ค่ายรถประเมินตลาดโค้งสุดท้าย หลังจากยอดขายรวมหดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน "โตโยต้า"ระบุรถใหม่ไร้กำลังกระตุ้น เศรษฐกิจซึม ตลาดรถผันผวน
ตลาดรถยนต์ช่วงเดือนม.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมา มียอดรวม 1.03 ล้านคัน แม้จะยังคงเติบโต 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว แต่ยอดขายรายเดือนที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนพ.ค. ทำให้มีความเป็นไปได้ปีนี้ยอดรวมจะต่ำกว่าปี 2555 ซึ่งทำได้ 1.4 ล้านคัน
โตโยต้ารับตลาดผันผวนกระทบรถใหม่
นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า โตโยต้ามองเห็นถึงทิศทางการถดถอยของตลาดรถยนต์ ที่เริ่มหดตัวครั้งแรกเดือนพ.ค. ประมาณ 3% ดังนั้นถึงช่วงกลางปีจึงตัดสินใจลดเป้าหมายการขายจาก 5 หมื่นคัน เหลือ 4.5 หมื่นคัน โดยช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายสะสม 3.33 แสนคัน ลดลง 12% มีส่วนแบ่งการตลาด 32.3% สูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง
"ถึงปัจจุบัน โตโยต้าเชื่อว่ายอดขายจะเป็นไปตามเป้าที่เราปรับลดลงมา โดยรถยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุดเรียงตามลำดับ ได้แก่ ปิกอัพวีโก้ โตโยต้า วีออส โตโยต้า ยาริส"
ทั้งนี้ สาเหตุหนึ่งที่ โตโยต้า ปรับลดเป้าขาย เป็นเพราะว่ามีสินค้าน้อย โดยเฉพาะในตลาดรถยนต์นั่ง ซึ่งมีผลทำให้ปีนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะสูญเสียตำแหน่งผู้นำในตลาดนี้ไป
นายทานาดะ กล่าวว่า การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ลงแข่งขันตลาดต่อเนื่องกัน 2 รุ่นในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง วีออส ซีดาน และ อีโคคาร์ ยาริส ที่เปิดตัวเมื่อ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งตามปกติ การส่งรถรุ่นใหม่ลงตลาดของโตโยต้าจะสามารถผลักดันยอดขายได้จำนวนมาก แต่เนื่องจากปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจของไทยไม่ดีนัก และยังมีปัญหาความผันผวนของตลาด ที่กำลังซื้อถูกดึงไปใช้ล่วงหน้า ทำให้คาดว่ารถใหม่จะผลักดันตลาดได้ไม่มานัก ดังนั้น โตโยต้า จึงยังคงใช้เป้าหมายที่ปรับลดลงช่วงกลางปีต่อไป
"ในส่วนของภาพรวมตลาดรถยนต์จากนี้ไปจนถึงสิ้นปีจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดนัก การแข่งขันก็ยังคงเป็นไปดังเช่นที่ผ่านมา ที่เน้นเรื่องของการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย"
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตลาดโดยรวมนั้น โตโยต้าเชื่อว่าจะยังคงเป็นไปตามเป้า คือ 1.3 ล้านคัน"
เชฟโรเลตเชื่อตลาดรวมต่ำ 1.3 ล้าน
ด้าน นายกุสตาโว โคลอซซี รองประธานฝ่ายขาย การตลาดและการบริการ ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าตลาดรวมปีนี้น่าจะต่ำกว่า 1.3 ล้านคัน แม้ว่าถึงปัจจุบันยอดขายสะสมจะยังคงเติบโต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วก็ตาม เนื่องจากตลาดรถยนต์มีแนวโน้มหดตัวมาหลายเดือน นับตั้งแต่หมดแรงกระตุ้นจากโครงการรถคันแรก และคาดว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ยอดขายจะหดตัวลงในระดับ 28-30%
ในส่วนของ เชฟโรเลต คาดว่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาพรวมของตลาด โดยช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายสะสม 4.57 หมื่นคัน ลดลง 13%
กำลังซื้อหด นิสสันหั่นเป้า 20%
นายประพัฒน์ เชยชม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ว่าปัจจุบันค่ายรถจะพยายามกระตุ้นตลาดด้วยการจัดแคมเปญส่งเสริมการขายกันเป็นจำนวนมาก แต่การที่กำลังซื้อโดยรวมของผู้บริโภคยังคงหดตัวลง ทำให้นิสสันปรับเป้าหมายจำหน่ายใหม่จาก 1.2 แสนคัน เหลือ 1 แสนคัน หรือลดลงประมาณ 20% โดยช่วง 9 เดือนที่ผ่านมานิสสันทำได้ 7.64 หมื่นคัน ลดลง 4%
อย่างไรก็ตาม แม้จะปรับเป้าหมายลง แต่เชื่อว่าภาพรวมของตลาดหลังจากนี้อีก 3 เดือนจะดีขึ้น เพราะเห็นว่ากำลังซื้อจะเริ่มกลับมา อีกทั้ปัญหาในการบริหารจัดการสต็อกที่สูงกว่าความต้องการเริ่มคลี่คลาย ทำให้ค่ายรถสามารถทำตลาดได้คล่องตัวมากขึ้น
สำหรับ นิสสัน ช่วงที่ผ่านมาเป็นค่ายหนึ่งที่ประสบปัญหาเรื่องของสต็อกล้น จากยอดจองในโครงการรถคันแรกที่บิดเบือน แต่ขณะนี้สามารถแก้ปัญหาจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้แล้ว และยังคงสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถอีโคคาร์โดยรวม และอีโค คาร์ ซีดาน ไว้ได้ กับรุ่น อัลเมร่า ส่วน อีโค คาร์ แฮทช์แบ็ค ผู้นำตลาดขณะนี้คือ ซูซูกิ สวิฟท์
ด้านบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด รายงานว่าบริษัทสามารถขึ้นสู่การเป็นผู้นำตลาดรถยนต์นั่งได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี โดยเดือนม.ค.-ก.ย. ทำยอดขายในตลาดนี้ได้ 1.59 แสนคัน เพิ่มขึ้น 54% มีส่วนแบ่งตลาด 32% ส่วนยอดรวมทุกประเภททำได้ 1.76 แสนคัน เพิ่มขึ้น 66% โดยฮอนด้าตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้ 2 แสนคัน
นายสมภพ ปฏิภาณธาดา ผู้จัดการส่วนงานตลาด แม้ว่าทิศทางตลาดรถยนต์โดยรวมขณะนี้จะถดถอย แต่การที่ช่วงครึ่งปีแรกมียอดการส่งมอบที่ค้างจากปีที่แล้วจำนวนมาก ทำให้ตัวเลขช่วงครึ่งปีแรกสูงกว่าเป้าหมายมาก ดังนั้นเชื่อว่าปีนี้ตลาดรวมรถยนต์น่าจะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 1.2 ล้านคัน โดยอาจจะขึ้นไปอยู่ในระดับ 1.3 ล้านคัน
ในส่วนของ ฮอนด้า ซึ่งมียอดสะสมที่เติบโต และสูงกว่าเป้าที่ตั้งเอาไว้ บวกกับการที่กำลังซื้อใหม่ๆ เริ่มกลับเข้ามาตั้งแต่ช่วงเข้าสู่ไตรมาส 3 จึงมีความเป็นไปได้ที่ยอดขายปีนี้จะสูงกว่า 2 แสนคันที่ตั้งเอาไว้
มิตซูบิชิดันอีโคคาร์รักษาเป้าขาย
ด้าน นายโนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้าจำหน่ายปีนี้ไว้ 1.2 แสนคัน โดยยอดล่าสุดช่วง 9 เดือน ทำได้ 8.05 หมื่นคัน ลดลง 7% อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความนิยมในรถอีโค คาร์ โดยเฉพาะรุ่นใหม่ล่าสุดที่บริษัทเปิดตัวไปไม่นาน คือ แอททราจ จะทำให้ มิตซูบิชิรักษาเป้าหมายการขายไว้ได้ และทำให้ส่วนแบ่งตลาดปีนี้เพิ่มขึ้นจาก 8% ในปัจจุบันเป็น 10% โดยช่วงนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับแอททราจเป็นพิเศษ ด้วยการจัดแคมเปญกับตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
สำหรับเดือนม.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมา มิตซูบิชิมียอดขายอีโคคาร์ 3.6 หมื่นคัน คิดเป็น 44% ของยอดขายทั้งหมด แบ่งเป็น มิตซูบิชิ มิราจ 2.7 หมื่นคัน และ มิตซูบิชิ แอททราจ 4 ประตู 8,204 คัน





