ซมโปะ โฮลดิ้งส์ เอเชีย ลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน คัฟเวอร์ จีเนียส อินชัวร์เทคระดับโลก บริษัท ซมโปะ โฮลดิ้งส์ (เอเชีย) จำกัด ลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (68 ล้านดอลลาร์ออสเตร เลีย)
บริษัท ซมโปะ โฮลดิ้งส์ (เอเชีย) จำกัด ลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (68 ล้านดอลลาร์ออสเตร เลีย) ในบริษัท คัฟเวอร์ จีเนียส (Cover Genius) ซึ่งเป็นบริษัททางด้านเทคโนโลยีประกันภัยดิจิทัลชั้นนำ (InsurTech) และเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการประกันภัยแบบยึดโยง (Embedded Insurance) ที่ช่วยให้บริษัท ดิจิทัลรายใหญ่ติดอันดับโลกหลายแห่งสามารถผนวกรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกัน หรือผลิตภัณฑ์การรับประกันต่างๆ ให้กับลูกค้าทั่วโลกโดยตรง ด้วยการเรียกใช้ช่องทางเชื่อมต่อบริการข้อมูลกลาง (API) เพียงครั้งเดียว
สำหรับการระดมทุนในระดับ Series C ในครั้งนี้ ส่งผลให้มีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งหมดสูงถึง 100 ล้านเหรียญดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายธุรกิจไปทั่วโลกของ คัฟเวอร์ จีเนียส และช่วยขยายช่องทางการตลาดออนไลน์ของ ซมโปะ กรุ๊ป ในตลาดประกันภัยแบบยึดโยง (Embedded Insurance) ทำให้บริษัทสามารถนำเสนอโซลูชั่นที่ปรับแต่งให้เหมาะกับลูกค้าได้โดยใช้แพลตฟอร์ม XCover ซึ่งเป็นดิสทริบิวชั่นแพลตฟอร์มทางด้านการประกันภัยและการรับประกันทั่วโลกที่ได้รับรางวัลของ คัฟเวอร์ จีเนียส
หลายคนอาจยังไม่คุ้นกับ InsurTech ซึ่งมาจากคำว่า Insurance + Technology มาผสมกัน หมายถึงการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ โปรแกรมที่ถูกเขียนและพัฒนาให้มีความฉลาด มีความสามารถคิด วิเคราะห์ วางแผน และตัดสินใจได้ (AI) การเรียนรู้ด้วยเครื่อง (machine learning) การวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ฯลฯ มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อขยายและเพิ่มประสิทธิภาพรูปแบบประกันภัยใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภค อินชัวร์เทคบางรายถึงขั้นนำเทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึกมาคำนวณและปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาแบบใหม่ให้อิงตามรายบุคคล
ส่วนการประกันภัยแบบยึดโยง (Embedded insurance) คือ การผสานรวมผลิตภัณฑ์ประกันภัยภายในระบบทางเทคโนโลยีที่กว้างขึ้น หรือบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และยังช่วยให้บริษัทที่ไม่ใช่บริษัทประกันภัยสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มของตน ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มคุณค่า และสร้างรายได้ผ่านโมเดลการประกันภัยแบบยึดโยงที่จะให้การคุ้มครองภายใต้การซื้อผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแพลตฟอร์ม และสำหรับลูกค้าทั่วไปสามารถเลือกซื้อได้ในราคาไม่แพงและไม่ยุ่งยากเพียงแค่กดปุ่มเดียว ส่วนภาคธุรกิจจะเป็นรูปแบบใหม่ในการเพิ่มคุณค่าให้แก่ลูกค้า และช่วยสร้างรายได้เพิ่ม การประกันภัยแบบยึดโยงจะเข้ามาพลิกโฉมรูปแบบในการจำหน่ายประกัน ซึ่งจะช่วยให้ทั้งผู้รับประกันและลูกค้าสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองแบบเรียลไทม์
