วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

ลอง ‘B20’ ยุคน้ำมันแพง สมรรถนะ การทำงานเครื่องยนต์ ไม่ต่าง B7

ยุคที่น้ำมันมีราคาแพง และผันผวน หลายภาคส่วนมีความพยายามผลักดันให้ลดการใช้พลังงาน รวมถึงการหาพลังงานใหม่ ๆ มาทดแทน รวมถึงไบโอดีเซล B20

ในแวดวงยานยนต์ที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ดำเนินการกันมากคือ การเน้นการใช้งานรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) ซึ่งก็เป็นหนึ่งในแนวนโบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมการใช้งานมากขึ้นด้วยเช่นกัน

แต่ก็ทำให้หลายส่วนออกมาติงอยู่บ้างเหมือนกันว่า จริง ๆ แล้ว การประหยัดพลังงาน การลดการพึ่งพาการนำเข้า ไม่จำเป็นต้องเป็น อีวี เสมอไป แต่รถยนต์ระบบเดิม ๆ ที่ยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ก็มีความสามารถในการสนับสนุนแนวคิดนี้เช่นกัน

เพราะเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น และลดการปล่อยมลพิษลง 

รวมถึงยังสามารถสนับสนุนการใช้พลังงานในประเทศ และเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง ผ่านการใช้แก๊สโซฮอล์ที่มีส่วนผสมของเอทานอล หรือว่าไบโอดีเซล ที่มาจากผลผลิตภาคการเกษตร

จริง ๆ แล้ว บ้านเราใช้ทั้ง 2 พลังงานนี้มายาวนาน และมีหลายสูตร แต่ช่วงนี้มีความเคลื่อนไหวในฝั่งของไบโอดีเซลมากกว่า จากทั้งภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนการใช้งานดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลมากขึ้น ปัจจุบันสูงสุดคือ 20% หรือสูตร B20 

โดยฝั่งผู้จำหน่ายน้ำมันก็มีสถานีที่ให้บริการแล้ว 1,259 สถานี จากข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน

ขณะที่ภาคเอกชนก็ขานรับ เห็นได้จากการประกาศรับรองความสามารถในการใช้งานของผลิตภัณฑ์ของกลุ่มรถเครื่องยนต์ดีเซล

ด้านอีซูซุ ก็อออกมาประกาศรับรองทั้งรถปิกอัพ พีพีวี และรถบรรทุก มีทั้งที่ใช้ได้เลย และบางรุ่นต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนบางรายการ 

โดยปิกอัพ ดีแมคซ์ รุ่นปี 2024 ถึงปัจจุบัน ที่เป็นรถมาตรฐานยูโร 5 (Euro 5) สามารถเติมได้ทันที ไม่ต้องทำอะไร

ลอง ‘B20’ ยุคน้ำมันแพง  สมรรถนะ การทำงานเครื่องยนต์ ไม่ต่าง B7

ส่วนใครที่ใช้รถรุ่นปี 2012-2024 มาตรฐานยูโร 3 และ 4 ให้ดูว่ามีสติกเกอร์ดีเซล B20 หรือไม่ ถ้าไม่มีให้จัดการกับ 3 ชิ้นส่วนคือ 

  • เปลี่ยนท่อไหลกลับที่ถังน้ำมันเชื้อเพลิง 
  • เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิง 
  • ตรวจสอบท่อยางน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าจำเป็นก็ให้เปลี่ยน 

แต่ถ้ามีสติกเกอร์ ไม่ต้องเปลี่ยนท่อไหลกลับที่ถังน้ำมันเชื้อเพลิง

ส่วนรุ่นก่อนปี 2012 ที่เป็นยูโร 1-3 ไม่ต้องไปทำอะไรกับมันครับ ใช้ B20 ไม่ได้

พีพีวี มิว-เซเว่น (MU7) ไม่สามารถใช้ได้ ส่วน มิว-เอ็กซ์​ (MU-X) รุ่นปี 2014-2024 ที่เครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 4 ไม่ว่าจะมีสติกเกอร์หรือไม่ ให้เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิง และตรวจสภาพท่องยางน้ำมันเชื้อเพลิง และเปลี่ยนถ้าจำเป็น 

รุ่นปี 2025 ขึ้นไปที่เป็นมาตรฐานยูโร 5 สามารถใช้งานได้ทันที 

ลอง ‘B20’ ยุคน้ำมันแพง  สมรรถนะ การทำงานเครื่องยนต์ ไม่ต่าง B7

ทั้งนี้ปัจจุบัน ราคา B20 ที่ถูกกว่า B7 ลิตรละ 5 บาท (ราคาวันที่ 28 สิงหาคม) น่าจะเป็นสิ่งที่จูงใจผู้ใช้รถดีเซลไม่น้อย และคงไม่เฉพาะกับผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ที่แต่ละวันใช้งานระยะทางไกล ซึ่งจะประหยัดแบบเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนเท่านั้น แต่ผู้ที่ใช้รถในชีวิตประจำวันที่อาจจะใช้งานแต่ละวันไม่มากนัก ก็คงมองอย่างสนใจเช่นกัน 

แต่เข้าใจว่าก็น่าจะมีอยู่ไม่น้อยที่ยังลังเล ทั้งเรื่องของประสิทธิภาพและสุขภาพของเครื่องยนต์ ซึ่งอันหลังนี้น่าจะมีผลต่อการลังเลมากกว่า 

