'ยาริส'อีโคคาร์ กว้างสบายสนุกพอตัว

'ยาริส'อีโคคาร์ กว้างสบายสนุกพอตัว

ถือว่าทำได้เกินเป้าหมายในช่วงเปิดตัวสำหรับอีโคคาร์น้องใหม่"โตโยต้า ยาริส"

ที่เปิดตัวเป็นรุ่นสุดท้ายในบรรดาผู้ที่ได้สิทธิรับการส่งเสริมการลงทุน 5 ค่าย เมื่อ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยโตโยต้าตั้งเป้าแบบพอประมาณ สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดและเศรษฐกิจ คือ เดือนละ 4,000 คัน ซึ่งถือว่าไม่เยอะ สำหรับรถอีโค คาร์ รถที่มีแนวโน้มความนิยมเพิ่มขึ้น และไม่เยอะสำหรับการเป็นตัวเลขที่ตั้งโดยค่ายใหญ่อย่างโตโยต้า เพราะตัวเลขนี้ ยักษ์เล็ก อย่างซูซูกิ ทำได้มาแล้ว และช่วงนี้ก็ยังสามารถรักษาระดับการขายในที่ประมาณ 3,000 คัน

แต่แม้จะตั้งไว้พอประมาณ แต่ลึกๆ แล้วโตโยต้าก็หวังว่าปีหน้า ยาริส จะมีส่วนช่วยให้สามารถกลับขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดรถยนต์นั่งที่เคยครองมาอย่างยาวนาน แต่ทำท่าว่าจะเสียตำแหน่งให้กับฮอนด้าค่อนข้างแน่ในปีนี้ แม้ว่าตัวเลขก็ยังไม่ห่างกันมากนัก และเหลือตัวเลขรวมอีก 3 เดือนก็ตาม

ที่บอกว่าเกินเป้า เพราะว่านับตั้งแต่เปิดตัวจนถึงช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งยังไม่ครบเดือน ยาริส มียอดจองไปแล้วประมาณ 8,000 คัน

ยาริสเป็นอีโค คาร์ ที่ดูจะมีความได้เปรียบคู่แข่งในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความสดใหม่ และขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ เพราะพื้นฐานมาจาก บี-เซ็กเมนต์ แต่ราคาก็ดูแรงๆสักหน่อย ตัวท็อป 1.2 G 5.99 แสนบาท รุ่น 1.2 E 5.49 แสนบาท 1.2 J 5.19 แสนบาท และตัวล่างสุด 1.2 J ECO 4.69 แสนบาท ทุกรุ่นใช้เดียร์อัตโนมัติ ซูเปอร์ ซีวีที-ไอ ส่วนล้อ 2 รุ่นบนใช้ขนาด 185/60 R15 ส่วนตระกูล J ใช้ขนาด 175/65 R14

ออพชั่นแต่ละรุ่นแตกต่างกันไป แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับความปลอดภัยให้มาเหมือนกัน ค่อนข้างครบถ้วน คือ ถุงลมคู่หน้า ระบบเบรกเอบีเอส และระบบกระจายแรงเบรก หรือ อีบีดี โดยเบรกหน้าเป็นดิสก์เบรก หลังดรัมเบรก นอกจากนี้เข็มขัดนิรภัยเป็นแบบ 3 จุด ทั้ง 5 ที่นั่ง

ครับสำหรับตัวรถที่ว่ากว้าง ก็กว้างขวางทั้งมุมมองภายนอก หรือว่าจะเข้าไปนั่งด้านใน เห็นได้ชัดว่ามันมีความกว้าง นั่งสบาย ตัวเบาะเองก็นุ่ม กระชับ ช่วยให้นั่งสบายและมีประโยชน์ต่อการควบคุมรถ

ขณะที่ช่วงล่างเซ็ทออกมาค่อนข้างนุ่มนวล จึงยิ่งทำให้นั่งสบาย และผมเชื่อว่าหากจับกันจุดนี้ ใครที่เลือกใช้รถโดยดูถึงความสบายในการนั่ง ยาริส น่าจะตอบสนองความต้องการตรงนี้ได้ดี

ตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ใช้งานง่าย สะดวก ทัศนวิสัยทำได้ดีรอบคัน รวมถึงด้านหลังของรถรูปแบบท้ายตัด ส่วนพวงมาลัยขนาดค่อนข้างใหญ่ จับได้เต็มไม้เต็มมือ ให้ความรู้สึกกระชับ

ยาริส ใช้เครื่องยนต์ 3NR-FE / 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i ขนาด 1,197 ซีซี กำลังสูงสุด 86 แรงม้าที่ 6.000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบ/นาที เชื้อเพลิงใช้ออคเทน 95 และใช้ได้ถึง อี 20

สมรรถนะเครื่องยนต์ใช้ได้ครับ สอบผ่านการขับขี่ในเส้นทาง ภูเก็ต พังงา กระบี่ ความเร็วสูงสุดที่พอมีโอกาสลองได้ อยู่ที่ 160 กม./ชม. แต่ต้องเค้นกันกันสักหน่อย ส่วนความเร็วในการเดินทางปกติประมาณ 120 ทำได้สบายๆ

การออกตัว และอัตราเร่ง อยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ แต่ถ้าจะให้รวดเร็วทันใจ คงต้องกดคันเร่งหนักๆ สักหน่อย เป็นอารมณ์ของเกียร์ซีวีที แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่าตอบสนองการใช้งานได้ ไม่มีปัญหา

ช่วงล่างยาริส ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลง ถือว่าเซ็ทมาได้ดี อย่างที่บอกไปแล้วว่าให้ความนุ่มนวล ทำให้นั่งสบาย ขับสบายๆ ขณะเดียวกันเรื่องของการยึดเกาะถนนก็ทำได้ดี การขับขี่ในความเร็วระดับ 160 ก็ยังให้ความนิ่งที่น่าพอใจ

ส่วนการขับขี่ในโค้งก็สามารถเล่นสนุกได้ ช่วงล่างรองรับได้สบายๆ

แต่ว่าหากปรับพวงมาลัยอีกเล็กน้อย เพิ่มความแม่นยำขึ้น จะทำให้ขับได้สนุกมากกว่านี้ครับ เพราะบางทีเมื่อหน้ารถเข้าไปในโค้งแล้วด้วยองศาพวงมาลัยที่ดูเหมือนจะพอดี แต่ว่าเหมือนจะยังไม่พอ ต้องเพิ่มอีกเล็กน้อย แต่จะว่าไปแล้วเมื่อเริ่มคุ้นเคยกับรถ ก็จับทางได้ และไม่เป็นปัญหาในการขับขี่ แม้จะใช้ความเร็วมากกว่าปกติก็ตาม ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมพูดอยู่บ่อยๆครับว่าคนเราก็ต้องปรับตัวเข้ากับรถ ไม่ใช่รถปรับเข้ากับคน

ความเบาของพวงมาลัยที่เป็นแบบเพาเวอร์ไฟฟ้า อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ซึ่งหากเพิ่มน้ำหนักอีกเล็กน้อย จะทำให้การขับสนุกขึ้นอีกมาก

แต่ถ้าเราไม่ลืมว่านี่เป็นอีโค คาร์ เป็นรถที่ออกแบบสำหรับการขับขี่ในเมือง ผมว่ามันก็สอบผ่านสบายๆ และได้คะแนนดีด้วยซ้ำไป แต่ถ้าขับขี่ออกต่างจังหวัด ขึ้นเขาลงห้วย แต่ด้วยความเร็วของการเดินทางปกติ ก็เรียกว่าทำได้ดีเช่นเดียวกัน

ส่วนอัตราสิ้นเปลืองซึ่งเป็นข้อมูลที่หลายคนอยากรู้ ตัวเลขที่โชว์บนหน้าปัด ทำได้น่าพอใจ อยู่ในระดับ 15.1 กม./ลิตร กับการขับขี่มีการเร่งแซงบ่อยครั้ง และใช้ความเร็วเฉลี่ยค่อนข้างสูงครับ