“ธุรกิจประกันภัยในช่วงสองปีที่ผ่านมาต่างก็ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดทำให้ผู้บริโภคหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ โดยหันมาซื้อประกันภัยออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น ทำให้บริษัทประกันภัยต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ และเพิ่มช่องทางการให้บริการที่หลากหลายมากขึ้น โดยการประกันภัยแบบยึดโยงจะกลายเป็นรูปแบบใหม่ในการขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยพร้อมด้วยบริการที่มีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว ทำให้ผลิตภัณฑ์หรือบริการจากผู้ให้บริการในภาคธุรกิจอื่นๆ สามารถผสมผสานรวมโซลูชันการประกันภัยที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบโจทย์และให้ประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้าได้อย่างลงตัว” กล่าวโดย ผศ.ชญณา ศิริภิรมย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
“การร่วมทุนกับ คัฟเวอร์ จีเนียส จะช่วยให้ซมโปะสามารถนำเทคโนโลยีที่เป็นจุดแข็งของ คัฟเวอร์ จีเนียส ในการจัดจำหน่ายทั่วโลกมานำเสนอในแผนประกันที่ปรับแต่งให้เหมาะกับลูกค้าในธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก และไม่เพียงแค่ในธุรกิจประกันภัยเท่านั้น ด้วยคลังข้อมูลของ คัฟเวอร์ จีเนียส จะช่วยให้เราเข้าใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดได้ดีขึ้น และสามารถเสริมคุณค่าซึ่งกันและกัน และทำให้สถานะทางการตลาดในระดับโลกของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
เมื่อถามถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของซมโปะในไทย โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่วงการประกันภัยกำลังประสบกับภาวะตึงเครียดของการจ่ายสินไหมคุ้มครองประกันโควิด ผศ.ชญณา ศิริภิรมย์ ให้ความเห็นว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้หลายบริษัทประกันภัยอาจเกิดความล่าช้าในการเคลมประกัน และการจ่ายสินไหมของโควิด-19 ซึ่งแม้ว่าบริษัทประกันภัยจะมีกฏระเบียบและข้อปฏิบัติตามมาตรฐานในการจ่ายเคลมอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ดี การมีเทคโนโลยีและกระบวนการที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ขั้นตอนการจ่ายค่าสินไหมทำได้รวดเร็ว ไม่ล่าช้าและยุ่งยาก
ข้อมูลเชิงลึกของสมาคมหอการค้าประเทศต่างๆ และพันธมิตรทางธุรกิจพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากในปัจจุบันยังนิยมใช้ช่องทางการซื้อประกันภัยแบบเดิม แต่อยากให้มีกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่รวดเร็วขึ้น รวมถึงวิธีการเคลมที่ง่ายกว่าการซื้อประกันด้วยเช่นกัน นอกจากนี้หากมองในสัดส่วนอัตราการเพิ่มขึ้นของตลาดประกันภัยในประเทศที่ระดับ 5% ถือเป็นตัวเลขที่ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมาก และบริษัทประกันภัยก็ควรมองหาข้อได้เปรียบทางการแข่งขันและเร่งพัฒนากระบวนการเข้าสู่ระบบดิจิทัลของอุตสาหกรรมนี้ให้เร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศกำลังมุ่งสู่ประเทศไทย 4.0
สำหรับ ซมโปะ ประเทศไทย เราได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยและบริการของเราผ่านช่องทาง LINE OA เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมที่คนไทยใช้ และเรายังได้เซ็นต์สัญญาแบบเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์กับธนาคาร CIMB Thai ในการเป็นตัวแทนขายประกันผ่านธนาคารเมื่อเดือนพฤศจิกายนในปีที่ผ่านมา ด้วยการเล็งเห็นถึงโอกาสในการขยายตลาดที่ยังมีช่องว่างในการเติบโต ซมโปะจะสามารถขยายธุรกิจได้ตามแผนกลยุทธฺการสร้างการเติบโตใน SEA