CEO Blog

อยากได้ผลตอบแทนแต่ก็กลัวความเสี่ยง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ช่วงที่ผ่านมา มีใครได้เข้าไปใช้ Clubhouse กันบ้างมั้ยครับ

ถือว่าเป็นกระแสและความแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นเลยใช่มั้ยครับ เหมือนเราได้กลับไปย้อนฟังวิทยุสมัยก่อน ต้องตั้งใจรอเวลาที่จะหัวข้อต่างๆที่เราสนใจ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้เราได้รับข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งได้ update ความรู้ใหม่ๆ และอีกหนึ่งกระแสที่ใน Clubhouse พูดถึงกันเยอะมากคงไม่พ้นเรื่อง Cryptocurrency / Bitcoin / Blockchain ผู้อ่านคงได้ยินคำเหล่านี้กันบ่อยๆ และก็คงได้ยินมาเช่นกันว่าถือว่าเป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงอยู่ในเกณฑ์ที่สูง หลายท่านคงมีคำถามใช่มั้ยครับ ว่าถ้าอยากลงทุนเก็บออม แต่ไม่สามารถรับความเสี่ยงที่สูงได้แบบนั้น แล้วควรจะไปลงทุนไว้ที่ไหนดี วันนี้ผมมีมีผู้เชี่ยวชาญในด้านการวางแผนการเงินของบริษัท Wealth Creation International Co., Ltd. คุณปิติพงษ์ รุ่งเรืองวุฒิกุล CFP® จะมาเล่าให้ทุกท่านฟังครับ

“ถ้าหากต้องการการลงทุนความเสี่ยงต่ำที่ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เงินฝากบัญชีธนาคาร สิ่งแรกๆที่คนรุ่นราวคราวเดียวกับผม35++ ขึ้นไปมักจะนึกถึงเป็นอย่างแรกๆ เลยนั้น ก็คือ สลากออมทรัพย์ที่ออกมาโดยธนาคารรัฐต่างๆ เช่น สลากออมสิน สลาก ธอส สลาก ธ... เพราะด้วยความที่ เป็นสลากที่ออกโดยธนาคารของรัฐ ทำให้มีความเสี่ยงต่ำ มั่นใจได้ว่าเงินต้นจะไม่หาย ได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนด และยังได้ ลุ้นรางวัลที่ออกทุกเดือนโดยมีรางวัลใหญ่เป็นเงินหลัก ล้านบาท อีกด้วย นั่นทำให้ไม่แปลกใจเท่าไรนัก ที่สลากออมทรัพย์ จะเป็นขวัญใจ สำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงที่สูง ที่ต้องการ การการันตีผลตอบแทน ควบคู่ไปกับการได้ลุ้นรางวัลใหญ่ในทุกๆเดือนๆ

และยิ่งสำหรับนักลงทุนที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป ก็จะสามารถใช้วิธีการซื้อสลากในจำนวน 100 หน่วยขึ้นไป(ซื้อยกเล่ม) เพื่อทำการการันตีการถูกรางวัลเลขท้าย 2 ตัวในทุกๆเดือน หรือ หากซื้อ 1,000 หน่วยขึ้นไปก็จะเป็นการการันตีว่าจะถูกเลขท้าย ทั้ง 2 ตัวและ 3 ตัวในทุกๆ เดือนอีกด้วย ซึ่งจะทำให้ ผลตอบแทนของการลงทุนนั้น สูงขึ้นไปถึง 2%-3% ต่อปี (ในกรณีที่ไม่รวมผลตอบแทนจากการถูกรางวัลอื่นๆ ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนจากเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ) ซึ่งผลตอบแทนจากสลากออมทรัพย์นั้น ยังได้รับการยกเว้นภาษีอีกด้วย

แต่การลงทุนในสลากของธนาคารต่างๆนั้น ท่านผู้อ่านอาจต้องศึกษารายละเอียดของการลงทุนให้ดีนะครับ เนื่องจากปัจจุบัน สลากต่างๆจะเป็นในรูปแบบสลากดิจิทัล ซึ่ง บางธนาคาร อาจไม่มีผลตอบแทนเมื่อครบสัญญา จะมีเพียงผลตอบแทนที่ได้จากการถูกรางวัลเท่านั้น ซึ่งหากอยากได้ผลตอบแทนจากการถูกรางวัล อาจจะต้องเพิ่มเงินต้นในการซื้อสลากที่มากขึ้น

สำหรับการลงทุนถัดมาที่ผมอยากให้ท่านผู้อ่านได้ลองพิจารณาดูเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก คือการฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ดิจิทัล ที่ได้ผลตอบแทนที่มากกว่า การฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์ธรรมดา และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วง Covid นี้ที่เราอาจจะไม่อยากออกไปในสถานที่ที่มีผู้คนเยอะๆ เพราะบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัลนั่นสามารถสมัครผ่าน application ธนาคารต่างๆที่เรามีใน Smartphone ได้เลย ซึ่งผลตอบแทนนั้น มีตั้งแต่ 1.3% ไปจนถึง 2% มีทั้งแบบจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือน หรือจ่ายปีละ 2 ครั้ง  (ผลตอบแทนและรายละเอียดการลงทุน ท่านผู้อ่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากธนาคารต่างๆ ที่ท่านผู้อ่านสนใจ) ซึ่งการลงทุนประเภทนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ชอบการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ และได้ดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอครับ

ตัวเลือกสุดท้ายที่ผมอยากแนะนำคือการลงทุนในกองทุนรวมต่างๆ ซึ่งปัจจุบัน มี หลากหลาย บลจ. และหลากหลายแนวทางการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตร จนไปถึงกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มกองทุนต่างประเทศ ซึ่งผลตอบแทนของกองทุนเหล่านี้จะไม่ได้มีการการันตีผลตอบแทน ผู้ลงทุนอาจได้รับผลตอบแทนที่สูง หรือ น้อยกว่าที่เราลงทุนไปได้ หากผู้อ่านสนใจในการลงทุนประเภทนี้ อาจจะใช้วิธีการ DCA เข้ามาช่วยในการลงทุน เพื่อเฉลี่ย ต้นทุนการซื้อกองได้ครับ

ท้ายสุดนี้ก่อนที่เราจะเริ่มลงทุนอะไร ขอให้พิจารณาจาก สภาพคล่อง และผลตอบแทนที่ต้องการ หากโจทย์ของ นักลงทุน คือความต้องการสภาพคล่องสูง ควบคู่ไปกับผลตอบแทน การเลือกลงทุนในบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดิจิทัล นั้นคือคำตอบ แต่หากนักลงทุนไม่ได้มีความกังวลในสภาพคล่องมากสักเท่าไร สามารถฝากเงินไว้ได้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป และยินดีรับผลตอบแทนที่อาจจะน้อยกว่า แลกกับการได้เสี่ยงโชค ลุ้นรางวัลในทุกๆ เดือน การลงทุนใน สลากออมทรัพย์ ก็ดูจะตอบโจทย์ครับ หรือหากผู้อ่านคิดว่าได้จัดการเรื่องสภาพคล่องของตนเองเรียบร้อยแล้ว และอยากเริ่มลงทุนในกลุ่มที่ได้ผลตอบแทนที่สูงมากขึ้น การเลือกลงทุนในการซื้อกองทุนรวมก็เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้ครับ แต่อย่าลืมนะครับ ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษารายละเอียดก่อนลงทุนนะครับ”