บางคนก็ใช้พวงมาลัยอย่างผิดวิธีโดยไม่รู้ตัว ทำให้ส่งผลเสียไปยังอุปกรณ์ชิ้นอื่นอีกมากมาย บางครั้งยังมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของรถยนต์อีกด้วย
มีคนขับรถจำนวนมากที่กังวลเกี่ยวกับความ “ตรงหรือไม่ตรง” ของพวงมาลัย กล่าวคือเมื่อล้อรถอยู่ในทิศทางที่ตั้งตรงไปข้างหน้า แต่วงพวงมาลัยกลับมีลักษณะเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งเล็กน้อย ทำให้เกิดความกังวลใจว่ารถยนต์จะ “เสียศูนย์” ไปหรือไม่ หรือบางคนอาจจะเข้าใจในเชิงเทคนิค แต่เหลือบตาลงมามองพวงมาลัยทีไร ก็อดเกิดความรู้สึกหงุดหงิดในใจไม่ได้
คนที่ทนไม่ได้ก็นำรถไปให้ช่างทำการปรับแต่ง บางคนพอช่างแก้ไขให้จนพวงมาลัยอยู่ในตำแหน่งตรงเป๊ะแล้ว แต่ปรากฏว่าศูนย์ล้อกลับเสียไป เมื่อรถแล่นในทางตรงบนถนนที่ราบเรียบ กลับมีอาการดึงหรือรถแล่นไปทางซ้ายหรือขวา บางคันมีอาการมากถึงขนาดที่ปล่อยมือจากพวงมาลัยไม่ได้เลย เพราะรถจะแล่นเซออกไปทางใดทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
รถยนต์บางคันพอช่างแก้กลับมาให้ ปรากฎว่ามีอาการพวงมาลัยไวมาก ขยับนิดขยับหน่อยรถจะเปลี่ยนทิศทางทันที ทำให้ต้องจับพวงมาลัยอย่างมั่นคงด้วยมือทั้งสองข้างตลอดเวลา เพราะมีอาการที่เรียกกันว่าพวงมาลัยมีความเครียด ไม่มีระยะฟรีซึ่งต้องมีตามปกติ ทำให้คนขับรถมีความเครียดตามไปด้วย
หลายครั้งที่ผมให้คำแนะนำกับผู้ที่ปรึกษาปัญหา และเมื่อสอบถามแล้วพบว่าแม้พวงมาลัยจะเอียงบ้างเล็กน้อย แต่ศูนย์ของตัวรถยังตรงตามมาตรฐาน คือเมื่อขับรถบนถนนที่ราบเรียบ แล้วทดลองปล่อยมือรถยังแล่นไปตรงตามถนนได้ปกติ กรณีอย่างนี้ผมมักจะให้คำแนะนำว่า ไม่ต้องไปเสียเวลาแก้ไขให้เกิดเรื่องบานปลาย เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางชุดใหม่ จึงค่อยให้ร้านที่เปลี่ยนยางทำการปรับตั้งศูนย์ และปรับตำแหน่งของพวงมาลัยเสียใหม่ในคราวเดียวกัน
ยกเว้นกรณีที่พวงมาลัยเอียง แล้วรถแล่นแฉลบซ้ายหรือแฉลบขวา อย่างนี้จึงควรรีบแก้ไข ช่างที่จะแก้ไขได้ต้องเป็นช่างที่ทำงานเกี่ยวกับระบบช่วงล่าง หรือช่างที่มีความสามารถและมีเครื่องมือสำหรับตั้งศูนย์ล้อ
คนขับรถยนต์จำนวนไม่น้อยชอบหมุนพวงมาลัยในขณะที่รถจอดนิ่งอยู่กับที่ เช่น ขณะที่จอดรอเลี้ยวกลับรถแบบที่เรียกว่ายูเทิร์น หรือในขณะที่เตรียมออกรถจากการจอดเทียบทางเท้า หรือหมุนพวงมาลัยก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกจากจุดจอดรถ
การหักพวงมาลัยขณะที่รถจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่ เป็นการทำให้ระบบบังคับเลี้ยวเกิดความชำรุดเสียหายได้ง่าย ทำให้การสึกหรอของหน้ายางไม่เป็นไปตามปกติ
สิ่งที่ถูกต้องคือต้องให้รถเคลื่อนตัวไปเล็กน้อยจึงค่อยหักพวงมาลัย จะช่วยลดการสึกหรอของระบบบังคับเลี้ยวลงได้ และทำให้ยางหรือหน้ายางสึกหรอไปตามมาตรฐานที่ควรเป็น