บวกกับประสบการณ์และผลิตภัณฑ์ประกันภัยของเราที่จะช่วยเติมเต็มความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการสร้างสัมพันธ์ระยะยาวที่ดีกับตัวแทนและนายหน้าประกันภัยที่เราคัดสรรอย่างดี และในปัจจุบันซมโปะได้จัดทำแพลตฟอร์ม Smart Agent ให้แก่ตัวแทน ซึ่งจะอำนวยความสะดวกและช่วยให้ทำงานได้ราบรื่นมากขึ้น เช่น การเสนอราคาเบี้ยประกัน การต่ออายุประกัน การออกกรมธรรม์ ฯลฯ นอกจากนี้เรากำลังปรับปรุงระบบของเรา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปในปี 2565 เพราะซมโปะต้องการดูแลคนไทยด้วยหัวใจญี่ปุ่น
ที่ซมโปะ สิ่งที่เราให้ความสำคัญในระดับโลก รวมถึงประเทศไทยคือ การรักษาความสามารถในการแข่งขันทางด้านดิจิทัล และทำงานเพื่อมุ่งเน้นแนวทางแบบองค์รวมในการนำเสนอบริการประกันภัยต่างๆ เช่นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยที่ดีที่สุดที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าโดยเฉพาะ นั่นคือเป้าหมายหลักของเรา ซึ่งในอดีตเราเป็นพันธมิตรกับบริษัทอินชัวร์เทคหลายแห่ง แต่สำหรับความร่วมมือในครั้งใหม่นี้จะทำให้ ซมโปะ เป็นกลุ่มธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกระดับอย่างแน่นอน และช่วยสร้างโอกาสที่ดีในการเชื่อมต่อกับบริษัทชั้นนำระดับโลกเพื่อจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยแพลตฟอร์มสนับสนุนระดับโลกของ คัฟเวอร์ จีเนียส เราเชื่อว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับผลิตภัณฑ์และบริการประกันภัยต่างๆ รวมถึงการซื้อและการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการปรับตัวที่เรียกว่า 'New Normal' อย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้
แสดงว่าเทรนด์ของอินชัวร์เทคกำลังมาแรง? ผศ.ชญณา ศิริภิรมย์ กล่าวว่า บริษัทอินชัวร์เทคกำลังเป็นกระแสหลักในอุตสาหกรรมประกันภัยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเห็นว่าความต้องการด้านดิจิทัลในเอเชียเติบโตเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีหน่วยงานรัฐบาลที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิทัลในทุกภาคส่วน จึงคาดว่าการประกันภัยแบบดิจิทัลจะกระจายไปในทุกภูมิภาคที่เกี่ยวข้องเช่นกัน และเราเชื่อว่าจะสามารถกระจายช่องทางการจัดจำหน่ายให้เข้าถึงผู้บริโภคอย่างครอบคุลม เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่กว้างขึ้นในการปรับแต่งรูปแบบการประกันภัยให้เข้ากับวิถีชีวิตของพวกเขามากขึ้น
ซมโปะมุ่งมั่นที่จะทำความเข้าใจ ศึกษาแต่ละตลาดเพื่อหากลยุทธ์วิธีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น ประเทศไทยได้รับการระบุว่าเป็นตลาดเกิดใหม่ของบริษัทอินชัวร์เทค ด้วยอัตราการเข้าถึงระบบดิจิทัลออนไลน์ที่ 76% ผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่เข้าใจและคุ้นเคยในการใช้อินเทอร์เน็ต และมีประสบการณ์ในการซื้อของออนไลน์ดีอยู่แล้ว และข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมโดย Capco แสดงให้เห็นว่า 89% ของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อขอรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ประกันภัยส่วนบุคคลหรือเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับเขามากขึ้น ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าการประกันภัยแบบยึดโยงมีแนวโน้มที่จะเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้
