คอลัมนิสต์

น้ำมันไทยไปเมืองนอก

ประเด็นการส่งออกน้ำมันของไทยไปต่างประเทศยังคงหมุนวนมาเป็นปมให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมประเภท

โซเชียลมีเดียอยู่เป็นประจำ ซึ่งทำให้ผมแปลกใจมาก ว่าสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ ก็มีการส่งออกไปต่างประเทศ ทำไมไม่มีปัญหา แต่พอส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศกลายเป็นประเด็นปัญหาที่ต้องนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันทุกครั้ง

ก่อนอื่นผมต้องบอกว่าประเทศไทยมีการส่งออกน้ำมันไปต่างประเทศจริงทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป แต่ที่ส่งออกส่วนใหญ่คือน้ำมันสำเร็จรูป โดยในปี 2558 เราส่งออกน้ำมันดิบมีมูลค่า 2,170 ล้านบาท และส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปมูลค่า 271,425 ล้านบาท

ถามว่าทำไมต้องส่งออกทั้งๆ ที่เรายังต้องนำเข้าทั้งน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปปีหนึ่งๆ มูลค่ามหาศาล ในปี 2558 เราก็นำเข้า 764.782 ล้านบาทคำถามนี้ตอบกันจนเบื่อว่าที่ต้องส่งออกน้ำมันดิบ เพราะน้ำมันดิบส่วนหนึ่ง (ส่วนน้อยเพียง 5% อีก 95% ไม่มีปัญหา) มีคุณสมบัติไม่เหมาะสมที่จะนำมากลั่นสำหรับโรงกลั่นในประเทศ

ไม่เหมาะสมอย่างไร ไม่เหมาะสมเพราะมีส่วนผสมของสารปนเปื้อนสูงเกินไป เช่น สารปรอท สารหนู สารซัลเฟอร์ นอกจากนั้นยังมีส่วนผสมของโลหะหนักและมีความหนืดสูง เป็นน้ำมันดิบที่กลั่นแล้วได้น้ำมันเตามากเกินไป แถมเป็นน้ำมันเตาทีมีซัลเฟอร์และความหนืดสูงกว่ามาตรฐานที่ทางราชการกำหนด ผลิตออกมาแล้วก็ขายในประเทศไม่ได้ ต้องส่งออกลูกเดียว และต้องส่งออกในราคาที่ต่ำกว่าทุนด้วย สู้ส่งออกเป็นน้ำมันดิบเสียเลยดีกว่า ไม่ต้องมาเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการกลั่น

ถามต่อว่าถ้าโรงกลั่นในประเทศไทยกลั่นไม่ได้ ทำไมโรงกลั่นในต่างประเทศกลั่นได้ ต้องบอกว่าไม่ใช่กลั่นไม่ได้ แต่กลั่นแล้วไม่คุ้ม เพราะโรงกลั่นในไทยไม่ได้ออกแบบมาให้กลั่นน้ำมันชนิดนี้ ถ้าจะฝืนกลั่นจริงๆ ก็ต้องใช้วิธีค่อยๆ ผสมกับน้ำมันดิบชนิดอื่นเข้าไปทีละน้อยๆ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนการกลั่น โดยเฉพาะอายุของสารเร่งปฏิกริยา (catalyst) ในหอกลั่นจะสั้นลงเร็วกว่าปกติ ซึ่งถ้าต้องเปลี่ยนสารนี้ก่อนกำหนดจะทำให้ต้นทุนของโรงกลั่นเพิ่มขึ้นสูงมาก ไม่คุ้มกับการที่พยายามนำน้ำมันดิบชนิดนี้มากลั่น

ส่วนโรงกลั่นในต่างประเทศนั้น บางโรงเขาออกแบบมาให้กลั่นน้ำมันประเภทนี้ได้โดยเฉพาะ เช่นโรงกลั่นประเภท Tea Pot Refinery ของจีน ซึ่งเขาต้องการน้ำมันดิบประเภทนี้ไปกลั่นเพื่อให้ได้น้ำมันเตาเยอะๆ เอาไว้ไปใช้ผลิตไฟฟ้า

เขียนมาถึงตรงนี้คงมีคนออกมาค้านผมว่า เรามีส่งน้ำมันดิบไปขายสหรัฐด้วย น่าจะไม่ใช่น้ำมันดิบคุณภาพต่ำอย่างที่พูดมา

