วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สเตปแวกอน สปาดา'ทางเลือกสำหรับครอบครัว

หลังน้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ฮอนด้าซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนัก ต้องปิดโรงงานยาว 6 เดือน แต่ว่าหลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ฮอนด้าก็เปิดเกมรุก

เต็มตัว มีรถใหม่ๆ เปิดตัวมากมาย และต่อเนื่อง ทั้งรถผลิตในประเทศ และรถนำเข้า รวมถึงสเตปแวกอน สปาด้า รถอเนกประสงค์ หรือ เอ็มพีวี แต่ว่าฮอนด้าเรียกว่า เอ็มยูวี (Multi Utility Vehicle)

ผมไม่เคยขับ แต่เคยนั่งอยู่ครั้งหนึ่งช่วงที่เดินทางไปกระบี่ พังงา ก็รู้สึกว่ามันนั่งสบายดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความกว้างขวางของห้องโดยสาร เบาะนั่ง รวมไปถึงอาการของรถ ทั้งการทรงตัวหรือการโยนตัว

ปลาย ก.ย.ที่ผ่านมา ฮอนด้าเปิดเกมรุกตลาดอีกครั้ง โดยเปิดตัวรถเอ็มพีวี 2 รุ่น ทั้งเล็ก และใหญ่ คือ ฟรีด และสเตปแวกอน รุ่นปี 2013

สเตปแวกอน สปาด้า มีจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น EL ราคา 1.95 ล้านบาท และรุ่น E ราคา 1.89 ล้านบาท มีให้เลือก 2 สี คือ สีขาวออร์คิด (มุก) และสีดำพรีเมียมสปาร์คเคิล (มุก) ราคานี้ถูกลงเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม 2.1 แสนบาท เนื่องจากสามารถใช้อี 20 ได้ ทำให้มีภาระภาษีสรรพสามิตลดลงจาก 30% เหลือ 25% และครั้งนี้ก็มีรุ่นย่อยให้เลือกเป็น 2 รุ่น จากก่อนหน้านี้มีรุ่นเดียวเท่านั้น

สเตปแวกอน ตัวเดิม อาจจะดูเหมือนตลาดเงียบๆ สักหน่อย แต่ก็ขายได้เรื่อยๆ และสำหรับการเปิดตัวใหม่นี้ ผู้บริหารฮอนด้า เชื่อว่าจะทำตลาดได้ดีขึ้น เพราะกระแสความนิยมรถอเนกประสงค์เพิ่มมากขึ้น มีการเติบโตที่น่าสนใจ เพราะสามารถใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ประกอบธุรกิจ ใช้เดินทางท่องเที่ยว หรือว่างานอดิเรก เป็นต้น

การออกแบบก็มีแนวทางที่ชัดเจนครับ นั่นคือมุ่งตอบสนองการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ รูปทรงตัวถัง เมื่อมองจากด้านหน้า หรือด้านหลังจะเห็นโครงสร้างสี่เหลี่ยมอย่างชัดเจน ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานภายในห้องโดยสารให้มากที่สุด ซึ่งก็เป็นการบ้านที่ยากไม่น้อยสำหรับนักออกแบบ จะทำอย่างไรให้รถที่ดูทรงเหลี่ยม ไม่เชย คำตอบก็คือ การไปเล่นกับรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีครับ

กระจังหน้าโครเมียมแบบโครมดำ ไฟหน้ารมดำแบบ HID ไฟหรี่แอลดีอี ไฟตัดหมอกคู่หน้า ไฟท้ายแอลอีดี คิ้วโครเมียมที่ฝาประตูท้ายแบบโครมดำ ติดตั้งสปอยเลอร์หลังที่มีไฟเบรกดวงที่ 3 เห็นได้ชัดเจน จากระยะไกล

ความสะดวกในการใช้งาน ทำได้ดีครับ ไม่ว่าจะเป็น บานประตูหลังแบบเลื่อนควบคุมด้วยไฟฟ้า ภายในที่กว้างขวาง ทำให้พื้นที่นั่งมีมาก เบาะนั่งสบาย พื้นเป็นแบบเรียบ รวมถึงเบาะนั่งแถว 3 ที่สามารถพับแบนราบ เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระได้เช่นกัน เบาะแถว 2 เป็นแบบแยก และสามารถไปหน้า-หลัง ในระยะที่มากพอควร และปรับเอนได้เกือบ 180 องศา เรียกว่าขับไปเที่ยวที่ไหน เจออากาศดีๆ ก็จอดนอนกันเพลินเลยทีเดียว

