วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หม้อน้ำ

เมื่อเครื่องยนต์สันดาปภายในทำงานขึ้นมาย่อมต้องมีความร้อน เพราะการจุดระเบิดภายในห้องเผาไหม้ที่มีแรงอัดสูง

เพื่อให้เกิดพลังงานถ่ายทอดไปสู่ระบบขับเคลื่อน ย่อมต้องมีทั้งความร้อนจากการเผาไหม้ และจากการเสียดสีระหว่างชิ้นส่วนต่างๆ ตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงานอยู่ ดังนั้นวิศวกรผู้ออกแบบเครื่องยนต์จึงต้องออกแบบระบบระบายความร้อนเอาไว้ให้เครื่องยนต์ด้วย

ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ที่นิยมใช้กันในโลกนี้มี 2 แบบหลักๆ คือ ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ นิยมใช้กันมากในเครื่องยนต์ขนาดเล็ก เช่น เครื่องมอเตอร์ไซค์หรือเครื่องยนต์อเนกประสงค์ทั้งหลาย แต่ในอดีตเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้กับรถยนต์ก็นิยมใช้ระบบนี้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังสัญชาติเยอรมัน เช่น โฟล์คสวาเก้น แล ปอร์เช่ แต่ปัจจุบันด้วยข้อจำกัดทางกฎหมายหลายอย่าง ผู้ผลิตรถยนต์ทั้ง 2 รายจึงหันไปใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำด้วยกันทั้งคู่

ระบบระบายความร้อนแบบที่ 2 ที่นิยมใช้กับเครื่องยนต์สันดาปภายในก็คือ ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งเป็นระบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด และหากจะแบ่งย่อยออกไปก็แบ่งได้เป็นอีก 2 ลักษณะ ลักษณะแรก คือ ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำแบบน้ำไหลผ่านไม่ต้องมีถังเก็บน้ำ นิยมใช้กันในหมู่เครื่องยนต์ที่ใช้กับเรือ หรือรถยนต์ที่ผลิตมาสำหรับใช้ในพื้นที่ซึ่งมีอากาศหนาวเย็นยาวนานมากกว่าอากาศร้อน ลักษณะนี้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศยุโรปตะวันออกเคยนิยมกันมาก แต่ปัจจุบันเริ่มหายไปจากเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์แล้ว ส่วนใหญ่จะใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำลักษณะที่มีถังเก็บน้ำไว้ใช้งานเฉพาะ

หม้อน้ำสำหรับรถยนต์สมัยประมาณ 30 ปีที่แล้วจะเป็นโลหะทั้งใบ ส่วนที่เป็นครีบรังผึ้งนั้นแน่นอนละว่าต้องเป็นโลหะจำพวกอะลูมิเนียม แผ่นปิดด้านล่างของหม้อน้ำและฝาครอบด้านบนของหม้อน้ำสมัยนั้นทำมาจากทองเหลือง การเชื่อมประสานกันระหว่างรังผึ้งกับฝาครอบด้านบนและล่างจึงทำได้ง่ายและติดสนิททนทาน

ความเสียหายของหม้อน้ำรถยนต์สมัยก่อนจึงมักจะเกิดขึ้นจากการรั่วบริเวณครีบรังผึ้ง ซึ่งวิธีการซ่อมบำรุงหรือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก็สามารถทำได้ง่าย ที่นิยมกันมากที่สุดก็คือใช้กล้วยดิบปอกเปลือก แล้วเอากล้วยจิ้มเข้าไปตรงบริเวณรังผึ้งที่รั่ว จิ้มเข้าไปย้ำๆ หลายๆ ครั้ง จนเห็นว่ามีเนื้อกล้วยติดพอกอยู่บริเวณนั้น แล้วจึงทิ้งไว้ประมาณสักครึ่งชั่วโมงเพื่อให้เนื้อกล้วยดิบแห้งเพียงเท่านั้นก็สามารถนำรถไปใช้งานต่อไปได้อีกนาน

หรือหากหากล้วยดิบไม่ได้ก็สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ ด้วยการเอาคีมมาบีบครีบรังผึ้งตรงรอยรั่วให้บี้ติดกันสนิท จนน้ำไม่ไหลหรือไหลน้อยลงได้ วิธีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องครีบรังผึ้งหม้อน้ำรั่วอย่างนี้ รถยนต์สมัยใหม่ก็ยังสามารถนำไปใช้ได้ เพราะตัวครีบรังผึ้งยังคงใช้วัสดุในลักษณะเดียวกัน

วิธีการป้องกันไม่ให้ครีบรังผึ้งหม้อน้ำเสียหายก็คือ หมั่นทำความสะอาดครีบรังผึ้งหม้อน้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ที่ต้องวิ่งบนทางระหว่างจังหวัดในเวลาค่ำคืนบ่อยๆ ด้วยว่าอาจจะมีซากตัวแมลงมาบี้ติดตายจนทำให้ครีบเกิดสนิมและผุขึ้นมาได้ง่ายๆ วิธีการล้างก็เพียงแค่เอาน้ำมาราดหรือฉีดเบาๆ ลงไปบริเวณครีบรังผึ้ง ฉีดน้ำจนคราบตัวแมลงเหล่านั้นเปื่อยยุ่ยสลายออกมา

หากมีซากแมลงมากหรือทิ้งไว้หลายวันจนซากแมลงแข็งเอาออกยาก หลังจากฉีดน้ำจนโชกแล้วก็ให้เอาน้ำยาล้างจานหรือน้ำยาซักผ้าเทราดซ้ำลงไปและทิ้งไว้สักครู่ จนซากตัวแมลงอ่อนตัวเปื่อยยุ่ยแล้วจึงเอาน้ำมาราดหรือฉีดเบาๆ ล้างออก ย้ำว่าหากใช้น้ำฉีดด้วยสายยางเข้าไปที่บริเวณครีบรังผึ้ง ต้องปรับระดับกระแสน้ำให้ไหลเบาๆ อย่าเร่งจนฉีดแรงเกินไป เพราะครีบรังผึ้งหม้อน้ำเป็นชิ้นส่วนที่เปราะบาง อาจจะโดนแรงดันน้ำกระแทกจนครีบบี้ติดกันไปได้

แต่หากรอยรั่วเกิดบริเวณรอยต่อระหว่างครีบรังผึ้งกับฝาครอบด้านบน สำหรับรถยนต์สมัยก่อนสามารถใช้ทองเหลืองมาเชื่อมอุดรอยรั่วได้ แต่หม้อน้ำรถยนต์สมัยนี้แม้จะสามารถใช้กาวอีพ๊อกซี่มาอุดรูรั่วได้ แต่ขอแนะนำว่าให้ทำเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น หลังจากนั้นควรเปลี่ยนหม้อน้ำใบใหม่จะดีกว่า

การเปลี่ยนหม้อน้ำที่ดีควรเปลี่ยนเป็นชนิดและขนาดเดียวกันกับของเดิมที่ติดรถมา เพราะเครื่องยนต์ปัจจุบันนี้ถูกควบคุมทุกระบบด้วยกล่องอิเล็กทรอนิกส์ การเปลี่ยนแปลงขนาดของหม้อน้ำ จึงอาจจะทำให้การอ่านค่าต่างๆ ของกล่องควบคุมผิดเพี้ยน จนสั่งการผิดไปทำให้เครื่องยนต์เดินไม่สะดวกหรือทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควรครับ