วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การเมืองฉุดมอเตอร์เอ็กซ์โปต่ำเป้า2พันคน

มหกรรมยานยนต์ ปิดยอด 4.1 หมื่นคัน เงินสะพัด 4.6 หมื่นล้านบาท รถเก๋งครองความนิยมสูงสุดกว่า 50% เผยค่าเฉลี่ยราคารถ 1 ล้าน สูงกว่าปีที่แล้ว

งานมหกรรมยานยนต์ หรือ Thailand International Motor Expo เป็นงานแสดงงานใหญ่ปลายปี ซึ่งแต่ละปีจะเป็นงานที่ค่ายรถยนต์ใช้เป็นเวทีในการผลักดันยอดขายในช่วงฤดูการขาย เพื่อปิดตัวเลขปลายปีให้ได้สูงสุด สำหรับงานปีนี้จัดขึ้เป็นครั้งที่ 30 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ระหว่าง 29 พ.ย.-10 ธ.ค.มีความท้าทายจากสถานการณ์ทางการเมือง

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า แม้ว่าช่วงเวลาจัดงานจะมีการชุมนุมทางการเมืองยืดเยื้อ แต่ถือว่ายังคงได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ชมงาน โดยพบว่ามีจำนวนผู้เข้าชมแม้จะต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดไว้แต่ต้น 14% จาก 1.6 ล้านคน แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่สูงคือ 1,367,357 คน

ส่วนยอดจองตลอด 12 วัน ทำได้รวมทั้งสิ้น 41,083 คัน เมื่อรวมกับการขายในส่วนอื่นๆ ทั้งรถจักรยานยนต์ รถมือสอง อุปกรณ์ตกแต่ง และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง พบว่า สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนภายในงานกว่า 46,000 ล้านบาท

ค่ายรถยนต์ที่มียอดจองสูงสุดในงาน 5 อันดับแรก อันดับ 1 โตโยต้า มียอดจองทั้งสิ้น 9,075 คัน อันดับ 2 ฮอนด้า 6,099 คัน อันดับ 3 นิสสัน 4,007 คัน อันดับ 4 อีซูซุ 3,753 คัน และ อันดับ 5 มิตซูบิชิ 3,689 คัน ส่วนรถหรู เมอร์เซเดส-เบนซ์ มียอดจอง 1,227 คัน ตามด้วยบีเอ็มดับเบิลยู 763 คัน

ทั้งนี้สำหรับยอดจองในงาน ผู้จัดตั้งเป้าหมายช่วงเริ่มงาน 50,000 คัน ก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง ทำให้ปรับลดเป้าเมื่อผ่านไปครึ่งทางเหลือ 43,000 หมื่นคัน

สำหรับยอดจองมหกรรมยานยนต์ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา ปี 2555 มียอดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 85,904 คัน ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายคืนภาษีในโครงการรถคันแรก ซึ่งนอกจากจะทำให้ยอดจองในงานสูงแล้ว ยังส่งผลให้ยอดจองทั่วประเทศเดือน ธ.ค.เดือนเดียว สูงกว่า 400,000 คัน

ขณะที่ปี 2554 อุตสาหกรรมรถยนต์ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปลายปี มียอดจอง 27,021 คัน ส่วนปี 2553 ที่ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้น มียอดรวม 33,058 คัน

โดยบรรยากาศในปีนี้ พบว่ารถรุ่นใหม่ และรถในตลาดใหม่ ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยเฉพาะนิสสัน จู๊ค ซึ่งเป็นรถครอสโอเวอร์ รุ่นแรกที่นิสสันทำตลาด และที่สำคัญสามารถทำราคาได้ต่ำกว่ารถที่น้ำเข้าโดยผู้นำเข้ารายย่อยหรือ เกรย์ มาร์เก็ต หลายแสนบาท ทำให้สร้างยอดจองได้จำนวนมาก และมีผลผลักดันให้นิสสัน สามารถแซงหน้าอีซูซุ ขึ้นมาเป็นค่ายรถที่ยอดจองสูงสุดเป็นอันดับที่ 3 รองจาก โตโยต้า และฮอนด้า

ขณะที่โตโยต้า ยาริส รถอีโค คาร์ คันแรกของโตโยต้า และเป็นอีโค คาร์ คันสุดท้ายในบรรดา 5 ยี่ห้อ ที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากรัฐ ก็มียอดจองที่สูง และทำให้โตโยต้า ครองยอดจองอันดับ 1

ทั้งนี้สถานการณ์ตลาดโตโยต้าในปีนี้ในส่วนของตลาดรถยนต์นั่ง ยังคงตามหลัง ฮอนด้า ที่คาดว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม โตโยต้า คาดหวังว่า การมาของยาริส ที่เริ่มได้รับความนิยมอย่างชัดเจน จะทำให้โตโยต้ากลับมาทวงแชมป์รถยนต์ได้ภายในปีหน้า

นายขวัญชัยกล่าวว่า สำหรับประเภทของรถที่มีการจองภายในงาน จากการรวบรวมข้อมูลจากผู้ร่วมรายการซื้อรถ ชิงรถ พบว่า รถยนต์นั่งได้รับความนิยมสูงสุด คิดเป็นสัดส่วน 51.4% ของยอดจองทั้งหมดตามาด้วย รถเอสยูวี 26.8% รถปิกอัพ14.6% และรถประเภทอื่น 7.2%

"และสิ่งที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งก็คือ คือราคาเฉลี่ยรถในงานปีนี้ ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1,046,457 บาทต่อคัน จากปีก่อนที่ค่่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 800,000 บาท เนื่องจากความต้องการซื้อรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (อีโคคาร์) ลดลงจากเมื่อปีที่ผ่านมาซึ่งมีนโยบายคืนภาษีรถคันแรกของรัฐบาล โดยปีนี้ผู้บริโภคหันไปให้ความสนใจกับรถยนต์นั่งขนาดกลางและรถเอสยูวีมากขึ้น"

ในส่วนของรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียม ปีนี้ได้รับความนิยมสูง มียอดจองรวม 2,104 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 16.6% โดยฮอนด้ามียอดสูงสุด 1,001 คัน คาวาซากิ 254 คัน และเบเนลี 222 คัน