โลกทุกวันนี้ก้าวหน้าพัฒนาขึ้นไปจากเมื่อ20ปีที่แล้วมากมาย โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวพันกับระบบอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งเป็นระบบที่เข้ามาเกี่ยวพันกับชีวิตคน และเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ มากขึ้นทุกวัน และคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการพัฒนาได้เร็วและก้าวหน้ามากด้วย
ซึ่งในการพัฒนาของระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น นอกจากจะทำให้คนสมัยนี้สามารถใช้ชีวิตได้สะดวกและง่ายขึ้นแล้ว ยังมีผลกระทบทำให้สินค้าหลายตัวต้องล้มหายตายจากไปจากท้องตลาด แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มผลิตออกจำหน่ายได้ไม่นาน และทำให้ธุรกิจหลายอย่างต้องปรับตัวตามการพัฒนา ไม่อย่างนั้นก็ต้องเลิกกิจการล้มหายไปด้วยเช่นกัน
ตัวอย่างเช่นธุรกิจบันเทิงด้านการจำหน่ายเทปเพลง ในอดีตเคยเป็นธุรกิจที่ทำรายได้ให้เจ้าของลิขสิทธิ์มากมายมหาศาล นักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคเทปคลาสเซ็ท ร่ำรวยจากเปอร์เซ็นต์จำหน่ายเทปนับแสนนับล้านตลับจนไม่สนใจรายได้ที่เกิดจากการเดินสายแสดงสด หรือที่เรียกกันว่าไม่สนใจการทำวงเพื่อเดินสายรับงานเลย
ต่อมาเมื่อเทคโนโลยีการอัดเสียเพลงลงแผ่น ซีดี เริ่มเข้ามาแทนที่เทปคลาสเซ็ท ทำให้สามารถบันทึกเพลงลงได้รวดเร็ว และเป็นจำนวนมากเพลงต่อแผ่นด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าเดิมมาก แถมยังสามารถกระทำการได้ง่ายเพียงแค่มีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเท่านั้น จุดเด่นสำคัญก็คือคุณภาพของเสียงที่ได้ชัดเจนและดีกว่าบันทึกลงและฟังจากเทปคลาสเซ็ทด้วย เจ้าของลิขสิทธิ์ทุกรายจึงฝันหวานที่จะทำกำไรจากการขายแผ่นซีดีที่มีต้นทุนต่ำในราคาสูงกว่าเทปคลาสเซ็ท
แต่เทคโนโลยีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย, มีต้นทุนต่ำและได้คุณภาพเท่าเทียมกันกับต้นฉบับก็กลายเป็นดาบสองคมหรือบูมเมอแรงที่หมุนย้อนกลับมาทำลายธุรกิจการจำหน่ายแผ่นบันทึกเพลงของเจ้าของลิขสิทธิ์จนล่มสลาย เพราะผู้บริโภคสามารถทำการบันทึกซ้ำเอาไว้ฟังเองจากเครื่องมือปรกติที่ทุกบ้านมีไว้ใช้งานอยู่แล้ว เจ้าของลิขสิทธิ์หรือเจ้าของค่ายเพลง, ศิลปินและนักร้องทั้งหลายจึงต้องหันกลับมาหารายได้จากการแสดงสดอีกครั้งหนึ่ง
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ก็ได้รับผลกระทบทั้งบวกและลบจากการพัฒนาของระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยเช่นกัน ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือระบบการซ่อมบำรุง ในอดีตเมื่อครั้งที่รถยนต์เครื่องเบนซินทั้งหมดยังใช้การจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านคาร์บูเรเตอร์ ช่างซ่อมเครื่องยนต์ก็จะถอดคาร์บูเรเตอร์ออกมาล้างทำความสะอาด หรืออาจจะถึงขั้นเปลี่ยนนมหนูตัวใหม่หรือปรับเปลี่ยนขนาดของนมหนู ให้จ่ายน้ำมันมากขึ้นหรือน้อยลงได้ตามความต้องการอย่างไม่ยากเย็นนัก
แต่เครื่องยนต์เบนซินในปัจจุบันนี้นอกจากจะเปลี่ยนมาจ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดหมดแล้ว ยังถูกควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกำหนดปริมาณน้ำมันเบนซินที่จ่ายผ่านหัวฉีดออกมา ให้อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมกับปริมาณอากาศที่ไหลเข้าไปผสมกันด้วย ช่างซ่อมรถทั่วไปจึงไม่สามารถปรับแต่งการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่หัวฉีดได้ด้วยเครื่องมือปรกติ นอกจากใช้อุปกรณ์พิเศษหรือคอมพิวเตอร์ทำการปรับจูนที่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่รู้จักกันในนามของกล่อง หรือ กล่อง อีซียู เท่านั้น
วิธีคิดทางธุรกิจก็เปลี่ยนแปลงไปตามการพัฒนาของเทคโนโลยีด้วย เช่น หากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ การซ่อมบำรุงยุคใหม่เลือกที่จะใช้วิธีการเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้นๆ มากกว่าที่จะถอดรื้อออกมาและทำการซ่อมแซมส่วนที่เสียหายเฉพาะจุด ภายใต้วิธีคิดที่ว่าได้ผลที่แน่นอนกว่าและเสียเวลาน้อยกว่า แม้จะต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นกว่าการซ่อมเฉพาะจุดก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นก็เป็นภาระของผู้บริโภคไม่ใช่ภาระของเจ้าของธุรกิจ
แม้แต่ในอุปกรณ์หรือชิ้นส่วนที่ยังสามารถทำการซ่อมบำรุงเฉพาะจุดได้ ธุรกิจการซ่อมบำรุงรถยนต์สมัยใหม่ก็หันมาใช้วิธีการเปลี่ยนเช่นกัน เพียงแต่อาจจะเป็นการเปลี่ยนเอาอุปกรณ์ที่เคยผ่านการใช้งานมาแล้ว แต่ได้รับการตรวจหรือซ่อมบำรุงเตรียมเอาก่อนหน้ามาทำการเปลี่ยนแทนที่อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนที่เสียหาย เช่น การเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์แอร์ หรือ ไดชาร์จ ในแบบที่เรียกกันว่า “คอมบิลท์ และ ไดบิลท์” นั่นเอง
บวกกับกำลังการผลิตรถยนต์ในปัจจุบันนี้มีขีดความสามารถสูงขึ้น ผลิตรถยนต์ได้มากคันขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่นาที การทำให้รถยนต์มีค่าซ่อมบำรุงสูงขึ้นโดยที่ผู้บริโภคไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวแต่ยอมรับเงื่อนไขหรือเหตุผลจูงใจที่ฝ่ายผู้ผลิตและจำหน่ายอ้างอิง ก็เท่ากับเป็นตัวช่วยทำให้เกิดการตัดสินใจเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่เร็วขึ้นด้วย
ดังนั้นหลายครั้งที่เจ้าของรถยนต์ได้รับคำตอบจากช่างว่า “ซ่อมไม่ได้” แต่พอถามไปยังช่างคนอื่นกลับได้รับคำตอบว่า "ซ่อมได้" นั่นไม่ได้หมายความว่าช่างคนแรกไม่เก่งหรือไม่มีความรู้ เพียงแต่เขาตอบตามแนวทางธุรกิจสมัยใหม่ คือคำว่า “ซ่อมไม่ได้” ของเขาหมายความว่าซ่อมได้แต่ไม่ซ่อมเพราะเสียเวลามากหรือ "ไม่คุ้ม" ตามความเห็นของเขา ในขณะที่ช่างคนที่สองตอบตามความเป็นจริงในแนวคิดแบบช่างต่างหากครับ





