ตัวเลขอย่างเป็นทางการของยอดขายปีที่แล้วจากการแลกเปลี่ยนของค่ายรถต่างๆจะเผยแพร่โดยโตโยต้าในวันนี้ซึ่งหลายคนคงจับจ้องอยู่
ที่ยอดรวมเทียบกับปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และตัวเลขในตลาดรถยนต์ที่ขับเคี่ยวกันมาอย่างสนุกระหว่าง โตโยต้าที่ครองตลาดมายาวนาน กับฮอนด้าที่นำอยู่ก่อนเข้าโค้งสุดท้ายไม่มากนัก ประมาณ 6,000 คัน เมื่อผ่านไป 11 เดือน
อย่างไรก็ตามก่อน ตัวเลขจะออกมา ฮอนด้าได้ออกมาประกาศชัยชนะเรียบร้อยแล้วว่าสามารถขึ้นแท่นผู้นำได้เป็นครั้งแรก ด้วยยอดขาย 2.13 แสนคัน หรือเท่ากับ 32.4% ของยอดขายรวมทุกยี่ห้อ และเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 24.5% ขณะที่ถ้ารวมรถทุกประเภทตลาดรวมอยู่ที่ 1.32 ล้านคัน ฮอนด้ามีส่วนแบ่ง 16.1% ครองอันดับ 2 ได้เป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน
ซึ่งก็ถือว่าเป็นการประสบความสำเร็จที่น่าสนใจของฮอนด้า เพราะหลังจากเสียหลักไปพักใหญ่เมื่อโดนน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ฮอนด้าก็เปิดเกมรุกอย่างต่อเนื่อง ปี 2555 ได้ชื่อว่ามีรถทั้งรุ่นใหม่ รุ่นพิเศษ มากที่สุดในตลาด และก็รุกต่อเนื่องมาถึงปี 2556 และส่งผลให้สามารถครองตลาดไปได้
พิทักษ์ พฤทธิสาริกร รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของฮอนด้าในครั้งนี้ เกิดจากการนำเสนอ
ยนตรกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินกิจกรรมการตลาดที่หลากหลาย รวมถึงการยกระดับการบริการ การขยายพื้นที่การบริการเป็น 200 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวก และดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง
ขณะที่ผู้ที่ครองตลาดมายาวนาน อย่างโตโยต้า ก็ออกพูดชัดเจนตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ว่าคงจะไม่สามารถรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้ โดยระบุว่าเหตุผลหลักก็คือ ความหลากหลายของสินค้าสู้ไม่ได้ แต่โตโยต้า ก็หมายมั่นปั้นมือว่าปีนี้จะต้องทวงตำแหน่งกลับมาให้ได้ และโดยเร็ว
สินค้าที่เป็นความหวังตัวหนึ่งของโตโยต้า ก็คือ ยาริส รถในโครงการอีโค คาร์ คันสุดท้ายของรุ่นแรก ที่ออกสู่ตลาดหลังจากภาครัฐประกาศส่งเสริมอีโค คาร์ รุ่น 2 ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับไม่น้อย และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ยอดขายย่นระยะช่องห่างจากฮอนด้า จากที่เคยตามหลังกว่า 1 หมื่นคัน เมื่อผ่านไป 10 เดือนปีที่แล้ว เหลือ 6,000 คัน ในช่วง 11 เดือน
โตโยต้านั้นหมายมั่นว่า ยาริส จะเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักที่ทำให้กลับมาครองความยิ่งใหญ่อีกครั้ง
