วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เบนซ์ร่วมมือหอการค้าเยอรมัน-ไทยพัฒนาบุคลากร

อุตสาหกรรมรถยนต์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานทั้งระบบ

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนโรงงานผลิต ศูนย์บริการหลังการขาย รวมไปถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง อย่างอุตสาหกรรมชิ้นส่วน

นอกจากนี้ยังมีตัวเร่งคือ เป้าหมายการผลิตรถให้ได้ 3.5 ล้านคัน ภายในปี 2563 ซึ่งไม่ได้หมายถึงตัวเลขการผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่การผลิตชิ้นส่วนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะยิ่งทำให้ปัญหารุนแรงมากขึ้น อีกทั้งแนวทางแก้ไขที่ใช้ในปัจจุบัน คือ พึ่งพาแรงงานต่างชาติ เช่น โรงงานผลิตชิ้นส่วนระดับ เทียร์ 2-3 มีแรงงานต่างชาติประมาณ 10% ก็จะไม่สามารถใช้ได้ในอนาคต เนื่องจากเพื่อนบ้านของไทยหลายประเทศ จะมีการพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ทำให้ต้องการแรงงานมากขึ้น จึงมีความเสี่ยงที่จะแรงงานที่ทำงานในไทย จะย้ายกลับประเทศ

ปัญหาขาดแคลนแรงงานยังมีสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ การผลิตบุคลากรเข้าสู่วงการทำได้น้อย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโครงสร้างการศึกษาที่มีผลทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ไม่เลือกเข้าสู่สายอาชีพ แต่จะเน้นการเรียนระดับปริญญามากกว่า

ก่อนหน้านี้ ถาวร ชลัษเฐียร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายบริหาร บริษัท เด็นโซ่ ( ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะกรรมการบริหารสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถของมนุษย์ กล่าวว่า สิ่งที่จะต้องเร่งทำก็คือ การพัฒนาศักยภาพแรงงานไทย มีการปรับโครงสร้างให้เหมาะสมกับความต้องการ ตั้งแต่การจัดโครงสร้างการศึกษา นอกจากนี้ก็จะมีการจัดทำมาตรฐานคุณวุฒิวิชาชีพอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนภายในปี 2558 จัดตั้งสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ภายในปี 2558 ซึ่งทั้งหมดนี้ได้จัดทำเป็นกรอบยุทธศาสตร์พัฒนาแรงงานเรียบร้อยแล้ว หลังจากเริ่มต้นทำงานมาตั้งแต่ปี 2554

ส่วนการขาดแคลนแรงงานในระดับทักษะชั้นสูง เช่น กลุ่มผู้จบ ปวช. ปวส. ที่ยกระดับตัวเอง เรียนต่อในระดับปริญญาตรี เนื่องจากต้องการเปลี่ยนจากสายงานผลิตไปยังสายบริหาร จึงต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันการศึกษา หรือกระทรวง วางแผนงานกันใหม่

ไม่เฉพาะรถในตลาดทั่วไป หรือ แมส เท่านั้นที่มีปัญหา แต่ในตลาดบน ซึ่งแต่ละปีมียอดขายไม่สูงมากนัก เช่น เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งปีที่แล้วสามารถสร้างสถิติการขายสูงสุด ก็มีตัวเลขแค่ 1.03 หมื่นคัน ก็ยังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเช่นกัน

ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังต้องการแรงงานทั้งในส่วนของโรงงานผลิต และในศูนย์บริการ และจะยิ่งมีความต้องการเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ เพราะบริษัทมีแผนที่จะแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการเพิ่มขึ้นในอนาคต รองรับตลาดที่ขยายตัว และปริมาณรถสะสมที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี

แนวทางหนึ่งที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ ดำเนินการก็คือ การพัฒนาบุคลากรขึ้นมารองรับด้วยตัวเอง โดยเริ่มมาตั้งแต่ปี 2530 ยุคที่ยังดูแลตลาดโดยบริษัท ธนบุรีประกอบรถยนต์ จำกัด ในโครงการช่างฝึกหัดเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในหลักสูตรช่างยนต์ ตามมาตรฐานเดียวกับเดมเลอร์ เอจี เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มีความสนใจในสาขาอาชีพช่างยนต์ได้รับการฝึกอบรมเทคโนโลยีรถยนต์ และเมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เข้ามาดำเนินการ ก็สานต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งที่ผ่านมาได้โดยร่วมมือกับวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผลิตบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมแล้วกว่า 600 คน

เกรเว่ กล่าวว่า ล่าสุด ได้ขยายขอบข่าย ด้วยการลงนามในบันทึกความเข้าใจ “ก้าวย่างสำคัญโรงเรียนช่างฝึกหัดเมอร์เซเดส-เบนซ์สู่ความเป็นเลิศ ภายใต้โครงการศึกษาทวิภาคีเยอรมัน-ไทย” กับ หอการค้าเยอรมัน-ไทย ภายใต้โครงการ “เยอรมัน-ไทยเพื่อความเป็นเลิศในการศึกษาทวิภาคี (German-Thai Dual Excellence Education: GTDEE)”

ผู้บริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ บอกว่าแม้บริษัทจะมีโครงการพัฒนาบุคลากรอยู่แล้ว แต่ประโยชน์ที่จะได้จากการร่วมมือครั้งนี้ก็คือ การที่หอการค้าเยอรมัน-ไทย มีเครือข่ายเป็นวิทยาลัยอาชีวะจำนวนมาก จะทำให้สามารถหานักเรียนมาเข้าร่วมโครงการได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้สามารถพัฒนาบุคลากรเข้าสู่วงการได้มากขึ้น

ปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์ พัฒนาบุคลากรได้ประมาณปีละ 30 คน แต่ในอนาคต ตั้งเป้าอย่างน้อยต้องได้ 60 คน และช่วงนี้บริษัทก็เตรียมการที่จะขยายศูนย์อบรมเพื่อรองรับ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านทฤษฎี หรือภาคปฏิบัติ ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรทั้งโรงงานผลิตพระประแดง และช่างประจำศูนย์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะผ่อนคลายลง