราะซื้อรถยนต์ที่บรรจุเทคโนโลยีมากมาย แต่ไม่เคยได้ใช้งานอุปกรณ์ที่ทันสมัยนั้นเลย หรือนอกจากจะเสียเงินเสียทองเลือกซื้อมาแล้ว เมื่อไม่ได้ศึกษาวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง จึงทำให้อุปกรณ์เสียหายเพราะใช้งานผิดวิธี ผลเสียอย่างนี้บางครั้งถึงกับทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เสียทรัพย์ครั้งใหญ่ และอาจจะบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ในโลกที่เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายยังไม่แพร่หลาย ผมจะเขียนบทความเตือนบ่อยครั้งว่า การจะปรับหรือเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ใด ๆ ต้องคำนึงค่ามาตรฐานเป็นสำคัญ เพราะการเปลี่ยนจากมาตรฐานนั้น อาจจะทำให้เกิดผลเสียหายได้
เช่น มีการเตือนกันเป็นประจำว่า ถ้าจะเปลี่ยนยางติดรถ ให้มีขนาดความกว้างของหน้ายางมากกว่ามาตรฐานติดรถ ต้องระวังเรื่องล้อหรือยางจะครูดกับบังโคลนเมื่อเลี้ยว หรือเมื่อต้องขึ้นทางต่างระดับ เช่นเมื่อขับข้ามตัวหนอนลูกระนาด ที่สร้างขวางถนนไว้ เป็นต้น
หรือเมื่อจะเพิ่มหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ติดตั้งไฟสปอตไลต์เพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยสำหรับการเดินทางไกลยามค่ำคืน ผมก็จะเตือนเอาไว้เกี่ยวกับขนาดสายไฟ, วงจรไฟฟ้าสำหรับสปอทไลท์ ท้ายที่สุดก็จะแนะนำทุกครั้งว่า หากไม่มีความรู้ความชำนาญอย่างจริงจัง ก็ควรยอมไปจ่ายเงินให้ช่างที่รู้และมีประสบการณ์ ทำการติดตั้งหรือดัดแปลงให้จะดีที่สุด
แต่เมื่อโลกเราก้าวหน้ามาจนถึงยุคที่การสื่อสารไร้สายไร้พรมแดน หรือเมื่อโลกมีอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมกว้างขวางมากขึ้น ผู้คนสามารถหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าข้อมูลที่ได้มีความถูกต้องมากหรือน้อยเพียงใด ที่สำคัญก็คือเมื่อเกิดความผิดพลาดอันเนื่องมาจากข้อมูล กลับไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบในความผิดพลาดนั้นได้
ธุรกิจเกี่ยวกับอะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ยุคก่อน เมื่อซื้ออะไหล่เพื่อมาซ่อมแซม หรือซื้ออุปกรณ์มาติดตั้งด้วยตนเอง ก็ต้องเดินทางไปที่ร้านขายอะไหล่หรืออุปกรณ์ ก่อนแสดงความจำนงที่จะซื้อชิ้นนั้นชิ้นนี้
ด้านคนขายก็จะถามเพื่อความมั่นใจว่า เป็นอะไหล่หรืออุปกรณ์ที่สามารถนำไปใช้งานได้ถูกต้อง เช่น ถามยี่ห้อและรุ่นของรถ ถามถึงการเสื่อมสภาพของชิ้นส่วนเดิม ถามถึงการนำไปใส่หรือติดตั้ง เพื่อที่จะได้ไม่เกิดความผิดพลาดหรือเข้าใจต่างกัน จนกระทั่งเมื่อซื้อไปแล้วและพบว่าไม่สามารถใช้งานได้ต้องกลับมาเปลี่ยนหรือคืนกันให้เสียเวลา หรืออาจจะถึงขั้นทะเลาะกันไปเสียเปล่า ๆ
การเจรจาพูดคุยสอบถามกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ทำให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นน้อย และยังได้แลกเปลี่ยนวิธีการเปลี่ยน หรือติดตั้งเป็นอย่างดี เพราะผู้ขายสมัยก่อนนั้น ส่วนมากจะมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าที่ตนเองขายมากพอที่จะให้คำแนะนำได้
