วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออโต้คลินิก/พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ

นิสัยของคนไทยโดยทั่วไปเวลาที่จะซื้อของมักจะคิดว่า “เหลือดีกว่าขาด” และด้วยความที่คนไทยถูกสอนให้รู้จักเก็บหอมรอมริบมาตั้งแต่เด็ก

จึงทำให้เครื่องใช้ไม้สอยของคนไทยมักจะมีขนาดใหญ่เกินไป หรือมีจำนวนมากเกินความต้องการใช้จริง และยังมีของที่ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เมื่อไหร่เก็บกองกันเอาไว้ในบ้านจนแทบหาที่เก็บไม่ได้

นิสัยประจำตัวของคนไทยดังที่กล่าวมาแม้ว่าจะเป็นเรื่องดี แต่หากไม่ประยุกต์ปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น ก็อาจจะสร้างปัญหาขึ้นมาได้ไม่น้อยในการดำรงชีวิตของคนยุคใหม่ โดยเฉพาะการเก็บงำสิ่งของต่างๆ เอาไว้ “เผื่อว่าอาจจะต้องใช้” ด้วยหากเป็นของที่มีขนาดใหญ่กินพื้นที่ในการเก็บมาก หรือเป็นของที่ต้องมีการเก็บพร้อมกับดูแลรักษาด้วยวิธีการเฉพาะ ก็อาจจะกลายเป็นภาระสำหรับการเก็บเอาไว้ มากกว่าที่จะขายหรือทิ้งไปและหาซื้อใหม่เมื่อเกิดความต้องการใช้งานจริง

คนใช้รถยนต์บางคนเมื่อถึงเวลาที่จะต้องซ่อมเครื่องยนต์ครั้งใหญ่ที่เรียกกว่าโอเวอร์ฮอล์ และมีช่างแนะนำว่าให้ใช้วิธีการหาเครื่องยนต์ใช้แล้วจากเซียงกงมาเปลี่ยนจะดีกว่าการซ่อม เจ้าของรถที่เชื่อในวิธีการดังกล่าวนี้ก็จะมีปัญหาขึ้นมาอีกว่า แล้วเครื่องยนต์เก่าจะเอาไปไว้ไหนเพราะขายคืนไปให้อู่ก็ได้ไม่กี่ตังค์

ทั้งที่การเก็บเครื่องยนต์เก่านั้นเป็นการเก็บที่กินพื้นที่มาก และยังต้องหาทางป้องกันไม่ให้ชิ้นส่วนสำคัญเป็นสนิมขึ้นมา และไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่จะถึงเวลา “จำเป็น” ต้องใช้ชิ้นส่วนที่เก็บเอาไว้ ทั้งนี้ไม่เว้นแม้แต่ชิ้นส่วนที่ต้องเปลี่ยนกันบ่อยๆ เช่น แบตเตอรี่, ยาง เป็นต้น เจ้าของรถที่ไม่คิดมากและไม่ต้องการเป็นภาระก็จะทิ้งของชุดเก่าที่อู่ หรือยอมขายคืนให้อู่ไปในราคาที่แม้จะไม่แพงนักก็ตาม แต่ก็ยังมีเจ้าของรถยนต์ไม่น้อยที่ยอมรับของชุดเก่า กลับมาเก็บเอาไว้ที่บ้านหรือที่โรงรถของตนเอง

ในการเลือกซื้อรถยนต์ก็ไม่ต่างกัน เพราะมีเจ้าของรถจำนวนมากที่คิดว่าเมื่อต้องซื้อรถยนต์ทั้งทีก็เลือกซื้อเผื่อเอาไว้ก่อนดีกว่า โดยคำว่าเผื่อนั้นมีทั้งเผื่อขนาดให้ใหญ่เกินกว่าความจำเป็นที่จะต้องใช้ในปัจจุบัน เพราะคิดว่าอีกไม่นานครอบครัวก็จะขยายมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้น หรือแม้จะรู้ดีว่าสมาชิกในครอบครัวไม่เพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคิดที่จะเผื่อเอาไว้สำหรับเวลาที่มีเพื่อนฝูงหรือญาติพี่น้องอาศัยไปด้วย ซึ่งไม่รู้ว่าในเวลาหนึ่งปีจะมีโอกาสเช่นนั้นเกิดขึ้นกี่ครั้งก็ตาม

