ส.อ.ท. คาดยอดขายรถยนต์ในประเทศปีนี้จะทำได้เพียง 7.6 แสนคัน จากเป้าหมายขั้นต่ำที่ตั้งไว้ 7.5 แสนคัน เชื่อไม่ถึง 8 แสนคันแน่นอน
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และรองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินสถานการณ์ตลาดรถยนต์ในประเทศ ว่า ยอดจำหน่ายตลอดปีนี้น่าจะทำได้เพียง 760,000 คันเท่านั้น เกินเป้าหมายยอดขายขั้นต่ำที่ตั้งไว้ 750,000 คัน แต่ไม่สามารถทำได้ถึง 800,000 คันได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ พิจารณาจากยอดขายในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาทำได้แล้ว 621,000 คัน ช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมปีนี้จะทำยอดขายในประเทศเพิ่มได้เพียง 140,000 คันเท่านั้น ส่วนยอดส่งออกจะทำได้ประมาณ 1.2 ล้านคัน ยอดผลิต 2 ล้านคัน ประเทศไทยปัจจุบันตกอันดับประเทศผู้ผลิตรถยนต์มากที่สุด จากอันดับ 9 มาอยู่ที่อันดับที่ 12 ของโลก เนื่องจากยอดผลิตรถยนต์ในยุโรปฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนด้านการส่งออกประเทศไทยยังติดอันดับท็อปเทนตามเดิม
สำหรับปีหน้า คาดว่าผลจากภาษีสรรรพสามิตใหม่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้จะทำให้ยอดขายรถนต์ไตรมาสแรกชะลอตัวลง แต่จะเริ่มดีขึ้นไตรมาสถัดไปและดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3-4 ปีหน้า โดยยอดขายในประเทศตั้งเป้าหมายไว้ที่ 750,000-780,000 คัน เพราะกำลังซื้อบางส่วนเร่งซื้อปีนี้ในงานมหกรรมยานยนต์ไปแล้ว รถยนต์ที่จะได้รับความนิยม คือ รถยนต์ขนาดเล็กกลุ่มอีโคคาร์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำกว่า 100 กรัมต่อกิโลเมตร จะเสียภาษีสรรพสามิตเพียงร้อยละ 14 จากร้อยละ 17 ส่วนการส่งออกตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.22-1.25 ล้านคัน โดยเป็นการเติบโตยอดขายร้อยละ 3 เท่ากับกับเศรษฐกิจโลกที่ธนาคารโลกคาดว่าเศรฐกิจโลกจะโตร้อยละ 3.6 การส่งออกจึงเพิ่มขึ้นจากปีนี้ได้อีก 36,000 คัน
ส่วนปัจจัยที่น่าเป็นห่วงสำหรับในประเทศ คือ ภัยแล้งที่คาดว่าจะรุนแรงกว่าปีนี้ ราคาพืชผลทางการเกษตรจะปรับดีขึ้นหรือไม่ ปัญหาการเมืองทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งปัญหาการเมืองระหว่างประเทศส่งผลกระทบต่อยอดส่งออกรถยนต์ไปยังกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางมาแล้วปีนี้ อย่างไรก็ตาม ฝากความหวังการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ต้องเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนของรัฐและการจ่ายเงินเข้ากองทุนหมู่บ้านที่เม็ดเงินจะลงสู่หมู่บ้านต่าง ๆ ในช่วงสิ้นเดือนธันวาคมนี้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นได้





