กมลธัญ พรไพศาลวิจิต

กรรมการผู้จัดการ บริษัท สปอตไลท์ ครีเอชั่น จำกัด

20 มีนาคม 2562
1,670

Unicorn ไทย ใครบ้างต้องช่วย?

การเลือกตั้ง เราได้เห็นปรากฎการณ์หลายด้านไม่ว่าจะเป็นการตื่นตัวทางการเมือง

การเมืองที่เริ่มมีมิติใหม่ๆ ทำให้การคาดเดาถึงแนวทางการเมืองไทยในอนาคตมีความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น แต่เอาละครับผมจะไม่ไปแตะการเมืองกันมากนักมันมีหนทางของมันเสมอแต่เรื่องหนึ่งที่เราเห็นตั้งแต่ช่วงของการหาเสียงและเป็นสิ่งที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมาพูดมากกว่าอนาคตการเมืองไทยคือเรื่องของนโยบายสนับสนุน Startup และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้สามารถเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในการจะลุกขึ้นไปแข่งขันกับนานาประเทศ หลายนโยบายของหลายพรรคการเมืองที่หาเสียงเรื่องการสนับสนุน Startup ไทยน่าสนใจครับ และถ้าทำได้จริงผมว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับคนอีกมหาศาลเพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจใหม่ที่จะใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่าแรงงานคน

 ก่อนอื่นต้องกล่าวก่อนครับว่าปัจจุบันไทยเรายังไม่มี Startup ที่ประสบความสำเร็จในระดับที่เราเรียกว่าUnicorn ซึ่งมีตัวชี้วัดว่าจะต้องมีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ประเทศข้างเคียงอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย นำหน้าเราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระแสของธุรกิจ Startup ดูจะมาแรงขึ้นเรื่อย ๆ แน่ละว่ามีจำนวนมากที่ไปไม่ถึงฝัน แต่กระนั้นก็ไม่ผิดที่เราจะคิดวางแผนให้คนไทยได้ไปไกลถึง Unicorn แต่การจะให้ Startup ไทยประสบความสำเร็จได้นั้น ใครบ้างที่ต้องมีส่วนร่วม?

 นโยบายรัฐต้องเอื้อ

ส่วนแรกที่มีปัญหาและผมก็คาดหวังไว้มากเหลือเกินกับนักการเมืองไทย คือปัญหาในด้านกฎหมายและนโยบายที่ต้องเอื้อให้ธุรกิจ Startup เจริญเติบโตได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำกฎหมายเชิงรุกที่มีความยืดหยุ่น เข้าใจลักษณะธุรกิจ ลดขั้นตอนที่ทับซ้อน ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดอย่างปัญหา Grab ทราบว่าติดกฎหมายขนส่งสาธารณะ ต้องมีป้ายเหลือง ต้องตรวจสอบคุณภาพรถ ทราบกันมานานแต่ทำไมถึงไม่เปิดไปเลย ใครอยากขับมาจด จดแล้วได้ป้ายเหลือง เอาใบขับขี่มา Upgrade เอารายได้จากการขับเข้าระบบ แบบนี้ก็สามารถเก็บเงินภาษีไปพัฒนาต่อได้อีก แต่ที่เห็นก็นิ่ง กอดกฎหมายเดิม ความคิดใหม่ ๆ มันก็ไม่เกิด ผมคุยกับน้อง ๆ ที่อยากทำ Startup มี Idea ดี ๆ มากมายสุดท้ายทำไม่ได้ ตายเพราะกฎหมายไม่เอื้อ ถ้าจะมุ่งทางนี้เราต้องเปิด Fast Lane ก็เมื่อธุรกิจแบบ Startup มันต้องเร็ว คนกำกับดูแลก็ต้องเร็วด้วยใช่หรือไม่

 การศึกษาต้องเปลี่ยน

อีกส่วนที่ต้องปรับอย่างเร่งด่วนถ้าเราอยากให้ความรู้ความเข้าใจในการทำ Startup เป็นไปอยากถูกต้องไม่ใช่สร้างฝันให้เด็กรุ่นใหม่ไปล้มเหลว คือระบบการศึกษา เราต้องให้เขาได้เรียนรู้การเป็นผู้ประกอบการพอ ๆ กับการทำงาน ไม่ใช่เพียงท่องจำตามตำรา ต้องปรับสัดส่วนการเรียนการสอนให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ตรง รวมถึงแนวทางในการสร้างธุรกิจและองค์กรให้ประสบความสำเร็จ ในทุกสาขาวิชาควรมีวิชาบังคับว่าด้วยความเป็นผู้ประกอบการ เพราะ Startup เกิดขึ้นได้ในทุกอุตสาหกรรม อย่าไปมองว่าจะเป็นการเลือกอาชีพให้เด็ก เพราะความรู้เหล่านี้แม้ว่าเขาจะไม่ได้ออกไปเป็นผู้ประกอบการแต่ก็จะกลายเป็นลูกจ้างที่เข้าใจธุรกิจ ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการปัจจุบันต้องการ

 ผู้ประกอบการต้องปรับ

 ที่สำคัญสำหรับธุรกิจ Startup คือโอกาส โอกาสจากผู้ประกอบการเดิมในอุตสาหกรรมที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงและโอกาสที่เกิดขึ้นบนความเปลี่ยนแปลง ผู้ประกอบการที่เริ่มปรับตัวแล้ว จะเห็นว่าธุรกิจ Startup สามารถเข้ามาสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจได้ และอย่าไปมองว่าเขาเหล่านั้นเป็นเด็ก เราต้องเข้าใจว่าทักษะสำคัญที่ใช้ในการทำธุรกิจแบบ Startup คือความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งคนรุ่นใหม่มีความรู้ความเข้าใจมากกว่าเรา สิ่งที่พวกเขาขาดคือประสบการณ์ที่คนรุ่นเราสามารถสนับสนุนเติมเต็มได้ต้องไม่ลืมว่าพวกเราก็เคยเป็นเด็ก...คุณว่าจริงไหม??

 

แชร์ข่าว :
Tags:

NOW26