CEO Blog

'เตะเจาะยาง...ยักษ์ถึงกับทรุด'

โลกโซเชี่ยล ทำให้แจ็คนับล้าน มารวมตัวกันได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็กระหน่ำยักษ์จนเข่าอ่อน เกือบตายไปหลายตน

 สัปดาห์ก่อน ผมเขียนเรื่องนี้ไว้สั้นๆ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=3844181672291848&id=100001001608693 วันนี้เขียนต่อ เพราะเรื่องนี้ขยายผลน่าสนใจมาก   

เริ่มที่ยักษ์ครับ ยักษ์ก็คือ กองทุนขนาดใหญ่ มีพลังเงินมหาศาล ปกติมักหาโอกาสทำกำไรจากตลาดทุนทุกวิถีทาง แม้บริษัทที่ไม่มีศักยภาพ ราคาหุ้นลดลงๆ ยักษ์ก็ทำกำไรได้ 

ยักษ์เก่งครับ ใช้วิธี “ขอยืมหุ้น” มาจากโบรคเก้อร์ และทำข้อตกลงว่าจะส่งหุ้นคืนให้ในอนาคต พอยืมหุ้นได้มาปุ๊บ ยักษ์ก็สั่งขายปั๊บทันที 

แล้วก็ผิวปากรอ จนราคาหุ้นร่วงลง เท่านี้ยักษ์ก็สมปรารถนา ซื้อหุ้นกลับคืนมา ในราคาถูกกว่าที่ขายไป กินกำไรสบายๆ ยักษ์จึงอิ่มเอิบ อ้วนพี หัวดีจังนะ พี่ยักษ์ 

ส่วนแจ็ค ก็คือ นักลงทุนรายย่อย ซึ่งทำอะไรยักษ์ไม่ได้หรอก แต่วันดีคืนดี เทคโนโลยีมันไปไกล ทำให้แจ็คนับล้านๆแจ็ค มาเจอกันในโลกโซเชี่ยล เมื่อพบกันแจ็คก็เริ่มคุยกัน 

ผมกำลังพูดถึง เว็บบอร์ด แบบ pantip นี่แหละครับ หนึ่งในนั้นที่โด่งดังมาก ชื่อว่า Reddit ซึ่งมีแจ็คเป็นสมาชิกเยอะมาก และมีห้องย่อยที่เน้นเฉพาะเรื่องการลงทุน ชื่อว่า WallStreetBets ตรงนี้ มีแจ็คเป็นสมาชิกตั้ง 2-3 ล้านรายเชียวนะ  (ผมขอเรียกรวมๆว่า “แจ็คสสส์” ก็แล้วกัน 555) 

พอเกิดโควิด-19 แจ็คสสส์ ย่ิงเพิ่มจำนวน เพราะคนอยู่บ้านมากขึ้น แจ็คสสส์ไม่รู้จักกันแต่คุยกันทุกวัน ส่งข่าวสาร และชี้แนะเรื่องการลงทุนให้กัน ทุกคนพยายามซื้อขายทำกำไรรายวัน (Day Trade) ยิ่งมีโควิด ยิ่งต้องพยายามหาสตางค์ 

แล้ววันหนึ่ง ก็มีข้อความบอกกับแจ็คสสส์ทั้งหลายว่า ยักษ์หลายตน ไปยืมหุ้นที่ไม่มีอนาคต อย่างหุ้นบริษัท GameStop แล้วขายหุ้นนั้นออกไปมากมาย ยักษ์กำลังทำ Short Sale อีกสักพักยักษ์จะต้องซื้อหุ้นคืนนะ 

พวกเราชาวแจ็คสสส์ มาลุยซื้อหุ้น GameStop กันดีไหม ราคาหุ้นจะได้ผงกหัวขึ้น เรามา “เตะเจาะยาง” เจ้ายักษ์กันเถอะ มีโอกาสรวยด้วย 

ว่าแล้วแจ็คสสส์ก็ทำตามแผน ผ่านแอปลงทุนดังๆ ซึ่งทำให้พวกเขานั่งอยู่ที่บ้าน ก็ซื้อขายหุ้นได้ง่ายๆ ไม่เสียค่าคอมมิชชั่น อย่างเช่นแอป Robinhood เป็นต้น 

