ฮอนด้า ซิตี้ เงียบ นิ่ง แรงพอตัว

ฮอนด้า ซิตี้  เงียบ นิ่ง แรงพอตัว

ฮอนด้า ซิตี้ เดินทางมาถึงเจนเนอเรชั่นที่ 4 หลังจากมันเกิดขึ้นครั้งแรกในปี 2539 ซึ่งช่วงนั้นคงจำกันได้ว่าบ้านเราตื่นเต้นกันพอสมควร

เพราะมีรถราคาต่ำกว่า 4 แสนบาท เปิดตัว 2 รุ่น ด้วยกันคือ โตโยต้า โซลูน่า และฮอนด้า ซิตี้

เวลาผ่านไป ทั้ง 2 รุ่น พัฒนาขึ้นมาก ทั้งเรื่องของเทคโนโลยี อุปกรณ์ต่างๆ และที่สำคัญก็คือ แนวคิดเปลี่ยนไปจากยุคเริ่มต้น จากการเป็นรถคันแรก หรือ new entry ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ทุกวันนี้มันขยับไปสู่อีกตลาด เพิ่มอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น ใส่ลูกเล่นเข้าไปมากขึ้น และแน่นอนโครงสร้างราคาที่ขยับขึ้นมากเช่นกัน

ซิตี้ กลายเป็นหนึ่งในรถที่มีบทบาทสำคัญในการส่งออกของฮอนด้า ทำตลาด 55 ประเทศ มียอดสะสมจากข้อมูลช่วง ก.ย.ปีที่แล้วประมาณ 2.2 ล้านคัน

รุ่นใหม่ล่าสุดที่ส่งลงตลาดช่วง ม.ค.ที่ผ่านมา ราคาอยู่ระหว่าง 5.5-7.49 แสนบาท ซึ่งเมื่อเปิดตัว ผมฟังดูจากกระแส ก็เหมือนว่าจะได้รับการตอบรับไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องของการออกแบบ และอุปกรณ์มาตรฐานที่ใส่เข้ามาเต็มที่ โดยฮอนด้าบอกว่าการพัฒนาได้มาจากข้อมูลการสำรวจกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 250 คน มีทั้งคนไทย, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, อินเดีย, จีน, บราซิล และอาร์เจนติน่า ส่วนทีมวิศวกรที่รับผิดชอบ มีทั้งญี่ปุ่น ไทย และจีน

ส่วนตัวจริงจะเป็นอย่างไร ต้องลองครับ

ก่อนจะมีการทดลองตัวจริง ฮอนด้านำทีมวิศวกรส่งตรงจากญี่ปุ่น ครบทุกส่วนงาน ทั้งการออกแบบภายนอก ภายใน เครื่องยนต์ ช่วงล่าง อุปกรณ์มาตรฐาน มานำเสนอแนวคิดให้รู้ถึงที่มาที่ไปกันก่อน ซึ่งทีมวิศวกรบอกว่า แนวคิดการออกแบบก็มีอยู่ 3 ส่วนหลักๆ ก็คือ สปอร์ต ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง เส้นสาย หรือ อารมณ์การขับขี่ ความประหยัด ด้วยการลดน้ำหนักในหลายๆส่วน ทั้งตัวถัง เครื่องยนต์ หรือว่าช่วงล่าง เรื่องของหลักการอากาศพลศาสตร์ ซึ่งรวมถึงการติดตั้งแผ่นเรียบที่ใต้ท้องรถ และอีกด้านก็คือ ความสะดวกสบาย

ซึ่งความสะดวกสบายสำหรับรถในตลาด ซับ คอมแพคท์ ผมว่าก็สอบผ่านนะครับ ห้องโดยสารกว้างขวาง พื้นที่มากกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อยเท่านั้น แต่การออกแบบโครงสร้างโดยรวม หรือเบาะนั่ง ทำให้รู้สึกว่านั่งได้สบาย แถมขับกล่อมด้วยเครื่องเสียงที่ให้คุณภาพเสียงดี ขับออกมาทางลำโพง 8 ดอก ในรหัส SV กับ SV+ ที่ใช้ในการขับครั้งนี้ ส่วน รุ่นรองลงไป คือ รหัส S ,V และ V+ นั้นมี 4 ดอก

เพิ่มความหรูหรา และสะดวกสบายกับจอแบบสัมผัส 7 นิ้ว ซึ่งสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นไปแล้วสำหรับรถยนต์ยุคใหม่

พูดถึงหน้าจอ ผมมองภาพขยายไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ที่คอนโซลหน้า ส่วนตัวผมชอบตรงที่มันให้ความรู้สึกเรียบๆ ช่วยให้ดูสบายตา และดูได้นาน

ลูกเล่นมีอีกหลายอย่างครับ เช่น บลูทูธ ยูเอสบี 2 ช่อง ช่องเชื่อมต่อ HDMI ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน เป็นต้น และครั้งนี้ ฮอนด้านำช่องใส่ ซีดี กลับคืนสู่ซิตี้ อีกครั้ง หลังจากรุ่นก่อนหน้ามีเฉพาะยูเอสบี โดยบอกว่าเป็นเพราะลูกค้ามีความต้องการ และยังมีระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ เช่น อัตราสิ้่นเปลือง ความเร็วเฉลี่ย และยังมีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติด้วย

