วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทยหวังขึ้นผู้นำผลิตชิ้นส่วนอาเซียน

ไทยหวังขึ้นผู้นำผลิตชิ้นส่วนอาเซียน ขณะที่สศอ.ระบุภาคอุตสาหกรรมไทยยังขาดแคลนแรงงานระดับชำนาญกึ่งฝีมือถึงระดับมีฝีมืออยู่ 5 แสนตำแหน่ง

นายสมเกียรติ ชูพรรคเจริญ นายกสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย กล่าวว่า การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ขณะนี้ได้ปรับลดลงประมาณ 20-30% ต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2556 คาดว่าจะต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2557 ทั้งนี้เป็นการปรับฐานสู่ความต้องการที่แท้จริงของตลาด หลังจากสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรกที่ช่วงนั้นต้องเร่งผลิตสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้สมาคมฯให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ดียิ่งขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีช่วยในการผลิตที่สูงขึ้น ระบบอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น เพื่อลดต้นทุนและคุณภาพสินค้าที่ดีกว่าเดิม เพราะไทยล้าหลังหากเทียบกับประเทศญี่ปุ่นถึง10 ปี เพราะต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 และปัญหาการเมือง พร้อมกันนี้ต้องเร่งเดินหน้าเตรียมพร้อมรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี 2558 เพราะตลาดจะขยายเพิ่มขึ้นอีก 10 เท่าตัว ทำให้อุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตของไทย จะกลับไปมียอดการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง หากรัฐบาลและเอกชนร่วมมือกันอย่างดีในหลายๆ ด้าน

สำหรับปัจจัยสนับสนุนให้อุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตกลับมาเติบโตสูงสุดอีกครั้ง มาจากปัจจัยการผลิตที่เพิ่มขึ้นป้อนตลาดเออีซี และยังจะมีการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการเดินหน้าโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์ ระยะที่ 2) จำนวน 10 ราย มูลค่าเงินลงทุนรวมกว่า 138,889 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีกำลังการผลิตรถยนต์รวมเพิ่มขึ้นอีก 1,581,000 คัน จากปัจจุบันที่ไทยมีกำลังการผลิตรถยนต์อยู่ประมาณปีละ 2,400,000-2,500,000 คัน ทั้งนี้สมาคมฯคาดว่าไทยก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน

ด้านนายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)กล่าวถึงผลการศึกษาร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และ สศอ. พบว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยยังคงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานจำนวนมาก โดยปีที่ผ่านมาพบว่าขาดแคลนกว่า 500,000 ตำแหน่ง ขาดแคลนมากในกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาระดับอาชีวศึกษา โดยเฉพาะช่างกล ช่างไฟฟ้า ซึ่งปัญหาบรรเทาลงจากการที่เศรษฐกิจชะลอตัว และผลจากการย้ายฐานการผลิตของอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้นช่วยลดปัญหาลงได้ในระดับหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าปัญหาการขาดแคลนแรงงานจะเริ่มกลับมารุนแรงอีกครั้งในช่วงไตรมาส 2-3 เพราะการส่งออกเริ่มฟื้นตัว คาดว่าการส่งออกปีนี้มีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่ปัญหาการเมืองยังเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเริ่มรับทราบข้อมูล เริ่มเรียนรู้สถานการณ์ และบางส่วนนำมาใส่ในแผนกลยุทธ์ธุรกิจและไม่ได้อยู่ในแผนระยะสั้น

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น ผลจากการสื่อสารเพื่อให้กระทรวงศึกษาธิการปรับเปลี่ยนหลักสูตรการสอนเป็นไปได้ล่าช้า เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว สศอ. สถาบันยานยนต์ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงร่วมมือกันพัฒนาแรงงานในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ร่วมกับกรมอาชีวศึกษา และจัดให้นักศึกษาฝึกงานที่สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น