325d M-Sport หนึบแน่นเรี่ยวแรงเหลือๆ

325d M-Sport หนึบแน่นเรี่ยวแรงเหลือๆ

บีเอ็มดับเบิลยู ในยุคปัจจุบันมีรถที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

ซึ่งนอกจากซีรีส์หลักๆ ที่มีอยู่ครบถ้วนแล้ว ก็ยังมีรุ่นแยกย่อยออกไป รุ่นพิเศษเพื่อให้ได้เลือกหามาใช้งานกันตามใจชอบ

ในตระกูล ซีรีส์ 3 ก็มีหลากหลายเช่นกัน จะเอาเบนซิน ดีเซล หรือว่าไฮบริด มีหมด หรือจะเอาตัวถังซีดาน หรือทัวริ่ง หรือว่าอยากได้มุมมองที่เติมอารมณ์สปอร์ต ก็ต้องตัวนี้ "325d M-Sport" ซึ่งส่งชุดแต่งจาก M เข้ามาประจำการอยู่ในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นแอร์โรพาร์ต อย่างสปอยเลอร์หน้า-หลัง พร้อมติดตราสัญลักษณ์ M ที่แก้มรถ ท่อไอเสียแบบคู่ กาบบันไดพร้อมสัญลักษณ์ M และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย M Double spoke ซึ่งใหญ่กว่า 325d ที่ใช้ขนาด 17 นิ้ว และพวงมาลัย ใช้เวอร์ชัน M เช่นกัน

ในด้านของเครื่องยนต์ก็คงจะรู้กันดีอยู่แล้วว่า บีเอ็มดับเบิลยู เปลี่ยนจากเครื่องใหญ่ 2.5 ลิตร วี 6 มาใช้เครื่องดีเซลตัวเก่ง 2.0 ลิตร เทอร์โบ ได้พักใหญ่แล้ว ซึ่งด้วยเทคโนโลยี ทำให้เจ้าตัวเล็กมีพละกำลัง ความกระปรี้กระเปร่าดีกว่าตัวใหญ่อย่างชัดเจน

โดยมันสามารถรีดกำลังออกมาได้ 218 แรงม้า ที่ 4,400 รอบ/นาที แรงบิด มีให้ใช้กันอย่างเหลือเฟือ 450 นิวตันเมตรที่ 1,500-2,500 รอบ/นาที เป็นแรงบิดที่สูงชนิดที่หากกลับรถ แล้วกดคันเร่งแรงๆ รถดิ้นได้เลยทีเดียว

พูดถึงเครื่องยนต์ ล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู ประกาศแล้วว่า จะควักกระเป๋าอีก 600 ล้านบาท เพิ่มการลงทุนในโรงงานที่ระยองเพื่อขึ้นสายการผลิตเครื่องยนต์ เริ่มจาก ดีเซลก่อนในช่วงปลายปีหน้า ก่อนจะตามด้วยเบนซิน ในปีถัดไป ก็น่าสนใจว่าจะมีผลต่อเรื่องของทิศทางราคาบ้างหรือไม่ อย่างไร เพราะหลังๆ จะเห็นได้ว่าตลาดบนก็แข่งกันในเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยทีเดียว

กลับมาที่ตัวรถ รูปร่างหน้าตาของ 320d M-Sport เรียกว่าเป็นหนุ่มหล่อ สุขุม มีดีในตัว แต่ไม่อวดอ้าง เพราะการออกแบบ และการตกแต่งต่างๆ ทำได้อย่างที่ภาษายอดนิยมเรียกว่า มีคลาส คือ ให้ความรู้สึกได้ถึงอารมณ์สปอร์ต และหรูหรา แต่ไม่เยอะเกินเหมือนวัยรุ่นหัดแต่งรถ เรียกว่าวัยรุ่นขับได้ หรือผู้ใหญ่จะซื้อไปใช้งาน ก็ดูไม่แปลกต่าง

ภายในมาพร้อมกับเบาะหนัง แผงข้างประตู สีแดงสะดุดตา สวยงาม เติมความร้อนแรงได้กลมกลืนไม่รู้สึกโดด ส่วนการออกแบบอื่นๆ ก็เช่นเดียวกับซีรีส์ 3 ทั่วไป และจะว่าไปแล้ว ก็ต้องบอกว่าเช่นเดียวกับบีเอ็มดับเบิลยูทั่วไป คือ ตำแหน่งคนขับที่กระชับ เบาะไม่ใหญ่โตนัก แต่นั่งสบาย และรู้สึกมั่นคง ควบคุมรถได้ง่าย

ผมว่าบีเอ็มดับเบิลยู เป็นรถที่ออกแบบตำแหน่งการนั่งที่มีผลต่อการขับขี่ที่ดี เพราะแม้จะออกแบบที่เมืองฝรั่ง แต่เมื่อชายไทยไซส์กะทัดรัดอย่างผมมานั่ง ก็รู้สึกว่าไม่ยากที่ควบคุมรถ ตำแหน่งเบาะนั่ง มุมมอง การวางเท้า หรือว่าพวงมาลัย ช่วยให้การขับขี่สนุกสนานขึ้นได้เยอะทีเดียว

ส่วนตัวถังโดยรวมสำหรับซีรีส์ 3 ปัจจุบัน ก็ใหญ่โตขึ้นครับ มองไกลๆกับซีรีส์ 5 นี่อาจแยกกันไม่ออกเลยทีเดียว

ระบบการขับขี่ มีให้เลือกทั้ง อีโค โปร, คอมฟอร์ท, สปอร์ต และ สปอร์ต + และมีระบบ Auto Start/Stop ที่จะดับ-ติด เครื่องยนต์อัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความประหยัดเชื้อเพลิง

อีโค โปร ระบบจะควบคุมการฉีดน้ำมัน แบบเอาแต่พอดีๆ ค่อยๆเร่ง และพยายามใช้เกียร์สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยกเว้นกรณีที่ผู้ขับต้องการกำลังจริงๆ เช่น เร่งแซง ด้วยการกดคันเร่งหนัก มันก็จะเรียกกำลังให้เหมือนระบบปกติ ส่วนสปอร์ต + ก็จะปลดระบบช่วยเหลือการทรงตัวออกไป

ส่วนใหญ่ที่ใช้งาน ก็คือ คอมฟอร์ท ซึ่งผมว่าระบบเดียวก็เที่ยวทั่วไทยได้แล้ว แต่ว่าพอถึงเวลาจริง กับสมรรถนะของเครื่องยนต์ที่เย้ายวน ก็อดไม่ได้ที่จะต้องปรับไปอยู่ที่ สปอร์ต ซึ่งจะไปควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ให้กระฉับกระเฉงมากขึ้น พวงมาลัยน้ำหนักเพิ่มขึ้น และช่วงล่างที่แข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ช่วยลดการโยนตัว ตอบสนองการขับขี่แบบเร็วๆได้ดี

พละกำลังของเครื่องยนต์ดีเซลตัวนี้เหลือเฟือครับ ออกตัวแบบเร้าใจ เร่งแบบทันใจ ซึ่งช่วยผมได้เยอะกับเส้นทางมุ่งหน้าวังน้ำเขียว ที่ต้องผ่านเขาชัน มีรถบนท้องถนนจำนวนมาก รวมถึงรถบรรทุก ทำให้หลายช่วง หรือจะพูดให้ถูกก็คือตลอดเส้นทางช่วงเขา จะเห็นรถคลานต่อท้ายกันเป็นแถวยาว แต่ด้วยสมรรถนะของมัน เมื่อมีจังหวะปลอดภัย ก็กดคันเร่งทีเดียว แซงยาวได้ถึงหัวขบวนเลยทีเดียว

ครับพูดถึงตรงนี้ก็นึกถึงรถหลายๆรุ่น หลายประเภทในปัจจุบัน รวมถึงปิกอัพด้วย ที่เขาพัฒนาเครื่องออกมาแรงๆ ก็เพื่อประโยชน์ใช้งานอย่างนี้ จะเร่งแซง หรือเร่งหนีอุปสรรค ไม่ได้ตั้งใจให้เอาความแรงไปซิ่ง ไปแข่งกันบนท้องถนนนะครับ

และแน่นอนว่าเส้นทางแบบนี้ นอกจากเครื่องยนต์แล้ว ระบบช่วงล่างหรือพวงมาลัย ก็มีผลอย่างมาก เพราะต้องพึ่งมันตลอดเวลา ซึ่งความแม่นยำของพวงมาลัย ก็ช่วยให้ขับขี่ได้ง่าย ฝ่าอุปสรรคโค้งต่างๆ ไปสูดโอโซนที่วังน้ำเขียวได้อย่างสนุก และปลอดภัย

ส่วนช่วงล่างที่นิ่ง นอกจากทำให้คนขับคุมรถได้ไม่ยาก คนนั่งหลังก็ไม่บ่นอะไรสักคำ เพราะการไม่โยนตัวของตัวถัง ก็ช่วยลดอาการคลื่นไส้ วิงเวียน ได้เยอะทีเดียวครับ