และเมื่อเริ่มต้นปี 2557 ท่ามกลางข่าวร้อนทางการเมือง สถานการณ์ที่ไม่ปกติ จากการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล หลายธุรกิจเลื่อนกิจกรรมการตลาดออกไป แต่ไม่ใช่โตโยต้าที่เดินหน้าเปิดตัวรถรุ่นใหม่ประเดิมต้นปี เป็นค่ายแรกรุ่นแรก กับ โคโรลล่า อัลติส ใหม่ เจนเนอเรชั่น 11
อัลติส ก็เป็นกุญแจสำคัญของโตโยต้าเช่นกัน และในตลาด ซี-เซ็กเมนต์นี้ โตโยต้าครองตลาดมายาวนาน และปีนี้ก็น่าสนใจว่าตลาดนี้น่าจะเติบโตได้ดีกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเป็นปีที่ได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจากปี 2555 กับโครงการรถคันแรก เนื่องจากเป็นตลาดที่ใกล้เคียงกับ บี-เซ็กเมนต์ ที่ได้รับสิทธิพิเศษคืนภาษี 1 แสนบาท ทำให้ราคาถูกถ่างไปจาก ซี-เซ็กเมนต์ ส่งผลให้กำลังซื้อถูกดึงไปในตลาบี-เซ็กเมนต์ จำนวนมาก
โตโยต้าตั้งเป้า อัลติส ใหม่ไว้เดือนละ 4,000 คัน และมั่นใจว่าจะส่งผลต่อตลาดรวมของโตโยต้าในปี 2557 ให้สามารถครองตำแหน่งผู้นำตลาดรถยนต์นั่งได้
โคโรลล่า อัลติส ใหม่ เป็นรถเจนเนอเรชั่นที่ 11 ของตระกูลโคโรลล่านับจากเข้าสู่ตลาดเมืองไทยครั้งแรกในปี 2509 และกลายเป็นรหัสรถขายดีที่สุด และถึงปัจจุบันมียอดขายสะสมของตระกูลโคโรลลาในไทยมากกว่า 6.7 แสนคัน
จุดขายของอัลติสก็คือ ห้องโดยสารกว้างขวาง พื้นที่เก็บสัมภาระใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นจุดขายที่โตโยต้าใช้ได้มาผลมากับรุ่นก่อนหน้านี้ รวมไปถึงรุ่นอื่นๆ ด้วย โดยเจนเนอเรชั่น 11 โตโยต้าออกแบบให้มีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นทุกมิติ และยังยืดฐานล้อออกไป 100 มม. ซึ่งช่วยให้บรรดาวิศวกรมีอิสระในการออกแบบพื้นที่ห้องโดยสารได้มากขึ้น
ด้านเครื่องยนต์ โตโยต้า ก็มาพร้อมเต็มที่ มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1,800 ซีซี และ 1,600 ซีซี และยังมีรุ่น 1,600 ซีซี ซีเอ็นจี มาเจาะตลาดที่ราคาน้ำมันขยับไม่หยุดอีกด้วย
อัลติส ใหม่ มีทั้งหมด 8 รุ่นย่อย ราคาจำหน่ายอยู่ระหว่าง 7.69 แสนบาท -1.069 ล้านบาท
ขณะที่ ฮอนด้า ปีนี้ยังคงยึดแนวทางเดิม คือการมีรถใหม่ๆเข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะจับตลาดให้ได้หลากหลายกลุ่ม รวมไปถึงมีการปรับเปลี่ยนหรือไมเนอร์เชนจ์ รถในหลายรุ่นเช่นกัน โดยเฉพาะ อีโค คาร์ บริโอ ที่ตลาดยังไม่เดินเท่าที่ควร
และก็ไม่เป็นการน้อยหน้าคู่แข่งอย่างโตโยต้า ที่ขยับตัวตั้งแต่เดือนแรกของปี เพราะฮอนด้า ก็เตรียมรุกตลาดบี-เซ็กเมนต์ ในเดือนนี้เช่นกัน นั่นคือ การเปิดตัว ซิตี้ ใหม่ อย่างเป็นทางการ 23 ม.ค.นี้
การออกตัวเร็วและแรงของ 2 ค่ายผู้นำที่ขับเคี่ยวกันมาตลอด จึงทำให้ปีที่หลายคนกังวลกับสถานการณ์การเมือง และเศรษฐกิจของประเทศ มีสีสันขึ้นมาไม่น้อย





