ไฟ กับ สายตา

ไฟ กับ สายตา

30 กว่าปีที่แล้วผมมีอาชีพเป็นคนขับรถบรรทุกสิบล้อ บรรทุกสินค้าต่างๆ ไปทั่วประเทศ

เส้นทางที่วิ่งบ่อยมากคือเส้นทางสายเหนือระหว่าง กรุงเทพ กับเชียงใหม่ โดยใช้ถนนหลักคือพหลโยธินต่อเนื่องกับทางหลวงสายเอเชีย หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ซึ่งเวลานั้นถนนทั้ง 2 สายยังคงเป็นแบบวิ่งขึ้นล่องสวนทางกัน โดยไม่มีเกาะแบ่งกลางถนนซึ่งยากลำบากมากในการแซงรถอื่นแต่ละครั้ง และยิ่งลำบากมากขึ้นที่ต้องขับรถตอนกลางคืน เพราะจะมีแสงไฟจากรถที่วิ่งสวนทางมารบกวนสายตาตลอดเวลา
แต่โชคยังดีที่รถยนต์สมัยนั้นใช้ไฟหน้าแบบซีลบีมหรืออย่างเก่งก็เป็นแบบฮาโลเจน ซึ่งรบกวนสายตาคนขับรถที่สวนทางมาน้อยกว่าหลอดไฟแบบโปรเจคเตอร์ หรือหลอดไฟแบบซีนอนในยุคนี้มากทีเดียว และคนขับรถยนต์ในยุคนั้นมีมารยาทและเรียนรู้การใช้ไฟหน้ารถดีกว่าคนสมัยนี้มากมายหลายเท่าตัว เมื่อต้องขับตามหลังรถคันอื่นก็จะลดไฟหน้าลงให้เป็นไฟต่ำ เมื่อขับรถบนทางภูเขาขึ้นเนินหรือขับรถทางโค้งคดเคี้ยวไปมาก็จะใช้ไฟต่ำ เมื่อมีรถวิ่งสวนทางมาจนเห็นไฟหน้าของกันและกันก็จะใช้ไฟต่ำ ฯลฯ จึงทำให้ไม่เกิดปัญหาเกี่ยวกับการใช้ไฟผิดๆ จนรบกวนสายตากัน
อีกทั้งคนที่ขับรถในเวลากลางคืนบนทางหลวงระหว่างจังหวัดเป็นประจำในยุคนั้น รู้ดีว่าต้องตั้งไฟอย่างไรจึงจะทำให้ตนเองมองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจน และไม่ไปรบกวนสายตาของคนขับรถคันอื่น เช่นระดับความสูงของไฟต่ำและไฟสูงต้องไม่สูงเกินไป และตำแหน่งตกกระทบพื้นถนนของลำแสงไฟจะต้องไม่ข้ามไปยังเลนทางขวา แต่ต้องกินแนวออกไปทางด้านซ้ายเล็กน้อยเพื่อจะได้มองเห็นคนเดินถนน, คนขี่จักรยานหรือกองวัสดุบนไหล่ทางได้ชัดเจน
คนขับรถบรรทุกสิบล้อสมัยนั้นนิยมการขับรถกลางคืนมากกว่ากลางวัน เพราะนอกจากจะมีอากาศเย็นสบายเนื่องจากรถยนต์บรรทุกสมัยนั้นไม่มีระบบปรับอากาศในห้องโดยสารแล้ว การสึกหรอของเครื่องยนต์และสำคัญอย่างยิ่งคือยาง จะเกิดขึ้นน้อยกว่าการขับรถในเวลากลางวัน ที่สำคัญที่สุดคือปลอดจากด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เบากันมากกว่าเวลากลางวัน และไม่ต้องไปกังวลกับรถยนต์ขนาดเล็กที่มักจะขับแบบไม่ค่อยเห็นใจรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่
การขับรถยนต์ในเวลากลางคืนบนเส้นทางสายกรุงเทพ-เชียงใหม่สมัยนั้น คนที่ต้องขับเป็นประจำอย่างพวกผมเบื่อที่สุดคือช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว หรือในช่วงเทศกาลสำคัญเช่นปีใหม่, ตรุษจีน, สงกรานต์ และลอยกระทง เป็นต้น เพราะช่วงเทศกาลเหล่านั้นจะมีผู้คนหลั่งไหลขึ้นไปเที่ยวและพักผ่อนยังจังหวัดทางภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก ทั้งที่เดินทางโดยรถยนต์โดยสารและรถยนต์ส่วนตัว