อีกอย่างที่เด่น ก็คือ หลังคากระจกขนาดใหญ่ ที่สามารถเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า ใหญ่จริง ไม่ใช่ ซันรูฟ ไม่ใช่มูนรูฟ ฮอนด้าเรียกว่า สกายรูฟ ช่วงเช้า ช่วงเย็น มืดๆ เมื่อเปิดแผ่นกั้นออก รับรู้ได้ถึงความรู้สึกโล่งโปร่งสบาย ให้ความรู้สึกดีครับ โดยเฉพาะเด็กๆ รู้สึกว่าตรงใจมาก กับการได้นั่งดูไฟ ดูตึก ดูดาว ผ่านหลังคา ส่วนตอนสายๆถึงบ่าย คงสู้แดดไม่ไหวแน่ครับ

เบาะนั่งออกแบบมาได้ดี ขนาดกำลังดี ไม่เล็กไม่ใหญ่ นั่งแล้วกระชับลำตัว และมีความนุ่มที่กำลังดี นั่งแล้วสบาย และไม่ยุบครับ ช่วยในการเดินทางไกลๆได้มากทีเดียว

ทัศนวิสัยต่างๆ ชัดเจนรอบด้าน ส่วนด้านหลังมีกล้องช่วยถอย ลดข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง นอกจากนี้ก็ยังมีไฟส่องสว่างด้านข้างที่จะเปิดอัตโนมัติเมื่อเลี้ยว ช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะการขับในเส้นทางมืดๆ เมื่อจะเลี้ยวเข้าตรอกซอกซอย ไฟด้านข้างจะส่องไป ทำให้ผู้ขับเห็นในมุมที่ไฟหน้าไปไม่ถึง นอกจากนี้ก็ยังมีกระจกสำหรับมองด้านข้างซ้ายเสริมมาอีก เพื่อลดจุดบอดลงให้น้อยที่สุด

ระบบความปลอดภัยก็ยังมีในส่วนของ ระบบควบคุมการทรงตัว หรือ วีเอสเอ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ที่ระบบจะเบรกรถไว้ครู่หนึ่ง เพียงพอที่จะไม่ไหลเมื่อผู้ขับย้ายเท้าจากเบรกไปที่คันเร่ง

ส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ก็ใส่ให้มาพอควร เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และแยกหน้าหลัง ช่องปรับอากาศครบทั้ง 3 แถว มอนิเตอร์แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ใช้งานร่วมกันทั้งระบบความบันเทิงและระบบนำทาง นอกจากนี้ยังมี WIFI บลูทูธ และอีกหลายๆอย่าง

เครื่องยนต์ ตระกูล i-VTEC ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นมที แรงบิดสูงสุด 193 นิวตันเมตรที่ 4,200 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ CVT เปลี่ยนเกียร์ได้ด้วยตัวเองจากปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย และก็มีระบบ Idling Stop ตัดการทำงานของเครื่องยนต์เมื่อรถจอดนิ่ง และคำนวณแล้วว่าแบตเตอรี่เอาอยู่กับสภาพอากาศภายนอก แต่ถ้าใครไม่ชอบ ก็สามารถปิดระบบได้

ความยาวตัวถัง 4,690 มม. กว้าง 1,695 มม. และสูง 1,815 มม. อาจจะดูใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ใหญ่เกินไป ดังนั้นการใช้งานในเมืองจึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด รถมีความคล่องตัวดี มุมมองที่เห็นได้ชัดเจน น้ำหนักพวงมาลัยที่ความเร็วต่ำๆเบาสบาย ช่วยให้ขับได้ง่าย

และที่ความเร็วสูง เหนือกว่าที่ผมคิดเอาไว้ครับ รถมีการทรงตัวที่ดี ทั้งทางตรง และทางโค้ง หรือการเปลี่ยนช่องทางที่ต้องใช้อยู่บ่อยครั้ง เรียกว่าเล่นกับโค้งได้เลย

ขณะที่อัตราเร่งตอบสนองได้ดี เร่งแซงได้แบบไม่ต้องห่วง ความเร็วระดับ 160 ไม่ใช่เรื่องยาก ความเร็วในการเดินทางทั่วไป 120-130 สบาย รับรองว่าขับแล้วไม่เหนื่อยครับ ให้ความรู้สึกตอบสนองการเดินทางที่ดี

เรื่องของเสียงรบกวนมีเข้ามาให้ได้ยิน ซึ่งคงเป็นเพราะรูปทรงของรถ แต่ก็ไม่ถึงขั้นทำให้รำคาญ หรือเสียสมาธิ และอีกจุดหนึ่งที่จะติก็คือ คอนโซลเกียร์ใกล้ขับเข่าซ้ายไปหน่อย และเข้ามุมพอดีทำให้จะพักเข่าก็ไม่สะดวกนัก

โดยรวมถือว่า สเตปแวกอน ตอบสนองแนวคิดการออกแบบได้ลงตัว ทั้งนั่งได้สบาย บรรทุกของได้เยอะ ขับดี เดินทางไกลสบายๆ

ใครคิดจะหารถสำหรับครอบครัวสักคัน สเตปแวกอน สปาด้า เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจครับ