รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์

ดูบทความทั้งหมด

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "มองมุมใหม่"

14 มกราคม 2557
4,109

จะเปลี่ยนแปลงคนหมู่มากได้ จะต้อง......

ตำราทางการจัดการว่าไว้ว่าหน้าที่สำคัญของผู้นำคือขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกับองค์กรของตน

และทักษะในการบริหารการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของคนนั้นถือว่าเป็นทักษะที่ยากและท้าทายผู้นำ หลายองค์กรเมื่อเติบโตหรือพัฒนามาถึงจุดหนึ่งย่อมมาถึงทางตัน การที่จะทำงาน บริหารองค์กร ด้วยรูปแบบและวิธีการแบบเดิมๆ อาจจะไม่สามารถที่จะผลักดันให้องค์กรเกิดการเติบโตและพัฒนาขึ้น ดังนั้น ผู้นำที่ดีและมีวิสัยทัศน์ย่อมจะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนองค์กรในทางที่ดีขึ้นด้วย

ไม่ใช่เพียงแค่การบริหารองค์กรเท่านั้น การบริหารประเทศ และ การบริหารตนเอง ก็ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงเพื่อผลักดันให้ประเทศหรือตนเอง เกิดการปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้นจากที่เป็นอยู่ตามสถานะปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี การจะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนขึ้นมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก (แม้กระทั่งเกี่ยวข้องกับคนคนเดียวคือตัวเองก็เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยาก) การที่จะทำให้คนจำนวนมากให้ความร่วมมือ ร่วมกาย ร่วมใจ ที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้นั้น จะต้องเริ่มต้นจากการทำให้คนเหล่านั้นเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงก่อน

โดยปกติเราทุกคนย่อมชอบที่จะอยู่ใน Comfort Zone ของตนเองอยู่แล้ว คนทั่วไปมักจะชอบและยึดติดอยู่ในสิ่งที่ได้ทำ ได้ดำเนินการมาโดยปกติอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น โจทย์สำหรับผู้นำการเปลี่ยนแปลงทุกคนคือทำอย่างไรถึงจะผลักให้คนยอมออกจาก Comfort Zone ที่เคยอยู่อย่างสุขสบาย มายอมลำบากลำบนในการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

การจะทำให้คนออกจาก Comfort Zone ได้นั้น ก็ต้องเริ่มทำให้ทุกคนเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง แต่การจะทำให้คนหมู่มากเห็นถึงความจำเป็นได้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่พูด หรือ ให้ข้อมูลเท่านั้นครับ ผู้นำส่วนใหญ่คิดว่าคนจะเปลี่ยนแปลงได้เพราะเราให้ข้อมูล ให้ข้อเท็จจริง จากนั้นคนจะวิเคราะห์ และคิดได้เอง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนครับ การเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นเรื่องของความรู้สึก มากกว่าเรื่องของเหตุผลครับ เพียงแค่การให้ข้อมูล ให้ข้อเท็จจริง คนหมู่มากนั้นอาจจะยังไม่เกิดความรู้สึกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เนื่องจากยังไม่เห็นว่าข้อมูล ข้อเท็จจริงเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อตนเองอย่างไร และทำไมตนเองจะต้องออกจาก Comfort Zone ด้วย

การจะทำให้คนหมู่มากเกิดความรู้สึกร่วมได้นั้น จะต้องทำให้คนเหล่านั้นได้ “เห็น” ได้ “รู้สึก” ได้ “จับต้อง” ถึงความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง จะผลักดันคนหมู่มากได้จะต้องสร้างความรู้สึกร่วมให้ทุกคนเห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน จะต้องออกจากความสุขสบายใน Comfort Zone

เมื่อคนพร้อมจะออกจาก Comfort Zone แล้วก็เข้าสู่ขั้นต่อไปคือผู้นำจะต้องทำให้คนหมู่มากเห็นภาพที่ชัดเจนว่าเมื่อเปลี่ยนแปลงแล้วจะดีขึ้นอย่างไร? ภาพในอนาคตภายหลังการเปลี่ยนแปลงจะดีกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้อย่างไร? ถ้าคนหมู่มากไม่เห็นภาพดังกล่าว คนเหล่านั้นก็พร้อมที่จะกลับเข้าสู่ Comfort Zone อีกครั้ง เมื่อคนออกจาก Comfort Zone ของตนเองได้แล้ว แสดงว่าพวกเขาเหล่านั้นตระหนักแล้วว่าสถานการณ์เดิมๆ หรือ สิ่งที่เป็นอยู่นั้นไม่สามารถเป็นที่ยอมรับได้ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

อย่างไรก็ดี พวกเขาเหล่านั้นก็ต้องการที่จะเห็นภาพที่ชัดเจนว่าเมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่พวกเขาจะเจอนั้นจะดีกว่าก่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างไร ถ้าภาพดังกล่าวไม่ชัดเจน ทุกคนก็จะกลับเข้าสู่ Comfort Zone ของตนเอง และสุดท้าย พลังหรือมวลในการเปลี่ยนแปลงก็จะไม่เพียงพอ และยิ่งถ้าภาพภายหลังการเปลี่ยนแปลงที่ผู้นำฉายออกมานั้นไม่ชัดเจนหรือไม่ดีกว่าก่อนการเปลี่ยนแปลง นอกเหนือจากคนจะกลับเข้าสู่ Comfort Zone แล้ว คนยังอาจจะต่อต้านการเปลี่ยนแปลงด้วยซ้ำ

สุดท้าย จะเห็นได้ว่าการที่ผู้นำจะผลักดันการเปลี่ยนให้เกิดขึ้นได้ไม่ว่าในระดับไหน ก็ต้องอาศัยเจ้าคำว่า Trust หรือความไว้วางใจที่ทุกคนในองค์กรมีต่อตัวผู้นำ ผู้นำที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้ จะต้องได้รับความไว้วางใจจากคนในองค์กร และเมื่อองค์ประกอบอื่นๆ ลงตัวทุกคนจะยอมออกจาก Comfort Zone และพร้อมจะเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนไปสู่สิ่งที่จะดีขึ้นในอนาคต

ดูบทความทั้งหมดของ รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์

แชร์ข่าว :
Tags: