เรียกค่ายรถถกสัปดาห์หน้า

เรียกค่ายรถถกสัปดาห์หน้า

สรรพสามิตชงรัฐมนตรีคลังปรับเกณฑ์จัดเก็บภาษีเครื่องดื่ม สัปดาห์หน้าเชิญค่ายรถยนต์ หารือแนวโน้มยอดผลิต

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเชิญผู้ประกอบการรถยนต์ทุกค่าย ที่จำหน่ายภายในไทยมาหารือ ถึงแนวโน้มยอดการผลิต และยอดจำหน่ายช่วงที่เหลือของปีนี้ และปีหน้าหลังจาก ผลการจัดเก็บรายได้รถยนต์เดือนต.ค.57 ซึ่งเป็นเดือนแรกของงบปีประมาณ 2558 กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าประมาณการ 511 ล้านบาท โดยมีแรงกดดันมาจากผลจัดเก็บภาษีรถยนต์ในเดือนต.ค.จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ 2.1 พันล้านบาท โดยจัดเก็บได้ 6.7 พันล้านบาท และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีแล้ว 2.39 พันล้านบาท

ขณะที่ ภาษีอุปโภคบริโภค ที่สะท้อนให้เห็นการใช้จ่ายของประชาชนเช่น ภาษีเบียร์ จัดเก็บได้ 6.7 พันล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 708 ล้านบาท และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 803 ล้านบาท ภาษีสุรา จัดเก็บได้ 5 พันล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 994 ล้านบาท และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 1.96 พัน ล้านบาท แนวโน้มท่องเที่ยวที่เริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้มีความมั่นใจว่า การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตจะค่อยๆ กลับมาเป็นบวกได้ในช่วงปลายปีนี้และต้นปีหน้า

แหล่งข่าวสรรพสามิต กล่าวว่า จะหารือในระดับนโยบายกับ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกี่ยวกับการปรับปรุงมาตรฐานการจัดเก็บภาษีสินค้าประเภทเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเครื่องดื่มประเภทน้ำผลไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เครื่องดื่มประเภทนี้ ได้รับการยกเว้นภาษีตามเกณฑ์ที่กรมฯกำหนด จึงมีแนวคิดจะปรับปรุง เพื่อกำหนดส่วนผสมเพื่อสุขภาพของผู้ดื่มมากขึ้น

"สินค้าเครื่องดื่มที่เข้าข่ายได้รับยกเว้นตามประกาศ ต้องเป็นเครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบการเกษตรที่ปลูกและผลิตในประเทศ และไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพผู้ดื่ม จะมีการกำหนดสัดส่วนผลไม้ในส่วนผสมที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันกำหนดเพียง 10%"

ปัจจุบันมีเครื่องดื่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มนั้น มีอยู่ประมาณ 100 รายการ โดยต้องเข้าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งใน 2 ข้อ คือ 1. เป็นเครื่องดื่มที่ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบการเกษตรภายในประเทศ ต้องมีสัดส่วนของวัตถุดิบการเกษตรภายในประเทศ ตามที่กรมกำหนด และ 2. จะต้องเป็นเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ โดยผู้ผลิตต้องยื่นเรื่องให้กรมฯเป็นผู้พิจารณา

สำหรับเกณฑ์ใหม่ที่จะกำหนด สำหรับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม คือ ต้องเข้าเกณฑ์ทั้ง 2 ประการ โดยจะเข้าข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้ เช่น ปัจจุบันเครื่องดื่มชาเขียวที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่ม ได้เข้าเกณฑ์การใช้วัตถุดิบการเกษตรภายในประเทศ

"กรณีเครื่องดื่มชาเขียวที่ได้รับยกเว้นภาษี เพราะต้องการส่งเสริมคนที่อยู่บนดอยสูงให้มีอาชีพ และส่งเสริมการปลูกป่า จึงยกเว้นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของใบชา เมื่อเพิ่มเกณฑ์ด้านสุขภาพเข้ามาด้วย จึงต้องไปตรวจสอบว่า ชาเขียวแต่ละยี่ห้อมีความหวานสูงจนมีผลเสียต่อสุขภาพหรือไม่ ปัจจุบันอัตราภาษีเครื่องดื่มปัจจุบันจัดเก็บ 20% ของมูลค่า"

ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลสุทธิในเดือนแรกปีงบ 2558 (ตุลาคม 2557) จัดเก็บได้ 1.71 แสนล้านบาท เกินกว่าเป้าที่กำหนดไว้ 1.62 แสนล้านบาท หรือ เกินกว่าเป้า 9 พันบ้านบาท ถือเป็นสัญญาณดีของการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณนี้

"การจัดเก็บรายได้ที่เกินกว่าเป้า เป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของที่สร้างให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น ทำให้การบริโภคสูงขึ้น สะท้อนจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ในประเทศที่สูงกว่าเป้า 4.7% คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท จากช่วงก่อนหน้านี้การจัดเก็บแวตต่ำกว่าเป้ามาตลอด"

การจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร ซึ่งถือเป็นกรมจัดเก็บรายได้หลัก เกินกว่าเป้าหมายประมาณ 2 พันล้านบาท ส่วนกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรนั้น ถือว่า อยู่ใกล้เคียงเป้าหมาย โดยในส่วนของสรรพสามิตนั้น รายได้จากภาษีรถยนต์ยังไม่ดีนัก แต่มีรายได้จากภาษีน้ำมันและยาสูบที่อยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนรายได้จากรัฐวิสาหกิจนั้น ถือเป็นรายได้ที่นำส่งในระดับสูง โดยส่วนใหญ่มาจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ในปีงบ 2557 การจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้ามาก เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจของไทยที่ไม่เป็นไปตามคาดจากต้นปีเคยคาดการณ์จะโต 4% ล่าสุด สศค. ประเมินว่าจะโต 1.4% ทำให้การจัดเก็บแวตปรับลดลงมาก ภาษีเงินได้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดาต่ำกว่าเป้า 2 รายการ