วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การเมือง-ศก.ชะลอ ฉุดตลาดรถร่วง13%

โตโยต้าชี้เศรษฐกิจชะลอ ฉุดตลาดรถยนต์ปีนี้ร่วงต่อ 13% เดินหน้าส่งสินค้าใหม่ เพิ่มโชว์รูมกระตุ้นกำลังซื้อ เดินหน้าขยายกำลังผลิตทะลุ 1 ล้านคัน

บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวยอดขายรถยนต์ประจำปี 2556 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้จากการแลกเปลี่ยนระหว่างค่ายรถด้วยกัน พร้อมกับประเมินตลาดในปี 2557 ว่าจะมีทิศทางอย่างไร และมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบอะไรบ้าง วานนี้ (20 ม.ค.)

นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่าปี 2556 ที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์มียอดรวม 1,330,668 คัน ลดลง 7.4% จากปีก่อนหน้า ส่วนปีนี้ คาดว่ายังคงมีแนวโน้มหดตัวลงจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการที่ภาพรวมของเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว และการสิ้นสุดโครงการคืนภาษีสำหรับรถยนต์คันแรก ทำให้ไม่มียอดส่งมอบ ดังนั้นคาดว่าปริมาณของตลาดรวมจะอยู่ที่ 1,150,000 คัน ลดลง 13.6% จากปี 2556 ที่ผ่านมา

"ยอดขายรถยนต์โดยรวมในปี 2556 มียอดขายอยู่ที่ 1,330,668 คัน ซึ่งหดตัวลง แต่หากพิจารณาตลาดในปี 2555 และ 2556 จะพบว่าเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงของตลาดรถยนต์ในประเทศ เข้าสู่ขนาดตลาดที่มียอดขายมากกว่า 1 ล้านคัน เป็นผลจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นประกอบกับการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นจากหลายๆ ค่าย"

ในส่วนของโตโยต้าเอง คาดว่าในปี 2557 จะสามารถสร้างยอดจำหน่ายได้ 400,000 คัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 10.2% แบ่งเป็นยอดขายรถยนต์นั่ง 184,000 คัน ลดลง 3.2% และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 216,000 คัน ลดลง 15.4% ทั้งนี้ในปี 2556 ที่ผ่านมา โตโยต้ามียอดขายรวม 445,464 คัน ลดลง 13.7% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 190,101 คัน ลดลง 15.4% และรถเพื่อการพาณิชย์ 255,363 คัน ลดลง 12.3%

ตั้งเป้าทวงแชมป์ตลาดเก๋ง

ทั้งนี้ ปี 2557 โตโยต้ามีเป้าหมายที่จะกลับมาครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์นั่งอีกครั้ง หลังจากเสียตำแหน่งให้กับฮอนด้าเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี โดยโตโยต้ามียอดขาย 190,101 คัน ตามหลังฮอนด้าที่ทำได้ 193,185 คัน

แนวทางที่จะทำให้บริษัทสามารถกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในตลาดนี้ได้อีกครั้ง นอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว ยังมีแผนเพิ่มโชว์รูมจาก 390 แห่งเป็น 450 แห่ง เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่าย และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังมีแผนขยายโชว์รูมโตโยต้า ชัวร์ ซึ่งเป็นธุรกิจรถมือสองจาก 100 เป็น 120 แห่ง

นายทานาดะ กล่าวว่า ในด้านตลาดต่างประเทศ โตโยต้าประสบความสำเร็จอย่างดี โดยปีที่ผ่านมาสามารถส่งออกรถยนต์ได้ทั้งสิ้น 445,000 คัน คิดเป็นมูลค่า 198,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการส่งออกชิ้นส่วนประกอบมูลค่า 65,600 ล้านบาท รวมแล้วคิดเป็นมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้นประมาณ 263,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย ขณะที่ภาพรวมส่งออกของอุตสาหกรรมอยู่ที่ประมาณ 1,100,000 คัน ส่วนปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,200,000 คัน

หวั่นการเมืองฉุดความเชื่อมั่นลงทุน

ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เห็นว่าขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบที่ชัดเจน แต่หากยังยืดเยื้อต่อไป ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อยอดจำหน่ายรถยนต์ ทำให้อัตราการถดถอยเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจการลงทุนโครงการใหม่ๆ ในไทยในอนาคต เนื่องจากในปัจจุบันโตโยต้ามีแผนลงทุนในหลายประเทศ สำหรับ ตลาดภูมิภาคอาเซียน

"โตโยต้าเองยังมองว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมยานยนต์ใหญ่ที่สุด แต่หากสถานการณ์ทางการเมืองยังยืดเยื้อ ก็อาจจะส่งผลกระทบในเรื่องนี้ได้ แม้การลงทุนของแต่ละประเทศจะแยกออกจากกันอย่างชัดเจนก็ตาม"

นายทานาดะ กล่าวว่า ทั้งนี้ภาพรวมแผนการการลงทุนของโตโยต้าในภูมิภาคอาเซียนที่กำหนดไว้นั้น เน้นการลงทุนในไทยเป็นหลัก เนื่องจากมองว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง ประกอบกับรัฐบาลเองก็ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอย่างดี แม้มาเลเซียจะเปิดให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ ดึงดูดให้ไปลงทุน แต่หากมองในแง่ของตลาดที่มีประชากรเพียง 30 ล้านคน และยอดจำหน่ายปีละ 6-7 แสนคัน ก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงกับประเทศไทยได้

"โตโยต้ามีการลงทุนมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยมีโรงงานในไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งสำหรับผมแล้วยังมองประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสำคัญมากในภูมิภาคอาเซียน และหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 เรามองว่าตลาดนี้จะเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีความน่าสนใจไม่น้อยในตลาดโลก"

ทั้งนี้ โตโยต้ามีเป้าหมายที่จะเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานประเทศไทยให้ได้มากกว่า 1,000,000 คันต่อปี จากปัจจุบัน 850,000 คัน โดยได้มีการเตรียมพื้นที่สำหรับการขยายโรงงานแห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของโรงงานบ้านโพธิ์เดิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถเดินหน้าเปิดสายการผลิตด้วยกำลังผลิตประมาณ 200,000 คันต่อปี ซึ่งจะทำให้โตโยต้ามียอดผลิตรวมเพิ่มเป็นมากกว่า 1 ล้านคัน