เพื่อจัดการกับความลังเลนี้ แบรนด์ต่าง ๆ ก็ออกมาให้ข้อมูลด้านต่าง ๆ และในส่วนของอีซูซุ ล่าสุดจัดกิจกรรมทดลองใช้งาน โดยจะวัดความแตกต่างกันทั้งการจับด้วยความรู้สึก และด้วยเครื่องมือ ที่มีชื่อว่า “G-IDSS” ซึ่งเป็นเครื่องมือเฉพาะของอีซูซุที่ใช้สำหรับตรวจสอบและวิเคราะห์การทำงานของเครื่องยนต์ในภาพรวม โดยสามารถตรวจสอบค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ได้อย่างละเอียด

การทดลองมีทั้ง ดีแมคซ์ และ มิว-เอ็กซ์ ในส่วนของผมขับ มิว-เอ็กซ์ อาร์เอส ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE

  • กำลังสูงสุด 163 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร 
  • เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

มาพร้อมโหมด Rev Tronic และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ค่าตัว 1,624,000 บาท (สีเมทัลลิค) และ 1,636,000 บาท (สีขาวมุก)

เส้นทาง "กรุงเทพฯ-แก่งกระจาน เพชรบุรี-กรุงเทพฯ" รวมแล้วกว่า 560 กม. เพราะซอกแซกแถวแก่งกระจาน และรอบ ๆ ซึ่งก็ทำให้ได้เส้นทางที่หลากหลาย ทั้งในเมือง ทางด่วนระหว่างเมือง M81 จากบางใหญ่ไปออกนครปฐม และเส้นทางผ่านป่า ทางเขา ทางโค้ง ทางเนิน ให้เหมือนกับการใช้งานจริง 

ลอง ‘B20’ ยุคน้ำมันแพง  สมรรถนะ การทำงานเครื่องยนต์ ไม่ต่าง B7

จากความรู้สึกในการขับขี่นะครับ ผมว่ามันไม่รู้สึกแตกต่างกับการใช้ B7 โดยเฉพาะเมื่อต้องการพละกำลัง อัตราเร่ง เรียกมาได้แบบไม่มีจังหวะหน่วง คิดช้าทำช้าแต่อย่างใด ยังตอบสนองกับแป้นคันเร่ง และเท้าขวาได้ดี

ดังนั้นจังหวะเร่งแซงก็เป็นไปตามธรรมชาติ และมื่อขับเส้นทางภูเขาก็เช่นกัน การเรียกกำลังหรือเพิ่มความเร็วช่วงปีนไต่ ก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างหรือหน่วงแต่อย่างใด ยังไล่ความเร็วได้เนียน 

ขณะที่ความรู้สึกจากการขับขี่ทั่วไประยะ 560 กม.ทั้งความเร็วสูง ความเร็วต่ำ หรือ ช่วงคลาน ๆ ในสภาพจราจรหนาแน่น และการจอดหยุดนิ่ง เครื่องยนต์ก็เดินได้เรียบร้อยดี ไม่มีอะไร 

ส่วนอัตราสิ้นเปลืองที่ได้ อยู่ที่ 14 กม./ลิตร ถือว่าโอเคครับ 

G-IDSS ที่ตรวจสอบและวิเคราะห์การทำงานของเครื่องยนต์ในภาพรวม โดยอีซูซุ ระบุว่าการทำงานของเครื่องยนต์เป็นปกติ

โดยเครื่องมือนี้สามารถตรวจสอบค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ สามารถดูได้จากส่วนหลัก คือ ความดันน้ำมันเชื้อเพลิงในท่อเรล (FRP) และแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงในท่อเรลที่ต้องการ หากใกล้เคียงกันหมายความว่าการกรองเชื้อเพลิงปกติดี ไม่เกิดการอุดตัน การชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 4 กระบอกสูบ เพื่อแสดงการชดเชยการทำงานหัวฉีดขณะรอบเดินเบาจังหวะการฉีดน้ำมัน ปริมาณการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง และปริมาณการฉีดน้ำมันของหัวฉีดสถานะของพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ DPD เช่นความดันส่วนต่างของไอเสีย สถานะการกักเก็บ PM อุณหภูมิไอเสีย เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดไม่ผิกปกติแต่อย่างใด

ลอง ‘B20’ ยุคน้ำมันแพง  สมรรถนะ การทำงานเครื่องยนต์ ไม่ต่าง B7

และนี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งส่วนที่อีซูซุจะสื่อสารไปยังลูกค้าเพื่อเปิดใจให้กับทางเลือกที่ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้มาก แต่ก็มีข้อแนะนำสองสามข้อ 

  • ควรร่นเวลาเปลี่ยนกรองน้ำมันจากทุก 4 หมื่น กม.เป็น 2 หมื่น กม. Zกรองน้ำมันเชื้อเพลิงราคา 410 บาท) 
  • ไม่ควรจอดรถไว้เฉย ๆ นานเกินไป เช่น เกิน 2 เดือน เพราะอาจทำให้เป็นไขได้ และหากใช้งานในพื้นที่ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศา มีความเสี่ยงเป็นไขได้เช่นกัน 

แต่จะมีสักกี่ที่ กี่ช่วงเวลาครับ ที่เราจะได้เจออากาศดี ๆ แบบนั้น