Scale up Vaccine โจทย์ใหญ่ภาคธุรกิจ

เมื่อการปูพรมฉีดวัคซีนกลายเป็นทางออกเดียวของวิกฤต Covid-19 ปัญหาที่หลายประเทศกำลังเจอตอนนี้ ไม่ใช่มีแค่เรื่องของปริมาณวัคซีนที่พร้อมให้ฉีด

 แต่มีเรื่องที่ดูเหมือนว่าจะใหญ่พอๆกัน และกลายเป็นปัญหาที่ภาครัฐต้องร่วมมือกับภาคธุรกิจในการแก้ไข ก็คือ การกระจายวัคซีนให้เข้าถึงประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ  สหรัฐอเมริกาที่อยู่ในอันดับต้นๆของประเทศและได้ระดมสรรพกำลังที่มีทั้งหมดไปกับการผลิตและกระจายวัคซีน ก็ยังคงพบอุปสรรคมากมายในการที่จะทำให้ประชากรกว่า 300 ล้านคนของประเทศได้รับการฉีดวัคซีน ถึงแม้ปัจจุบันจะทำได้ถึงกว่า 30% แต่ผู้บริหารฝั่งภาครัฐเองก็ออกมายอมรับว่าการเข้าถึงประชากรส่วนใหญ่ เป็นความท้าทายที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยความพยายามของฝั่งรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว

            ในฝั่งสหรัฐอเมริกาองค์กรยักษ์ใหญ่กลุ่ม Big Tech อย่าง Apple, Amazon, Facebook, Microsoft และ Google ต่างก็เข้าไปสนับสนุนช่วยเหลือภาครัฐ ตั้งแต่เรื่องของการบริหารจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับวัคซีน มีการเชื่อมโยงระบบและนำเอาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น AI, Machine Learning, IoT และ Blockchain เข้าไปช่วยบริหารจัดการ Big Data รวมถึงการเข้าไปช่วยกระบวนการกระจายวัคซีนตั้งแต่ การช่วยวางระบบลงทะเบียน ระบบติดตามการผลิต จัดเก็บ และ จัดส่งวัคซีน ไปจนถึงการอำนวยความสะดวกเรื่องสถานที่การฉีดวัคซีน

นอกเหนือจากกลุ่ม Big Tech องค์กรยักษ์ใหญ่ในภาคอุตสาหกรรมเช่น Honeywell ก็ช่วยบริหารจัดการวัคซีนจำนวนกว่าล้านโดสเพื่อนำไปฉีดให้กับพนักงานและคนในชุมชน เพื่อเป็นการเร่งกระจายวัคซีนให้ได้เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด  แต่ไม่ว่าจะทำได้ดีขนาดไหนการทำงานใหญ่ระหว่างภาครัฐและเอกชน

 แม้กระทั่งในประเทศที่ขึ้นชื่อว่า เป็นประเทศที่มีระบบที่เปิดกว้างก็ยังประสบปัญหา การทำงานระหว่างภาคเอกชนกับหน่วยงานท้องถิ่นของแต่ละรัฐก็มีความขัดแย้งเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการแชร์ข้อมูลและการสื่อสารระหว่างกัน ในบางรัฐภาคเอกชนก็ถอนตัวออกจากการให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ

            บนความท้าทายของการกระจายวัคซีนในวงกว้าง องค์กรขนาดใหญ่จึงจำเป็นที่จะมุ่งโฟกัสไปที่การทำ Workplace Vaccination Program  คือการออกมาตรการกระตุ้นเพื่อให้พนักงานในสังกัดออกไปฉีดวัคซีนหรือจัดหาวัคซีนให้พนักงาน เช่น Amtrak บริษัทรถไฟที่ใหญ่ที่สุดมีพนักงานกว่า 20,000 คน ยอมจ่ายค่าแรงพิเศษให้พนักงานที่เอาเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนมาแสดง  Instacart แพลตฟอร์มบริการสั่งซื้อของส่งถึงบ้านที่มีพนักงานให้บริการกว่า 500,000 คนทั่วประเทศ เสนอค่าแรงพิเศษ 25 เหรียญให้กับพนักงานที่ได้รับการฉีดวัคซีน

          ส่วนฝั่งธุรกิจค้าปลีกและอาหารอย่างเช่น McDonald’s, Target, Kroger, Trader Joe’s ก็เสนอค่าตอบแทนพิเศษให้กับพนักงานพร้อมให้สิทธิ์การลางานให้กับพนักงานโดยชดเชยค่าจ้างให้ตามเวลา  ความเคลื่อนไหวของภาคเอกชนที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐฯ เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจที่แสดงให้เห็นว่า ในที่สุดแล้วการทำให้วัคซีนเข้าถึงคนหมู่มากเป็นภารกิจสำคัญของภาคธุรกิจ เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวเร่งให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

            ในทางปฏิบัติถึงแม้ความร่วมมือระหว่าภาครัฐและภาคเอกชน จะยังคงมีช่องว่างในการทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม คำตอบของการ Scale Up Vaccine น่าจะอยู่ที่การขับเคลื่อนขององค์กรธุรกิจเอง เพื่อให้พนักงานและคนในชุมชนที่องค์กรธุรกิจมีความเกี่ยวข้องเข้าถึงวัคซีนให้ได้มากที่สุด.