หรือที่พบเห็นกันมากที่สุด ก็คือ การซื้อรถยนต์ปิกอัพ, รถ SUV และ รถ PPV ซึ่งมีให้เลือกทั้งขนาดเครื่องยนต์ที่มีความจุในกระบอกสูบน้อย และรุ่นที่มีความจุกระบอกสูบมากหรือเครื่องใหญ่และเครื่องเล็กตามที่เรียกกัน และยังมีระบบขับเคลื่อนสองล้อและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาให้เลือก “เพื่อความเหมาะสมตามลักษณะการใช้งาน” แต่คนใช้รถยนต์ในเมืองไทยมักจะเลือกเผื่อมากกว่าที่จะเลือก “ตามความเหมาะสมกับการใช้งาน”

เราจึงพบเห็นคนเลือกซื้อรถยนต์ปิกอัพเครื่องยนต์ 3,000 ซีซี มาใช้งานทั่วไป โดยที่ไม่ได้บรรทุกสินค้าหนักอะไร ทั้งที่ควรเลือกเครื่องยนต์ขนาด 2,500 ซีซี ซึ่งมีราคาถูกกว่าและมีการบริโภคเชื้อเพลิงที่ต่ำกว่า แต่คนซื้อกลับคิดว่า "เผื่อเอาสำหรับเวลาเร่งแซง" หรือ "เผื่อเอาไว้ใช้งานเวลาที่อาจจะต้องบรรทุกบ้าง" ทำให้นอกจากจะต้องจ่ายเงินค่าตัวรถแพงโดยใช่เหตุแล้ว ยังมีค่าเชื้อเพลิงและค่าบำรุงรักษาที่ต้องจ่ายเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

เช่นกันกับหลายคนที่เลือกซื้อรถยนต์ปิกอัพประเภทขับเคลื่อนสี่ล้อ เพียงเพราะคิดว่า "เผื่อเอาไว้เวลาต้องการใช้งาน" ทั้งที่ไม่เคยคิดจะใช้เดินทางขึ้นเขาลงห้วยทุรกันดารใดๆ ทั้งสิ้น ครั้นพอซื้อไปใช้งานได้ไม่นานนักก็เริ่มรู้สึกว่า รถปิกอัพประเภทขับเคลื่อนสี่ล้อมีอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงสูงกว่าประเภทขับเคลื่อนสองล้อค่อนข้างมาก และยังกังวลว่าหากไม่ได้ใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ อาจจะทำให้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีอยู่เกิดความเสียหาย และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสูงขึ้นมาได้

ดังเช่นที่ คุณสุทธิพงษ์ ถามผมมาว่า "ผมซื้อรถยนต์ปิกอัพขับเคลื่อนสี่ล้อมาใช้งานได้สองปีแล้ว แต่โอกาสในการใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมีน้อยเหลือเกิน จึงอยากสอบถามว่าผมจะตัดระบบขับเคลื่อนสี่ล้อทิ้งไปได้หรือไม่ และจะมีผลเสียหรือไม่อย่างไรครับ"

คำตอบสำหรับเรื่องนี้ คือ สามารถทำได้ไม่มีผลเสียหายอะไร และสามารถเลือกทำได้ว่าจะตัดเพียงแค่เพลาที่ต่อเชื่อมกับระบบขับเคลื่อนล้อหน้าออกไป หรือจะตัดเอาเกียร์ทรานสเฟอร์รวมทั้งระบบขับเคลื่อนล้อหน้าออกไปทั้งหมดก็ได้ เพราะจะช่วยลดน้ำหนักรวมของตัวรถลงไปได้มาก และยังคงเหลือระบบลิมิเต็ดสลิปที่ล้อหลังเอาไว้เพื่อช่วยยามคับขันได้พอสมควร

แต่หากเป็นรถยนต์ของผมเอง ผมจะไม่ถอดอะไรออกเลย เพราะว่าลงทุนจ่ายเงินซื้อระบบขับเคลื่อนสี่ล้อมาแล้ว ผมจะยอมใช้งานอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง แม้ว่าอัตราการบริโภคเชื้อเพลิงจะสูงขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่มากจนสามารถรับรู้ได้ถึงความแตกต่างจากระบบขับเคลื่อนสองล้อ หากจะคิดผมคงคิดตั้งแต่ขั้นตอนก่อนตัดสินใจซื้อแล้วครับ