ถูกต้องครับเราเคยส่งน้ำมันดิบคุณภาพดีไปสหรัฐ (แถวฮาวาย) แต่ก็เป็นน้ำมันดิบชนิดที่เราไม่ต้องการอีกเช่นกัน เพราะเป็นน้ำมันดิบชนิดเบา กลั่นแล้วได้เบนซินเยอะ แต่เราต้องการน้ำมันดิบชนิดปานกลาง (medium) ซึ่งกลั่นแล้วได้ดีเซลเยอะครับ

เปรียบเทียบง่ายๆ โรงกลั่นน้ำมันก็เหมือนกับโรงงานทอผ้า ย่อมต้องทอผ้าที่มีผู้นิยมใช้กันมากที่สุดในท้องตลาด ทอออกมาแล้วจึงจะขายได้ ถ้าตลาดเขานิยมผ้าทอจากเส้นใยสังเคราะห์ โรงงานก็ต้องไปสั่งวัตถุดิบเป็นเส้นใยสังเคราะห์มาทอผ้า จะไปเอาไหม หรือฝ้ายมาทอ ก็จะได้เป็นผ้าไหม ผ้าฝ้าย ซึ่งคนไม่นิยม ขายไม่ได้ หรือขายได้ราคาแพงแต่ขายได้น้อยก็ไม่คุ้มกับที่ลงทุนตั้งโรงงานมา

น้ำมันดิบก็เหมือนกัน อย่าไปคิดว่าขึ้นชื่อว่าเป็นน้ำมันดิบแล้ว คุณสมบัติมันจะเหมือนกันหมด น้ำมันดิบแต่ละแหล่งจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป บางทีหลุมใกล้ๆ กันคุณสมบัติยังไม่เหมือนกันเลย ในทางเทคนิคการกลั่นเขาเรียกว่า Crude Essay ก่อนจะซื้อน้ำมันดิบมากลั่น โรงกลั่นจะต้องวิเคราะห์ Crude Essay ก่อนว่ามีคุณสมบัติเหมาะแก่การนำมากลั่นในโรงกลั่นแต่ละแห่งหรือไม่

เห็นไหมครับ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่ผู้ (เรียกตัวเอง) เชี่ยวชาญบางคนมโนกันไป

ส่วนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปไม่มีอะไรซับซ้อนครับ ในเมื่อกำลังการผลิตของโรงกลั่นเรามีมากกว่าความต้องการ เราผลิตได้มากเราก็ต้องส่งออก เหมือนกับสินค้าทั่วๆ ไป วัตถุดิบที่นำมาผลิต ส่วนใหญ่ก็นำเข้ามาจากต่างประเทศ นำมาเพิ่มมูลค่าโดยการกลั่น แล้วก็ส่งออก ไม่ได้ต่างจากสินค้าอุตสาหกรรมชนิดอื่นๆ เลย

แต่ก็ยังมีผู้พยายามทำให้ไขว้เขว โดยมีนักธุรกิจชื่อดังซึ่งชั่วชีวิตไม่เคยอยู่ในวงการพลังงานเลย แต่ชอบทำตัวเป็นผู้รู้ในเรื่องพลังงานออกมาบอกว่า “ไทยส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปมูลค่ากว่าสามแสนล้านบาท/ปี แต่เงินทั้งหมดเป็นของบริษัทเอกชน ไม่ใช่ของรัฐบาลและคนไทย”

ผมฟังแล้วก็งงในตรรกะของท่านมาก เพราะบ้านเราใช้ระบบค้าเสรี เอกชนเป็นผู้ทำการค้า รัฐไม่ได้ทำ ในเมื่อเอกชนเป็นผู้ส่งออก รายได้ก็ต้องเป็นของเอกชน รัฐก็เก็บภาษีจากรายได้ จากกำไรของบริษัทไป และบริษัทที่ส่งออกน้ำมันมากที่สุดก็คือปตท.กับบริษัทในเครือที่เป็นบริษัทคนไทย แล้วท่านจะบอกว่าเงินไม่ได้เป็นของคนไทยได้อย่างไร

ถ้าท่านคิดอย่างนี้จริงๆ ผมก็อยากจะถามกลับไปว่า แล้วการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปที่ท่านประณามอยู่นั้น มันต่างจากการที่ท่านไปรับจ้างฝรั่งผลิตรองเท้าแล้วส่งออกตรงไหน

เงินทั้งหมดเป็นของบริษัทเอกชน ไม่ใช่ของรัฐบาลและคนไทยใช่ไหม !!!