วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดีลเลอร์'แบกสต็อกรถคันแรก1.3แสนคัน

กลุ่มยานยนต์เผยดีลเลอร์รถแบกสต็อกรถคันแรกกว่า 1.3 แสนคัน เร่งตามลูกค้ายันใช้สิทธิหรือยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร ป้องกันโดนฟ้องหากขายรายอื่น

ตลาดรถยนต์ยังคงได้รับผลกระทบจากโครงการรถคันแรกปลายปีที่ผ่านมา ทั้งกำลังซื้อที่หายไป เนื่องจากถูกดึงไปใช้ล่วงหน้า ปัญหาการทิ้งใบจอง และการเลื่อนรับรถไม่มีกำหนด ส่งผลให้รถบางรุ่นมีสต็อกล้น และเกิดปัญหาต่อการบริหารจัดการทั้งการผลิตและการตลาด

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดใบจองรถยนต์ในโครงการรถคันแรกยังค้างอยู่ที่ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ประมาณ 1.3 แสนคัน เนื่องจากลูกค้ายังไม่มาดำเนินการรับรถ ทำให้กรมสรรพสามิตและตัวแทนจำหน่ายต้องเร่งสอบถามไปยังลูกค้าทั้งการส่งข้อความ หรือ เอสเอ็มเอส และการพบปะโดยตรง เพื่อให้ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรว่าต้องการใช้สิทธิหรือยกเลิกการจอง เพื่อจะรู้ถึงความต้องการเหลืออยู่ที่แท้จริง และสามารถนำรถไปจำหน่ายให้ลูกค้ารายอื่นได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกฟ้องร้องจากผู้ยื่นขอใช้สิทธิเดิม หากมีหนังสือยกเลิกการจองอย่างเป็นทางการ

"ขณะนี้ทั้งกรมสรรพสามิตและดีลเลอร์กำลังติดตามอยู่ว่า ที่สุดแล้วผู้ที่จองจะทิ้งใบจองทั้งหมดหรือไม่ ซึ่งการที่ลูกค้าส่วนหนึ่งยังไม่ยอมมารับรถ เนื่องจากช่วงนี้ค่ายรถได้จัดแคมเปญที่ให้สิทธิประโยชน์ดีกว่ารถคันแรก โดยเฉพาะรถกระบะ ซึ่งล่าสุดดีลเลอร์ก็แจ้งว่ารถในสต็อกเริ่มคลี่คลายแล้วในบางรุ่น ยกเว้นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่สต็อกยังคงสูงอยู่" นายสุรพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ ปัญหาผู้ถือใบจองไม่ยอมมารับรถ เกิดจากการที่ข้อกำหนดของโครงการรถคันแรกไม่ระบุกรอบเวลารับรถ ทำให้ลูกค้าขอเลื่อนออกไปเรื่อยๆ แต่ยังคงถือสิทธิอยู่ ส่งผลให้ค่ายรถและตัวแทนจำหน่ายเกิดปัญหาการบริหารจัดการสต็อก

สรรพสามิตยันคืนเงินตามเป้า

ด้าน นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมฯ ก็มีการส่งข้อความสอบถามการยืนยันใช้สิทธิเช่นกัน แต่เพิ่งเริ่มดำเนินการ จึงต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งจึงสามารถประเมินผลได้ ขณะเดียวกันทางผู้ประกอบการก็ต้องให้ความร่วมมือในการติดตามผู้ถือใบจอง เพื่อนำข้อมูลมาประเมินร่วมกัน

"ใบจองที่ค้างอยู่แสนกว่าราย เชื่อว่าบางรายอาจเปลี่ยนใจเพราะมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และแคมเปญจำนวนมาก ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นตัวเลือกให้กับผู้บริโภค ขณะที่ค่ายรถยนต์เองก็ไม่เดือดร้อนหรือเสียหายอะไร เพราะว่ายังสามารถนำมาจัดโปรโมชั่นใหม่ได้" นายสมชาย กล่าว

ส่วนการคืนเงินในโครงการรถยนต์คันแรก ยังเป็นไปตามเป้า การเบิกจ่ายเป็นไปตามปกติ ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับการคืนเงิน เพราะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนและกระบวนการ บางรายที่ได้รับการคืนเงินล่าช้า เพราะมีเรื่องที่ต้องตรวจสอบ ส่วนปีงบประมาณ 2557 ตั้งงบสำหรับโครงการนี้ไว้ 4 หมื่นล้านบาท

"โดยปกติเมื่อครอบครองรถครบกำหนด ก็จะได้รับการคืนเงินในเดือนถัดไป แต่การขอใช้สิทธิบางพื้นที่อาจจะเยอะ พอถึงช่วงขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารต่างๆ ขั้นตอนที่จะจ่ายเงินต้องใช้ระบบแมนนวล จึงอาจทำให้เกิดความล่าช้า ซึ่งผมก็ได้สั่งการไปยังพื้นที่ต่างๆ แล้วว่า หากต้องการคนเพิ่ม ก็พร้อมจะดำเนินการ และล่าสุดคืนเงินไปแล้วกว่า 5 แสนราย รวมทั้งสิ้นประมาณ 3 หมื่นล้านบาท"

