กฤษฎา บุญเรือง

ดูบทความทั้งหมด
23 พฤศจิกายน 2563
712

นโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 46

ผลการเลือกตั้งใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์ออกมาชัดเจนว่า Joe Biden จะรับตำแหน่งประธานาธิบดี

 เที่ยงตรงวันที่ 20 มกราคมปีหน้าค่อนข้างแน่นอน ขอแสดงความยินดีกับท่าน ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นจำนวน 79,513,515 คน

ปกติช่วงส่งมอบอำนาจจะมีการประสานงานโดยละเอียด เพื่อให้มีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะความมั่นคงและเศรษฐกิจ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา สะท้อนถึงสภาวะความเป็นจริงในปัจจุบัน ซึ่งไม่สามารถจะเอากฎเกณฑ์เก่ามาใช้ได้ แม้ ปธน.ทรัมป์ ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และประกาศต่อสู้ทางกฏหมาย แต่โอกาสที่จะพลิกผลการเลือกตั้งแทบจะไม่มีเลย

น่าจะวิเคราะห์ได้ว่า การสร้างความโกลาหลและถ่วงเวลาประสานงานมอบอำนาจ เป็นเพราะเหตุที่อยากสร้างกระแสการเมือง รวมกลุ่มของผู้สนับสนุนเพื่อสร้างธุรกิจบางอย่างเป็นกำลังทรัพย์ และปูพื้นการควบคุมพรรครีพับลิกัน และอาจหวนกลับมาสมัครชิงตำแหน่งอีกภายในสี่ปีข้างหน้า

สหรัฐอเมริกายังจมปลักกับภาวะวิกฤตโรคระบาด COVID-19 ที่คร่าชีวิตประชากรไปแล้วกว่า 0.25 ล้านคน และเสียชีวิตสูงมาก ระบบสาธารณสุขกำลังย่ำแย่ ผู้ประกอบอาชีพแพทย์และพยาบาลออกจากงานแล้วประมาณ 8% มีรายงานว่าแพทย์ปิดคลินิคไปแล้วถึง 16,000 แห่ง สถานศึกษาส่วนใหญ่ต้องประกาศให้กลับไปเรียนที่บ้านเหมือนเดิม หลายเมืองใหญ่กลับไปล็อกดาวน์อีก ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ สนามกีฬา ฯลฯ ปิดอีกครั้ง

แม้มีข่าวดีว่า Pfizer และ Moderna ประสบความสำเร็จในการผลิตและทดสอบวัคซีนขั้นต้น ซึ่งมีประสิทธิภาพเกินกว่า 90 ถึง 95% ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นอเมริกาตอบสนอง ราคาขึ้นสูง (ดัชนี DOW ขึ้นจากปลายตุลาคม 9% มาอยู่ที่ 29,352) ควบคู่กับความมั่นใจว่าไบเดนจะช่วยนำความปกติสู่บรรยากาศการเมือง อย่างที่อเมริกามีความคุ้นเคย ดัชนีหุ้นกำลังเลียบเคียงอยู่ที่ 30,000 และคาดว่าภายในหนึ่งปีอาจจะขึ้นถึง 40,000

นโยบายของ Biden โดยสังเขป

สุขภาพ - ขยายการประกันสุขภาพ ให้ประชาชนมีโอกาสรับการรักษาพยาบาลกว้างขึ้น โดยรัฐให้ความยุติธรรม โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย Affordable Care Act จะให้บริการ 97% ของประชากร ใช้เงิน 750,000 ล้านดอลลาร์ ภายใน10 ปี ลดอายุของการประกันสุขภาพคนชราจาก 65 เป็น 60 และผู้บริโภคสั่งซื้อยาจากต่างประเทศตรงได้เอง

โควิด - ให้วิทยาศาสตร์การแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้นำ ควบคุมการระบาดอย่างจริงจัง และไม่ปฏิเสธวิทยาศาสตร์เหมือนผู้นำปัจจุบัน ขณะนี้ประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและเอกชนแล้วแม้จะยังไม่รับตำแหน่ง

ความเสมอภาคเรื่องรายได้ - ปัจุบันสตรีโดยเฉลี่ยได้รับรายได้เพียงประมาณ 82% ของผู้ชาย สตรีผิวดำได้รับ 62% และผิวสีอื่น 54% ช่องว่างนี้จะต้องปิดลง ทุกคนควรได้เท่าเทียมกัน

สิทธิของสตรีต่อร่างกายของตน - สตรีมีสิทธิ์ตัดสินใจในการตั้งครรภ์และมีลูก ไม่ให้รัฐเข้ามาแทรกแซง

การรักษากฎหมาย อาชญากรรม และการลงโทษ - จะปฏิรูปด่วน เรื่องมีการคุมขังมากเกินกว่าเหตุ ทำให้สูญเสียทั้งเศรษฐกิจและสังคม สหรัฐเป็นประเทศที่คุมขังมากที่สุดในโลก ไม่ยุติธรรมต่อชนกลุ่มน้อย และจะเสนอยกเลิกการประหารชีวิต

LGBTQ+rights - จะให้สิทธิเท่าเทียมกันกับทุกเพศโดยไม่มีข้อยกเว้น รวมทั้งการเป็นทหาร