ในประเทศไทย ลูกค้าจำนวนมากของเราอยู่ในกลุ่มอายุ 20-40 ปี และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลมีส่วนดึงดูดความสนใจแก่พวกเขาอย่างแน่นอน แพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเช่น อีคอมเมิร์ซและโซเชียลมีเดียจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์ของเรามากขึ้น ในขณะเดียวกัน ตัวแทนและนายหน้าของเราก็ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี เพื่อมอบประสบการณ์ในการติดต่อพูดคุยผ่านบุคคลสำหรับให้บริการลูกค้าที่ชื่นชอบช่องทางแบบดั้งเดิม และเมื่อเสริมด้วยการประกันภัยแบบยึดโยงที่เพิ่มเข้ามา จะทำให้เราสามารถเข้าถึงเครือข่ายที่กว้างขึ้นและหลากหลายยิ่งขึ้น
ซมโปะลงทุนในครั้งนี้ด้วยเม็ดเงินค่อนข้างสูงมาก บริษัทฯ คาดหวังอะไรจากการเป็นพันธมิตรในครั้งนี้และคิดว่าจะบรรลุเป้าหมายร่วมกันในทางใด? การร่วมทุนและการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของซมโปะ กับ คัฟเวอร์ จีเนียส ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการจัดจำหน่ายทางดิจิทัลที่หลากหลายในกลุ่มต่างๆ และสร้างการเติบโตสำหรับธุรกิจลูกค้ารายย่อยของซมโปะ ซึ่งการลงทุนดังกล่าวยังช่วยขับเคลื่อนช่องทางการจัดจำหน่ายดิจิทัลของซมโปะ กรุ๊ป ในตลาดประกันภัยแบบยึดโยง และช่วยให้เราสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ปรับแต่งให้เหมาะกับลูกค้าของเรา โดยใช้ประโยชน์จากระบบและแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายการประกันภัยทั่วโลกของ คัฟเวอร์ จีเนียส การเป็นพันธมิตร จะช่วยให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่สนใจในบริการผ่านช่องทางดิจิทัล ซึ่งไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายแบบดั้งเดิม และกลุ่มนี้สามารถปรับขนาดให้เหมาะสมกับธุรกิจของซมโปะ กรุ๊ป ที่มีอยู่ทั่วโลกได้
ซมโปะ กรุ๊ป ได้ลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพมาตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลระดับแนวหน้าสำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล และการพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ของเรา
การเป็นพันธมิตรกับ คัฟเวอร์ จีเนียส จะเริ่มขึ้นในตลาดเอเชียของ ซมโปะ ก่อนที่จะขยายไปยังตลาดอื่นในเครือข่ายทั่วโลกตามความพร้อมของแต่ละแห่ง ทำให้ ซมโปะ สามารถเข้าถึงฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นทั่วโลกและด้วยผลิตภัณฑ์และบริการของเรา การรวมความสามารถในการรับประกันภัยของ ซมโปะ เข้ากับใบอนุญาตและเทคโนโลยีของ คัฟเวอร์ จีเนียส จะทำให้เราอยู่ในระดับชั้นผู้นำที่ทุกคนจับตามองในตลาดประกันภัยแบบดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ด้วยแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับและเครือข่ายระดับโลกของ ซมโปะ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงเป็นโอกาสที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราที่จะเพิ่มความสัมพันธ์ในระดับโลกกับลูกค้า และใช้ทุกวิถึทางเพื่อเฟ้นหาวิธีการในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลของเรา ด้วยการส่งเสริมความร่วมมือกับพันธมิตรที่เหมาะสม ผศ.ชญณา ศิริภิรมย์ กล่าวปิดท้าย
คัฟเวอร์ จีเนียส เป็นบริษัทเทคโนโลยีอินชัวร์เทคสำหรับการประกันภัยดิจิทัลแบบฝังในสัญญาที่ให้ความคุ้มครอง
ลูกค้าทั่วโลกของบริษัทดิจิทัลที่ใหญ่ติดอันดับโลกหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง บุ๊กกิ้ง โฮลดิ้งส์ (Booking Holdings) เจ้าของ Booking.com และ อโกดา (Agoda), อินทูอิท (Intuit), สกายสแกนเนอร์ (Skyscanner), โอลา (Ola) และ เดสคาร์เทส ชิปรัช (Descartes ShipRush)