ต่างจากสมัยนี้ที่สั่งของผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งมีโอกาสที่จะผิดพลาดหรือที่พูดกันว่า “ไม่ตรงปก” เกิดขึ้นเป็นประจำ และหลายครั้งก็ยากที่จะเปลี่ยนหรือขอเงินคืนได้ ส่วนวิธีการเปลี่ยนหรือติดตั้ง หลายคนใช้วิธีเปิดดูวิธีการจากยูทูบ หรือออนไลน์อื่น ๆ ซึ่งหากเกิดความผิดพลาด ก็ไม่สามารถเอาผิดใครได้ นอกจากโทษตัวเองเท่านั้น
คนใช้รถยนต์ในอดีตยังเปลี่ยนแปลงขนาดของแบตเตอรี่กันไม่น้อย โดยส่วนใหญ่จะเปลี่ยนขนาดความจุกระแสไฟให้มากขึ้น ที่เรียกกันว่าเปลี่ยนแบตให้แอมป์เยอะขึ้น เพราะติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้ามากขึ้น เช่น ติดตั้งระบบเครื่องเสียง ไฟสปอตไลต์เพิ่มเติม เป็นต้น
ในยุคนั้นเมื่อจะเปลี่ยนความจุแบตเตอรี่ ก็จะนำรถไปที่ร้านซึ่งมีช่างผู้ชำนาญการ หรือไปซื้อแบตเตอรี่จากร้าน โดยบอกถึงยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์ คนขายก็จะสามารถหยิบแบตเตอรี่ที่เหมาะสมให้ได้ เพราะแบตเตอรี่นอกจากจะมีเรื่องของแรงเคลื่อนกระแสไฟ และความจุของกระแสไฟแล้ว ยังมีเรื่องของตำแหน่งขั้วแบตเตอรี่ ที่ต่างกันในรถยนต์แต่ละยี่ห้อ และยังมีระดับของขั้วแบตเตอรี่ ที่ผู้ผลิตติดตั้งเอาไว้ในรูปแบบที่ต่างกันด้วย โอกาสที่จะซื้อผิดจึงเกิดขึ้นได้น้อย
แต่แบตเตอรี่ที่ใช้กับรถยนต์ในปัจจุบันนี้มีมากประเภท ต่างกันทั้งขนาดรูปร่าง ความสามารถในการเก็บประจุไฟฟ้า วัสดุหลักภายใน ซึ่งทำให้เจ้าของรถยนต์หรือแม้แต่ผู้จำหน่ายไม่สามารถรู้ได้ว่าเมื่อนำไปใช้งานจริง จะเกิดความแตกต่างหรือมีปฏิกิริยาอย่างไร นอกจากหาความรู้จากยูทูบหรือแหล่งต่าง ๆ หรือคำบอกเล่าจากโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งหาตัวตนต้นตอของคนบอกเล่าไม่ได้ หรือหาได้ก็ไม่มีใครรับผิดชอบในความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาจึงมีกรณีรถยนต์ไฟฟ้า ที่จอดอยู่เฉย ๆ แล้วไฟลุกไหม้ และจากแหล่งข้อมูลหลายแหล่งให้ความเห็นตรงกันว่า เป็นเพราะเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ ซึ่งต่างประเภทกับมาตรฐานที่ติดรถมาจากโรงงาน โดยเชื่อว่าจะให้กระแสไฟฟ้าที่แรงกว่า เก็บประจุไฟฟ้าได้มากและนานกว่า มีอายุการใช้งานนานกว่า
ท้ายที่สุดเมื่อไฟไหม้ ผู้ผลิตจึงไม่รับผิดชอบกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และนักวิชาการทั้งหลายให้ความเห็นตรงกันว่า เป็นเพราะต้นเหตุจากแบตเตอรี่ที่เปลี่ยนใหม่
จึงน่าจะเป็นบทเรียนสำคัญ ให้เจ้าของรถยนต์สมัยใหม่ทุกประเภทรู้ว่า การจะเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าใดๆในรถยนต์ ต้องเรียนรู้ข้อดีและข้อเสียอย่างจริงจัง อย่างน้อยก็ควรจะต้องอิงค่ามาตรฐานของผู้ผลิตเอาไว้ก่อนครับ


