วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม 2569

Login
Login

พวงมาลัย

หากว่าวันใดวันหนึ่งพวงมาลัยรถยนต์ชำรุดกะทันหัน ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมได้ รถยนต์คันนั้นก็ย่อมต้องเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

มีคนตั้งข้อสงเกตเล่น ๆ ว่า อุปกรณ์ที่ใช้บังคับทิศทางของยานพาหนะ ทำไมมีชื่อเรียกต่างกันออกไป เช่น ในรถจักรยานและรถจักรยานยนต์ มีชื่อเรียกว่า แฮนด์ หรือ แฮนด์เดิ้ลบาร์ นั้น พอเข้าใจได้เพราะว่าด้วยรูปลักษณ์ที่เป็นก้านหรือเป็นบาร์ แต่อุปกรณ์ที่ใช้ในเรือยนต์ ทำไมเรียกกันว่าพังงา แทนที่จะเรียกว่าพวงมาลัยเรือ ทั้งที่มีรูปร่างใกล้เคียงกันมาก

ยุคที่ผมเติบโตมากับการแข่งขันรถยนต์ ยุคที่วัยรุ่นชอบนำรถไปแต่ง ทั้งเพื่อเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพ ทั้งเพื่อความสวยงาม พวงมาลัยเป็นอุปกรณ์อีกอย่างหนึ่ง ที่ถูกนำไปปรับแต่งกันมาก

สมัยหนึ่งคนชอบหาอุปกรณ์เสริมมาสวมที่พวงมาลัย มีทั้งแบบเป็นหนังเทียมที่สวมทับแล้วใช้เชือกร้อยรัดเพื่อตรึงให้กระชับแน่น มีทั้งเปลี่ยนวงพวงมาลัยใหม่ ยุคนั้นสมัยนั้นนิยมเอาพวงมาลัยที่ทำเลียนแบบไม้ มาเปลี่ยนแทน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัสดุจำพวกโพลียูรีเทน หรืออาจจะเป็นพลาสติกอัดขึ้นรูป และเอาหนังเทียมมาหุ้มบ้าง มีฟองน้ำอยู่ด้านในหนังเทียมบ้าง หรือปล่อยเป็นพลาสติกเปลือยให้แข็งอย่างนั้นบ้าง

แต่ถ้าเป็นประเภท “ขาซิ่ง” ของยุคสมัยนั้น ก็ต้องเปลี่ยนให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางลดลง เช่นเดิมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๕ นิ้วฟุต เพราะวิศวกรผู้ผลิตคิดว่ารถยนต์ที่ใช้งานประจำวันทั่วไป พวงมาลัยที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางมากๆ จะช่วยให้ควบคุมรถได้ง่าย ออกแรงน้อยลง

แต่วัยรุ่นก็คือวัยรุ่นไม่ว่าจะเป็นยุคไหนก็ตาม เมื่อเห็นภาพจากการแข่งขันต่าง ๆ ทั้งการแข่งขันทางเรียบแบบรถสูตรหนึ่ง และการแข่งขันทางวิบากแบบที่เรียกกันว่าแรลลี่ รถยนต์ส่วนใหญ่จะมีพวงมาลัยที่เส้นผ่าศูนย์กลางเล็กลง เพราะนักแข่งต้องการความกระฉับกระเฉงคล่องตัว ขยับพวงมาลัยเพียงเล็กน้อย ก็สามารถบังคับทิศทางให้รถเลี้ยวไปได้ในมุมกว้างมากขึ้น จึงมีการเปลี่ยนจากเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๕ นิ้ว ลดลงมาเหลือ ๑๔ นิ้วบ้าง ๑๓ นิ้วบ้าง

และมีการเปลี่ยนพวงมาลัยเป็นแบบมีสีสันมากขึ้น ที่นิยมกันมากก็เป็นของยี่ห้อ เบเนตอง ซึ่งมีราคาแพงมาก แต่ก็มีของเทียมเลียนแบบออกมาวางจำหน่าย เป็นพวงมาลัยที่มีสีสันสดสวยงาม ประกอบไปด้วยสีแดง สีเขียว และสีเหลืองสลับกันไป

การเปลี่ยนในยุคสมัยนั้น ส่วนใหญ่เน้นไปที่ความสวยงาม เพราะหลายอย่างเมื่อใช้งานในชีวิตจริง พบว่าขลุกขลักมากขึ้น มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นด้วยซ้ำ เช่น วงพวงมาลัยมาตรฐานที่ติดมาจากโรงงานสวิตช์แตรจะติดตั้งให้สามารถใช้งานได้ง่าย โดยมีก้านต่อออกมาจากกึ่งกลางพวงมาลัย เวลากดแตรจะได้ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย เพียงแค่เหยียดนิ้วออกไป