ด้วยแรงซื้อพร้อมๆกันของแจ็คสสสส์ หุ้นก็เริ่มขึ้นราคา และยักษสส์ก็เริ่มกังวล กลัวว่าหุ้นจะแพงขึ้นไปอีก เลยรีบเข้ามาซื้อหุ้นคืน พอยักษ์สส์ซื้อก็ต้องซื้อเยอะสิครับ เพราะไปทำ Short Sale ไว้มาก เลยดันหุ้นให้ขึ้นราคาต่อไปอีก 

คราวนี้แจ็คสสส์ก็เริ่มรวย บางคนถ่ายรูปบัญชีหุ้น ส่งให้แจ็คสสส์เห็นว่าได้กำไรเท่าไรแล้ว ก็เลยไปกระตุ้นต่อมอยากรวย ของแจ็คอีกนับแสนนับล้านราย จำนวนแจ็คสสส์ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็น 6-7-8 ล้านราย 

มกราคมที่ผ่านมา ราคาหุ้นสูงขึ้นนับพันเปอร์เซ็นต์ ยักษ์สส์หลายตนเข่าอ่อน ขาดทุนมโหฬาร ต้องขอต่อท่ออ๊อกซิเจน จากยักษ์ตนอื่นที่ยังยืนไหว 

ส่วนแจ็คสสส์บางราย เป็นเศรษฐีเงินล้านชั่วข้ามคืน พ่อบ้านที่มิสซูรี่ เอาเงินออมที่มีอยู่นิดเดียว คือ $4,500 ไปซื้อหุ้นตัวนี้ ปรากฎว่าได้กำไร (ทางบัญชี) มากกว่า $1 ล้าน เป็นเศรษฐีทันที แต่แจ้ครายนี้ ก็ยังไม่ยอมขายครับ ต้องการรวยกว่านี้   

แจ็คอีกราย ส่งข่าวบอกเพื่อนแจ็คสสส์ว่า ข้าเป็นเศรษฐีเงินล้านแล้วนะ ว่าแล้วก็เอาระเบิดไปใส่ในรถเทสล่า กดชนวนนระเบิดจนรถเทสล่าเสียหายยับเยิน ส่งคลิปให้เพื่อนแจ็คสสส์ดูมันส์ๆ แบบนี้ก็มี 

สัปดาห์ที่แล้ว ราคาหุ้น GameStop แกว่งหวือหวา วิ่งขึ้นวิ่งลง วันละ 50-60% จากวันที่ 28 มกราคม ราคา $469 วานนี้ 4 กุมภาพันธ์ เหลือเพียง $92 เท่านั้น ถ้าหากพ่อบ้านที่มิสซูรี่ ยังไม่ได้ขาย คงเป็นลมไปแล้ว 

ขืนปล่อยสถานการณ์ไว้เช่นนี้ มันจะลามปามไปยังหุ้นตัวอื่นๆ ซึ่งยักษ์สส์ไปทำ Short ไว้มากเช่นกัน เช่น หุ้น AMC หรือ Nokia เป็นต้น แล้วถ้าแจ็คสสส์ เกิดแห่กันไป Squeeze หุ้นเหล่านี้หนักยิ่งขึ้น จนยักษ์สส์ จำเป็นต้องขาย หุ้นดีๆ ออกไป เพื่อเอาเงินมาปิดสถานะ Short Sale ที่ทำไว้ ตลาดก็จะปั่นป่วนยิ่งขึ้น 

ทางการของอเมริกา กำลังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เพื่อกำหนดมาตรการ ที่จะแก้ปัญหามิให้ลามปามไปมากกว่านี้ ผมขอเรียกว่าเป็นการพยายาม  Stop the Game ที่เริ่มมาจาก GameStop นั่นแหละครับ! 

มีรายละเอียดอีกเยอะ แต่หมดพื้นที่แล้วครับ สรุปว่าในโลกปัจจุบัน อะไรๆก็เป็นไปได้ทั้งนั้น อย่างเช่น Short Sale และ Short Squeeze จริงๆก็มีมานานแล้ว แต่ในอดีต แจ็คตัวนิดเดียวทำอะไรไม่ได้ และยักษ์ไม่เคยคาดคิดว่า แจ็คสสส์ จะรวมตัวกันทำอะไรได้มากมายขนาดนี้ 

แต่วันนี้ยักษ์สส์ ถูกแจ็คสสส์เตะเจาะยาง ทรุดฮวบให้เห็นกันจะจะ 

จำไว้นะ...ยุคนี้ ใครที่คุณคิดไม่ถึง อาจจะเจาะยางคุณเมื่อไรก็ได้