ในกรณีที่มีระบบช่วยผ่อนแรงแบบไฮดรอลิค การหมุนพวงมาลัยเพื่อให้ล้อเลี้ยวในขณะรถจอดหยุดนิ่ง จะทำให้ปั๊มเพาเวอร์ของระบบพวงมาลัย หรือปั๊มไฮดรอลิคทำงานหนักขึ้น จนทำให้เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดจากสายพานเพาเวอร์ และอาจจะทำให้น้ำมันเพาเวอร์รั่วซึมได้ง่าย ๆ ด้วย
การใช้พวงมาลัยที่ถูกต้องก็คือ ต้องหมุนพวงมาลัยในขณะที่ล้อหมุนพารถเคลื่อนที่ และหลีกเลี่ยงการหักพวงมาลัยจนล้อเลี้ยวสุด ในขณะที่รถจอดอยู่ เพราะปั๊มเพาเวอร์จะทำงานหนัก ทำให้สายพานเพาเวอร์เสียเร็วกว่าปกติ ซีลของปั๊มเพาเวอร์จะฉีกขาดเร็วขึ้น
มีผู้ขับรถยนต์ส่วนหนึ่งที่ปรับเพิ่มความกว้างหน้ายางให้กว้างกว่ายางมาตรฐานที่ติดรถมาจากโรงงาน กรณีเช่นนี้ต้องระวังเรื่องความกว้างว่าจะไปทำให้ขอบของหน้ายางครูดกับบังโคลนในขณะเลี้ยว และทำให้ระบบช่วงล่างด้านหน้า รวมถึงระบบบังคับเลี้ยวต้องรับภาระมากขึ้น
ผู้ที่ขยายความกว้างของล้อคู่หน้า เช่น นำรถไปเปลี่ยนกะทะล้อแมกซ์ชุดใหม่ ที่มีค่าออพเซทเปลี่ยนไป เพื่อให้ล้อและยางล้นออกมาด้านข้าง แบบที่เรียกกันว่าทำให้ดูเต็ม หรือบางคนไปทำด้วยการใส่อะแดปเตอร์หรือแผ่นหนุน ให้กะทะล้อขยับห่างออกมาจากหัวเพลา ในกรณีเช่นนี้ต้องนึกไว้เสมอว่า นอกจากจะทำให้น้ำหนักของพวงมาลัยหนืดมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ภาระของระบบบังคับเลี้ยว เช่นคันชักคันส่งมีภาระในการรับน้ำหนักมากขึ้น อาจจะส่งผลเสียไปถึงการควบคุมรถได้ด้วย
การจะเปลี่ยนขนาดความกว้างของหน้ายาง การจะเปลี่ยนระยะออพเซทของกะทะล้อด้วยวิธีใดก็ตาม จึงต้องศึกษาข้อมูลให้ถูกต้อง เพราะยางคือชิ้นส่วนเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนน มีผลต่อการทรงตัว ระยะการเบรก วงเลี้ยว สรุปโดยรวมคือมีผลอย่างมากต่อความปลอดภัย การปรับหรือเปลี่ยนที่ผิดพลาดจึงอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
ยางรถยนต์เป็นอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนที่มีกฎหมายระบุว่าต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน จากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก.เพราะฉะนั้นการจะเปลี่ยนแต่ละครั้ง อย่าคิดแต่เรื่องของราคาสูงหรือต่ำ แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของยางเป็นหลัก
คนขับรถที่ดีต้องหมั่นสังเกตการสึกหรอของยางเอาไว้เสมอ เพราะการสึกหรอแต่ละรูปแบบ จะบอกได้ถึงความสมบูรณ์หรือความบกพร่องของระบบบังคับเลี้ยวได้ดี หากพบว่ายางมีการสึกหรอที่ผิดรูปแบบปกติ ก็จะสามารถแก้ไขความบกพร่องของชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายบานปลาย และช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี
พวงมาลัยรถก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่ผู้ขับรถสามารถรู้ถึงความบกพร่องหรือความผิดปกติ จากการสึกหรอของหน้ายางด้วยเช่นกัน พึงจำไว้เสมอว่ารถยนต์ที่พวงมาลัยทำงานเป็นปกติ ย่อมมีความปลอดภัยสูงกว่ารถยนต์ที่ระบบพวงมาลัยบกพร่องครับ