ในขณะที่พวงมาลัยที่เปลี่ยนใหม่ จะมีสวิตช์แตรอยู่ที่กึ่งกลางพวงมาลัยเท่านั้น คนขับก็ต้องละมือข้างหนึ่ง เพื่อไปกดสวิตช์ หรือพวงมาลัยที่เปลี่ยนใหม่เป็นวัสดุไม้เทียม หรือวัสดุแข็งอื่น ๆ  ก็จะทำให้มือของคนขับลื่นหลุดได้ง่ายกว่าพวงมาลัยมาตรฐาน ที่มีความนุ่มและกระชับมือมากกว่า

วิศวกรยานยนต์รู้ดีว่าการขับรถยนต์อย่างปลอดภัยนั้น ผู้ขับต้องใช้สองมือจับพวงมาลัยตลอดเวลา จึงพยายามออกแบบสวิตช์ควบคุมต่าง ๆ เพื่อให้ไม่ต้องละมือไปจากพวงมาลัยเลย สวิตช์ควบคุมต่าง ๆ เช่นก้านสวิตช์ไฟเลี้ยว, ไฟสูง และ ไฟต่ำ จะต้องสามารถใช้งานได้โดยแค่เหยียดนิ้วออกไปบังคับสวิตช์

ด้วยแนวคิดดังกล่าวนี้เอง จึงทำให้เกิดพวงมาลัยแบบที่เรียกกันว่า “มัลติฟังค์ชั่น สเตียร์ริ่ง วีล” กล่าวคือมีสวิตช์ควบคุมต่าง ๆ วางไว้ที่พวงมาลัย สามารถควบคุมได้ โดยมือทั้งสองข้างยังกุมอยู่ที่พวงมาลัย เช่น สวิตช์ควบคุมระบบความบันเทิง การเร่งหรือหรี่เสียงจากวิทยุ, สวิตช์ควบคุมความเร็วเดินทางคงที่ หรือครุยซ์คอนโทรล, แม้แต่ก้านควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ ที่เรียกกันว่าแพดเดิ้ลชิพท์

พวงมาลัยเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก วิศวกรของผู้ผลิตรถยนต์จึงคิดค้นพัฒนาพวงมาลัยอย่างหนัก มีการทำให้สามารถปรับได้ตามสรีระของผู้ขับขี่ มีการคิดติดตั้งเครื่องหมายสำหรับให้ผู้ขับขี่รู้ว่า ตอนนี้พวงมาลัยอยู่ในตำแหน่งที่บังคับให้รถแล่นไปตรงทางหรือไม่ โดยทำเครื่องหมายหรือสีที่โดดเด่น เช่นสีแดง เอาไว้ตรงตำแหน่ง ๑๒ นาฬิกา

มีการคิดค้นเผื่อสำหรับผู้ขับที่อาจจะมีสรีระพิเศษ เช่น เป็นคนที่ขายาวมากกว่าคนปรกติ หรือเป็นคนอ้วนมากหรือมีพุงยื่นมาก จนอาจจะไปขวางการหมุนของพวงมาลัย จึงออกแบบพวงมาลัยที่มีด้านล่งป้านยุบเข้ามา แบบที่เรียกกันว่าเป็นพวงมาลัยแบบ ดี-เชป 

แต่วิศวกรของผู้ผลิตรถยนต์ในปัจจุบัน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์จีนหลายยี่ห้อ กลับออกแบบพวงมาลัยโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในการควบคุมรถ โดยอยากจะออกแบบเป็นรูปทรงอะไรก็ทำไป ไม่คำนึงว่าจะทำให้ผู้ขับเกิดความขลุกขลักในการควบคุมทิศทางรถหรือไม่ เราจึงเห็นพวงมาลัยรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมฐานโค้งทั้งด้านบนและด้านล่าง เราจึงเห็นพวงมาลัยที่ทำเลียนแบบพวงมาลัยเครื่องบิน ทั้งที่มีการใช้งานต่างกันโดยสิ้นเชิง

ปัจจุบันนี้ปัญหาของพวงมาลัย จึงไม่ได้เกิดจากผู้ใช้รถยนต์นำไปดัดแปลงอีกแล้ว เพราะเมื่อเป็นพวงมาลัยแบบมัลติฟังค์ชั่นสเตียริ่งวีล เจ้าของรถก็ไม่อยากไปแตะต้อง แต่กลับเป็นผู้ผลิตรถยนต์เอง ที่ทำให้พวงมาลัยกลายเป็นอุปสรรคในการขับรถไปครับ