มอเตอร์โชว์ หวั่นงานปีหน้าซึม หลังพิษเศรษฐกิจปีนี้กระทบรายได้องค์กร เงินโบนัสพนักงานปลายปี ฉุดกำลังซื้อร่วง แต่ยังคงแผนขยายพื้นที่จัดงาน
นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล และรองประธานจัดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 35 ซึ่งจบไปแล้วเมื่อ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมียอดจอง 3.94 หมื่นคัน ใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่ทำได้ 4.08 แสนคัน และสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้มากกว่า 3.5 หมื่นคัน กล่าวว่า ยอดจองในปีนี้สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังมีอยู่ เพราะแม้ประเทศจะประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และวิกฤติการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถที่มีราคาตั้งแต่ 8 แสนบาทขึ้นไป พบว่าทำยอดจองได้ดีตลอดงาน ส่วนรถที่ชะลอตัวชัดเจน คือ รถในกลุ่มราคาต่ำกว่า 8 แสนบาท แต่ก็เป็นการได้รับผลกระทบมาจากโครงการรถคันแรกที่ถูกดึงกำลังซื้อไปใช้ช่วงหน้าจำนวนมาก
การที่ยอดจองภายในงานยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากผู้บริโภค มีความจำเป็นจะต้องใช้รถ อีกทั้งมีกำลังซื้อ และวางแผนการใช้เงินมาแล้วก่อนหน้านี้
"ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคมีเงินอยู่ในมือจำนวนหนึ่ง เช่น เงินโบนัสของปีที่ผ่านมา ซึ่งแต่ละองค์กรก็สามารถจ่ายโบนัสในอัตราที่ดี ดังนั้นผู้บริโภคก็มีเงินเพียงพอ สำหรับการวางแผนจองรถ ดาวน์รถ"
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือ กำลังซื้อในปีหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจที่ไม่ดีนักในปีนี้จะทำให้หลายองค์กรมีผลประกอบการ และกำไรลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อเงินตอบแทนประจำปีที่ลดลงเช่นกัน และจะส่งผลต่อเนื่องไปยังการจองรถด้วยเช่นกัน
นายจาตุรนต์กล่าวว่า สำหรับยอดจองที่มีจากความจำเป็นในการใช้รถของผู้บริโภค เห็นได้จากตลาดอุปกรณ์ตกแต่ง หรือ แอคเซสซอรี ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน แม้จะพบว่ามียอดจองเท่าๆกับปีที่ผ่านมา แต่สิ่งแตกต่างก็คือ ผู้ประกอบการแจ้งว่า ยอดขายในร้านขณะนี้ลดลง เป็นการบ่งบอกว่าลูกค้าเริ่มระมัดระวังในการใช้เงินมากขึ้น และเลือกซื้อสินค้าเฉพาะที่จำเป็นมากขึ้น
อย่างไรก็ตามสำหรับการจัดงานในปีหน้า มีแผนขยายพื้นที่การจัดงานเพิ่มขึ้น แม้ว่าในปีนี้จะมีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นถึง 3,400 ตารางเมตรแล้วก็ตาม
"ส่วนจะขยายในส่วนในบ้าง เราเตรียมจะนำเสนอแผนในเร็วๆ นี้ รวมถึงแผนการขยายการจัดงานไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนหลังมีการเจรจา หารือกับหลายๆประเทศมาก่อนหน้านี้ โดยจะเริ่มที่ประเทศกัมพูชา เป็นประเทศแรก ในเดือนต.ค.นี้ ที่พนมเปญ และจะจัด 3 ปีต่อเนื่องก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ กลุ่มเป้าหมาย และแนวโน้มจากปัจจัยแวดล้อมต่างๆอีกครั้งก่อนมีการขยายการจัดงานไปยังประเทศอื่นๆต่อไป"
สำหรับยอดจอง 3.94 หมื่นคันในปนี้ ผู้ที่มียอดสูงสุด 10 อันดับ นำโดยคือ โตโยต้า 9,514 คันตามมาด้วยฮอนด้า 5,617 คัน อีซูซุ 4,602 คัน มาสด้า 3,482 คัน มิตซูบิชิ 3,093 คัน นิสสัน 2,723 คัน ฟอร์ด 2,575 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ 2,060 คัน เชฟโรเลต 1,716 คัน และ บีเอ็มดับเบิลยู 1,383 คัน