ส่วนภายนอกก็ออกแบบได้ค่อนข้างโฉบเฉี่ยว เส้นสายต่างๆ รูปทรงของอุปกรณ์ต่างๆ ช่วยให้ดูสปอร์ต และตั้ง แต่ V+ ขึ้นไป ใช้เสาอากาศแบบครีบฉลาม

เครื่องยนต์ SOHC i-VTEC 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที เป็นเครื่องยนต์บล็อกเดิมที่นำมาปรับปรุงใหม่ และรองรับ อี 85 ได้ ซึ่งก็คงเป็นการพัฒนาตามกระแสความต้องการของลูกค้าที่ช่วงหลังๆ เห็นได้ว่าคนนิยมมากขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมัน แพง แต่ในเชิงของสิทธิพิเศษด้านภาษีสรรพสามิตไม่ได้ครับ เพราะข้อกำหนดที่จะลด 3% ภาครัฐกำหนดขนาดเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ขึ้นไปครับ

ซิตี้ใส่ระบบ “Ecological-Drive Assist System” หรือ “E-CON System” เข้ามาเป็นลูกเล่น แต่ก็ช่วยให้ประหยัดได้จริง หากผู้ขับทำตามคำแนะนำหรือคำเตือนว่าช่วงไหน หรือขับลักษณะไหนเปลืองหรือประหยัด

เกียร์ ซีวีที มาพร้อมระบบควบคุมหลังพวงมาลัย ยางขนาด 185/55 R16 ซึ่งในด้านมุมมองเมื่อขับตามคันหน้า ผมรู้สึกว่าถ้าหน้ายางกว่านี้สักหน่อย จะดูสวยงามขึ้นอีกไม่น้อย

เครื่องยนต์ถือว่าให้กำลังค่อนข้างสูงสำหรับรถในตลาดนี้ และก็ตอบสนองการขับขี่ที่ดี การทำความเร็วระดับ 140-150 ไม่ใช่เรื่องยาก อัตราเร่งแซงขณะขับขี่อยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อย

การเร่งต้องไม่ลืมว่ามันเป็นเกียร์ซีวีที ซึ่งบุคลิกของมันที่ควรจะเป็นคือขับแบบค่อยๆไล่ความเร็วขึ้นไป ซึ่งก็ทำได้ลื่นไหล แต่ถ้าใครใจเร็ว กดคันเร่งหนักๆ หรือใช้แป้นลดเกียร์ก็ได้เช่นกัน กำลังมาเร็วขึ้น แต่มาพร้อมกับเสียงเครื่องยนต์ แต่ดูไม่นุ่มนวลนัก ผมว่าควรใช้งานตามอารมณ์เกียร์ดีกว่า
ช่

วงล่างพัฒนาขึ้นมาก ที่ความเร็วสูงรถนิ่งกว่าที่คาดหมาย ในเส้นทางโค้ง มันรักษาเส้นทางได้ดี แม้ว่าจะมีเสียงยางทะเลาะกับถนนดังเอี๊ยดอ๊าดบ้างก็ตาม

ยางมีเสียงในโค้งเป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่าช่วงเบรกที่ความเร็วกลางๆขึ้นไป มันร้องมากว่าที่คุ้นเคย ซึ่งตรงนี้ผมว่าน่าจะเป็นที่ตัวเนื้อยาง ไม่เกี่ยวกับโครงสร้างรถ ซึ่งก็ได้บอกเล่าวิศวกรไปแล้ว แต่จะมีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ ไม่ทราบครับ

จริงๆ แล้วการทรงตัว การควบคุมรถต่างๆ ก็ทำได้ดี แต่ถ้ามีเสียงตอนเบรก ผมเกรงว่าลูกค้าที่ไม่ชิน อาจจะมีอาการเหวอๆ ได้บ้างเหมือนกัน

พวงมาลัย แม้จะไม่มีปัญหาอะไรในการควบคุมทั้งเส้นทางพื้นราบ หรือว่าเส้นทางบนเขา แต่ผมอยากได้น้ำหนักมากกว่านี้ มันเบาไปนิดหนึ่งที่ความเร็วสูง และขนาดก็เล็กไปสักหน่อย จับไม่กระชับมือเท่าที่ควร

เสียงในห้องโดยสาร เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งที่ต้องพูดถึงครับทำได้เงียบเกินกว่าที่คิด ซึ่งฮอนด้าบอกว่ามีการปรับเปลี่ยนหลายส่วน เช่น กระจกหน้าลดรอยต่อกับตัวถัง เพิ่มความหนากระจกหน้าต่าง และปรับรูปแบบยางขอบประตูเสียใหม่
สรุปโดยรวม ซิตี้ ใหม่ เป็นรถที่ขับดี นั่งสบาย ใครรักใครชอบ ฮอนด้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็เลือกได้เลยครับ