นายสมชาย กล่าวว่า ส่วนการฟ้องร้องผู้ที่ผิดเงื่อนไข ดำเนินการไปแล้ว 2 ราย การทวงเงินคืนมีประมาณ 50 ราย ส่วนยอดผู้ที่ยังไม่รับรถพบว่าลดลงจาก 1.3 แสนราย เหลือ 1.04 แสนราย ซึ่งจากข้อมูลพบว่ายอดลดลงเฉลี่ยเดือนละ 1 หมื่นราย แสดงให้เห็นว่ายังมีผู้ที่ต้องการรับรถ และคาดว่าการส่งมอบจะสิ้นสุดประมาณต้นปี 2557

เช่าซื้อชี้ลูกค้าดูกำลังส่งมากกว่าดอกเบี้ย

สำหรับภาพรวมตลาดรถยนต์ ขณะนี้ค่ายรถต่างๆ พยายามกระตุ้นตลาดช่วงปลายปี และพบว่ามียอดจองเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามพบว่าตลาดมีปัญหาจากการที่สถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยพบว่ามีผู้ไม่ผ่านการพิจารณาค่อนข้างสูง คือ 20-30%

นายอนุชาติ ดีประเสริฐ ประธานกรรมการ สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เปิดเผยว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.5% จะไม่มีผลกระตุ้นให้ยอดสินเชื่อเช่าซื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันคนซื้อรถส่วนใหญ่คำนึงถึงความสามารถในการผ่อนชำระค่างวดมากกว่าเรื่องของดอกเบี้ย และคาดว่าดอกเบี้ยเช่าซื้อทั้งระบบก็จะยังไม่มีการปรับขึ้นในช่วงนี้อีกด้วย ทั้งนี้รวมถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่อรถยนต์ทั้งหมด ทั้งรถยนต์มือหนึ่ง รถยนต์มือสอง จำนำทะเบียนรถ

นายอัครนันท์ ฐิตสิริวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณการผิดนัดชำระค่างวด หรือเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ปัจจุบันตัวเลขยังคงอยู่ในระดับปกติที่ 0.8% ของสินเชื่อรวม เนื่องจากบริษัทยึดนโยบายคัดเลือกลูกค้า คัดเลือกยี่ห้อรถ และไม่ใช้วิธีการกำหนดเงินดาวน์ต่ำ

"เพื่อความไม่ประมาท เราต้องเน้นความใกล้ชิดกับลูกค้า มีการสอบถามถึงปัญหาต่างๆ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ได้ทัน ปัจจุบันเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป ประชาชนเป็นหนี้กันมากขึ้น โอกาสขัดสนเรื่องเงินทองจึงมีมากขึ้น หากใกล้ชิดลูกค้าโอกาสได้รับการชำระหนี้ก่อนก็มีมากขึ้นตามไปด้วย แต่หากมีปัญหาจริงๆ คงต้องเจรจาหาทางช่วยเหลือต่อไป"

ส่วนกลยุทธ์ไตรมาส 4 ได้ร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เพื่อจัดแคมเปญร่วมกันในการกระตุ้นยอดขายในช่วงที่มีปัจจัยลบ เช่น น้ำท่วม อาจทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อรถ แต่หวังว่าช่วงงานมหกรรมยานยนต์ จะกระตุ้นยอดขายได้เพิ่มขึ้น

ผลิตรถเดือนก.ย. ติดลบ เก้าเดือนโต 11%

นายสุรพงษ์ กล่าวถึงการผลิตรถยนต์เดือนก.ย. ที่ผ่านมา ทำได้ 1.94 แสนคัน ซึ่งต่ำกว่าระดับ 2 แสนคันเป็นเดือนที่สอง และน้อยกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 16% แต่เมื่อรวมเดือนม.ค.-ก.ย. ทำได้ 1.93 แสนคัน เพิ่มขึ้น 11% ส่วนช่วงเวลาที่เหลือของปี ค่ายรถตั้งเป้าผลิตรวมกัน 6.04 แสนคัน ทำให้มั่นใจว่ายอดผลิตรวมทั้งปีจะเป็นไปตามเป้าหมาย 2.55 ล้านคัน

ส่วนยอดขายรถเดือนก.ย. มีจำนวน 9.48 หมื่นคัน ต่ำกว่าระดับ 1 แสนคัน เป็นเดือนที่สอง ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีก่อน 28.5% เนื่องจากการส่งมอบรถยนต์ในโครงการรถยนต์คันแรกเกือบครบ 100% แล้ว ส่วนยอดขายเดือนม.ค.-ก.ย. ทำได้ 1.03 แสนคัน เพิ่มขึ้น 3%

การผลิตรถจักรยานยนต์เดือนก.ย. จำนวน 2.08 แสนคัน ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 21% รวมเดือนม.ค.-ก.ย. จำนวน 2.18 ล้านคัน ลดลง 9%