พลังงานและสิ่งแวดล้อม - เป็นเรื่องด่วนที่สุด จะประกาศกลับเข้าร่วมสนธิสัญญาการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อมปารีส เร่งเปลี่ยนพลังงานจากน้ำมันและถ่านหินเป็นพลังงานหมุนเวียน 100% เสนองบประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มการวิจัยและลงทุนในเทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงานและลดมลภาวะ เพิ่มงานด้านนี้หลายล้านตำแหน่ง

คนเข้าเมือง - จะเลิกการปฎิบัติอย่างรุนแรงต่อผู้ที่เข้าเมืองโดยไม่มีวีซ่า หรืออยู่ในอเมริกาอย่างผิดกฎหมายการเข้าเมือง และหาทางให้ 11 ล้านคนนี้ มีสิทธิในการอยู่อย่างถาวร เป็นประชากรได้ จ่ายภาษีถูกต้องและได้รับสิทธิต่างๆเท่าเทียมกับชาวอเมริกัน รวมทั้งจะไม่มีการส่งกลับเด็กซึ่งพ่อแม่พาเข้าประเทศก่อนอายุ 16 ปี จำนวนประมาณ 8 แสนคน

เศรษฐกิจ - จะไม่เพิ่มภาษีผู้มีรายได้ต่ำกว่า สี่แสนดอลลาร์ต่อปี แต่จะเพิ่มภาษีบริษัทจาก 21%ให้กลับไปเท่าเดิมก่อนทรัมป์ลดที่ 28% เน้นการส่งเสริมธุรกิจขนาดย่อม ลดภาระหนี้การศึกษาของนักศึกษา เพิ่มเงินช่วยเหลือผู้สูงอายุหรือผู้เกษียณเดือนละ 200 ดอลล่าร์

การพาณิชย์ - จะส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ปรับปรุงการพาณิชย์กับจีน โดยกติกาที่โปร่งใสแต่เคร่งครัด เพิ่มการค้ากับยุโรปและประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ฯลฯ ส่งเสริมและปฏิรูป WTO

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ - นำอเมริกากลับสู่บทบาทของการเป็นผู้นำของโลก รื้อฟื้นข้อตกลงสำคัญต่างๆที่อเมริกาเคยสัญญากับพันธมิตร แต่ถูกยกเลิกไปในสี่ปีที่ผ่านมา ปรับปรุงความสัมพันธ์กับพันธมิตร ให้ความสนใจกับทวีปอเมริกาใต้และหาช่องทางเปิดความสัมพันธ์กับประเทศสังคมนิยมในภูมิภาค โดยเฉพาะคิวบา

ความปลอดภัยเรื่องปืน - จะปิดช่องโหว่ของกฎหมายที่ทำให้อาชญากรมีโอกาสซื้อปืน มีการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องการซื้อปืนอย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากกว่าปัจจุบัน รัฐจะใช้งบซื้ออาวุธปืนที่มีคุณภาพการทำลายล้างสูงออกจากชุมชนเพื่อทำลายทิ้ง

สาธารณูปโภค - ทุ่มลงทุนใหญ่ภายใน 10 ปีกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ สร้างระบบถนน Highway Trust Fund และถือโอกาสเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

การศึกษา - ยกเว้นค่าเล่าเรียนในวิทยาลัย/มหาวิทยาลัย ให้กับนักศึกษาที่มาจากครอบครัวรายได้ไม่เกิน 125,000 ดอลลาร์ต่อปี

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปธน.ทรัมป์ ยังมีอำนาจในการบริหารประเทศอยู่ และอาจเกรงกลัวการลงจากตำแหน่ง เพราะปัญหาทางกฎหมายหรือเศรษฐกิจส่วนตัว เราจึงต้องติดตามข่าวใกล้ชิด เพราะอาจมีเหตุการณ์พลิกผันได้เสมอ เช่น ข่าวลือว่าอเมริกาจะไปโจมตีอิหร่าน การประกาศกฏข้อบังคับใหม่ เช่นกำแพงภาษี การเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ระดับสูง การใช้วิธีพลิกแพลงเพื่อยืดเยื้อไม่มอบอำนาจตามวันที่กำหนดไว้ ต่างๆเหล่านี้ อาจทำให้นักลงทุนขาดความมั่นใจ และใช้วิธี”ขายหุ้นทิ้งก่อนแล้วจึงถามทีหลัง”

ปีนี้ทุกประเทศในโลกถูกทดสอบ โรคกลับมาระบาดเพิ่มขึ้นอีกในหลายประเทศโดยเฉพาะในยุโรป เศรษฐกิจโลกในภาพรวมยังไม่น่าไว้วางใจ สหรัฐอเมริกาปีนี้เจอศึกหลายด้าน แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นนิมิตหมายดี ชาวอเมริกันออกมาประกาศเจตจำนงว่าต้องการเดินทางใปทิศใหม่ เรามองโลกในทางบวก ภาวนาให้การเปลี่ยนช่วงผ่านไปได้ ร่วมมือประสานงานทั้งโลกแก้ปัญหาทีละเปลาะ เราทำได้แน่นอน อีกไม่กี่สัปดาห์จะเริ่มปีใหม่ฟ้าใหม่แล้วครับ

ดูบทความทั้งหมดของ กฤษฎา บุญเรือง

แชร์ข่าว :
Tags: