มิลเลนเนียมเผย4ปัจจัยทุ่มลงทุนใหญ่1พันล้าน

มิลเลนเนียมเผย4ปัจจัยทุ่มลงทุนใหญ่1พันล้าน

มิลเลนเนียม ออโต้ ในเครือมาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) ตัวแทนจำหน่ายบีเอ็มเบิลยู และมินิ

อย่างเป็นทางการ เดินหน้าลงทุนเพื่อขยายเครือข่ายจัดจำหน่ายและศูนย์บริการในไทยเพิ่มเติม 3 แห่ง มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนมูลค่าสูง สำหรับธุรกิจตัวแทนจำหน่าย
สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กล่าวว่า การลงทุนมูลค่า 1,000 ล้านบาท ประกอบไปด้วย การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการที่อุบลราชธานี มูลค่า 250 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกของบริษัทในการออกสู่ต่างจังหวัด และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา และอีก 2 แห่งจะตามมาภายในปีนี้ คือ ที่หาดใหญ่ และ ภูเก็ต เนื่องจากบริษัทมีความมั่นใจในหลายๆ ด้าน ทั้งตลาดรถยนต์ที่เชื่อว่ามีอนาคตที่ดี โดยเฉพาะรถในกลุ่มตลาดบน
นอกจากนี้ก็เชื่อมั่นในด้านกำลังซื้อ และเศรษฐกิจที่จะเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในอนาคต จากการที่ภาครัฐมีนโยบายกระจายการลงทุนด้านต่างๆ รวมถึงการลงทุนด้านคมนาคมขนส่ง และการที่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะเปิดเต็มรูปแบบปลายปีนี้ ซึ่งจะทำให้การค้าขายระหว่างประเทศต่างในเออีซีดีขึ้น ส่งผลดีต่อจังหวัดชายแดนและพื้นที่ใกล้เคียงให้เติบโต เศรษฐกิจดีขึ้น ส่งผลต่อกำลังซื้อประชาชนที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
"เออีซี ไม่ใช่แค่เกิดการซื้อขายระหว่างกันมากขึ้นเท่านั้น แต่ในอนาคต จะมีการตั้งเป็น คลัสเตอร์ บิสซิเนส แอเรีย ในพื้นที่ต่างๆ ยิ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจมากขึ้น"
และแน่นอนว่าอีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่สำคัญก็คือ ตัวสินค้า ซึ่งสัณหวุฒิบอกว่ามีความเชื่อมั่นสูงว่าตลาดจะเติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต โดยบริษัทพิจารณาเห็นข้อดี 4 ข้อ นำมาสู่การขยายการลงทุนครั้งใหญ่ ประกอบไปด้วย
1.ตัวสินค้าที่มีความหลากหลาย ตอบสนองกลุ่มลูกค้าต่างๆได้ทั่วถึง และมีคุณสมบัติที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า
2.ค่าความพึงพอใจของลูกค้า (CSI) จากการตรวจวัด พบว่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมั่นคง ซึ่งส่งผลให้มียอดขายที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ปี 2557 ที่ผ่านมา ยอดขายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศ ทำได้ทั้งสิ้น 8,386 คัน เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ตลาดรถยนต์โดยรวมหดตัวลง 33.7%
3.เทคโนโลยีทางด้านการบริการหลังการขายที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ
4.ราคาในตลาดมือสองเพิ่มขึ้นจากในอดีตอย่างมาก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นและมีผลอย่างมาก
ทั้งนี้เป็นที่เข้าใจกันว่า ในตลาดรถทั่วไป ทั้งรถกลุ่มแมส (mass) หรือตลาดบน (luxury) นั้น ตลาดรถใหม่ และมือสองเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก เนื่องจากราคารถมือสองเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า หากราคามือสองไม่ดี ก็จะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อรถใหม่ เพราะหลายคนมองไปถึงวันที่จะขายรถคันเก่าออกไป
ปัจจัยดังกล่าวทำให้เห็นว่าปัจจุบันค่ายรถต่างๆ หันมาให้ความสำคัญกับตลาดมือสอง และราคาขายต่ออย่างมาก ผ่านทางกิจกรรมต่างๆ เช่น การรับประกันราคาซื้อคืน การตั้งแผนกมือสองขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ หรือแคมเปญการให้ราคาพิเศษสำหรับการเทิร์นรถ เป็นต้น ซึ่งบางกิจกรรมอาจจะไม่สร้างกำไร แต่จะมีผลต่อภาพลักษณ์ที่ดี และยกระดับโครงสร้างราคามือสองขึ้นมา และส่งผลดีต่ออนาคต
ทั้งนี้ในส่วนของบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ ก็มีกิจกรรมยกระดับรถมือสองขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการมีแผนกมือสองของทั้งสองยี่ห้อ รวมถึงเงื่อนไขทางการเงินในช่วงการซื้อรถใหม่ เช่น บีเอสไอ (BMW SERVICE INCLUSIVE) และโปรแกรมบอลลูน ที่ทำให้ลูกค้ารู้ถึงค่าใช้จ่ายล่วงหน้าและเลือกได้ว่าเมื่อถึงเวลาจะคืนรถให้กับบริษัท หรือการจ่ายเงินอีก 1 ก้อน เพื่อนำรถมาใช้ต่อ เป็นต้น
"เราดูองค์ประกอบทั้ง 4 ข้อ และเห็นว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนในครั้งนี้"
ทั้งนี้สำหรับมิลเลนเนียม เริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูในปี 2543 จากนั้นอีก 2 ปีต่อมา ก็เป็นตัวแทนจำหน่ายมินิเพียงรายเดียวในไทย และต่อเนื่องมาหลายปี ก่อนที่จะบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะแต่งตั้งรายใหม่เพิ่มอีก 2 รายเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
สัณหวุฒิกล่าวว่าปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ รวม รวม 2,934 คัน ส่วนปีนี้ตั้งเป้ารวมทั้ง 2 ยี่ห้อ และการจำหน่ายรถมือสอง รวม 5,000 คัน