เมื่อต้องขับรถยนต์บนถนนที่รถวิ่งสวนทางกันในเวลากลางคืนและบนท้องถนนมีรถวิ่งกันขวักไขว่ไปมามากๆ โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็มีมากขึ้นตามปริมาณของรถที่วิ่งบนท้องถนน และแสงจากไฟหน้าของรถยนต์ที่วิ่งสวนทางมาก็จะรบกวนสายตามาก แม้ว่ารถยนต์เหล่านั้นและผู้ขับขี่จะใช้ไฟหน้ารถอย่างถูกวิธีและมีมารยาทแล้วก็ตาม หลายครั้งที่เมื่อขับรถถึงจุดหมายปลายทางแล้วก็ไม่สามารถหลับตานอนลงได้ เพราะหลับตาลงทีไรก็ยังเหมือนกับมีความสว่างจากแสงไฟหน้าของรถ ผ่านเข้ามาในสายตาตามมารบกวนจนทำให้หลับไม่ลงก็มี
ปัจจุบันนี้แม้ว่าถนนจะมีการแบ่งช่องทางวิ่งขึ้นลงแยกออกจากกันเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ปัญหาการถูกแสงสว่างจากไฟหน้าของรถที่วิ่งสวนทางมารบกวนสายตามีน้อย แม้ว่าไฟหน้าของรถยนต์สมัยนี้จะมีความสว่างมากขึ้นกว่าสมัยก่อน เพราะรถยนต์ทั้งหมดใช้ไฟแบบโปรเจคเตอร์, แบบ HID และ แบบ ซีนอน กันหมดแล้ว
ด้วยข้ออ้างจากวิศวกรผู้ผลิตซึ่งส่วนใหญ่คิดกันอยู่ในประเทศที่เจริญแล้ว และมีการใช้รถยนต์ในเวลากลางคืนไม่มากนักว่า การที่มีไฟหน้าให้ความสว่างมากๆ จะช่วยให้รถยนต์คันนั้นๆ ลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุลง เนื่องจากคนขับสามารถมองเห็นทัศนวิสัยข้างหน้าได้ชัดเจน อีกทั้งยังมีการประดิษฐ์ไฟท้ายให้เป็นแบบหลอดไฟ LED ด้วยข้ออ้างเดียวกัน
ซึ่งข้ออ้างดังกล่าวเป็นการมองปัญหาด้านเดียว หรือจะบอกว่าเป็นการมองปัญหาแบบส่วนตัวมากกว่าส่วนรวมก็ว่าได้ เพราะเมื่อต้องขับรถยนต์ในเวลากลางคืน แม้จะบนถนนที่แยกทางวิ่งขึ้นล่องโดยมีเกาะกลางถนนมาคั่นกลางแล้วก็ตาม แต่คนขับรถก็ยังถูกความสว่างจากไฟหน้าและไฟท้ายของรถยนต์คันอื่น เข้ามารบกวนไม่ต่างไปจากในอดีตหรือจะมากกว่าด้วยซ้ำ
ลองนึกดูว่าหากท่านต้องขับรถในเวลากลางคืนโดยมีรถคันอื่นวิ่งตามมาด้านหลัง แม้รถคันนั้นจะเปิดไฟต่ำแล้วแต่ไฟของเขาเป็นแบบโปรเจคเตอร์, ซีนอน หรือ HID ถ้าต้องวิ่งตามกันอย่างนั้นเป็นระยะทางสัก 50 กม. ท่านจะทนได้หรือไม่ หรือในช่วงเทศกาล หากท่านต้องขับรถยนต์ในเวลากลางคืนซึ่งมีรถวิ่งอยู่ข้างหน้าท่านมากมาย ไฟท้ายรถแบบ LED นับพันนับหมื่นดวงที่แดงสว่างไสวไปทั้งถนนจะรบกวนสายตาของท่านขนาดไหน ทั้งนี้ยังไม่นับรวมถึงคนขับรถที่ไร้มารยาทเปิดไฟสูงบ้าง เปิดไฟสปอตไลท์พร่ำเพรื่อไม่มีเหตุผลบ้างที่มีเกลื่อนถนนในทุกวันนี้
ดังนั้นถึงเวลาหรือยังครับที่เราจะหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ไฟรถยนต์ ทั้งไฟหน้าและไฟท้ายให้ได้ประโยชน์ โดยไม่ไปรบกวนผู้ขับรถยนต์คันอื่นบนท้องถนน และสอนให้คนขับรถรู้จักการพักและถนอมสายตาอย่างถูกวิธีเมื่อต้องขับรถในเวลากลางคืนครับ