วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้ผลิตรถญี่ปุ่นปรับตัวชิงยอดขายในยุโรป

บรรดาผู้ผลิตรถของญี่ปุ่นเตรียมปรับกลยุทธ์เพื่อที่จะกลับมาแข่งขันในตลาดยุโรปให้ได้อีกครั้ง โดยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล

หลังจากที่ผู้ผลิตรถของญี่ปุ่นมียอดขายที่ลดลงในขณะที่คู่แข่งจากเกาหลีใต้กลับมียอดขายที่สูงขึ้นเรื่อยๆ บรรดาบริษัทญี่ปุ่นจึงต้องลดต้นทุนและไปแสวงหากำไรจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงเพื่อรับประกันว่าบริษัทจะมีการเติบโตในยุโรปที่แข็งแกร่งต่อไปในอีก 2-3 ปีข้างหน้า

หลังจากเผชิญกับเหตุแผ่นดินไหว สึนามิ และน้ำท่วมเมื่อ 2 ปีก่อน บริษัทรถญี่ปุ่นหลายรายซึ่งรวมทั้ง "มาสด้า" และ "โตโยต้า" หันไปให้ความสำคัญกับตลาดอเมริกาเหนือ ส่งผลให้ยอดขายในยุโรปตกต่ำลง

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทญี่ปุ่นเริ่มกระเตื้องขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตรถญี่ปุ่นกลับมาเน้นเป้ายอดขายในยุโรปอีกครั้ง โดยยุโรปเป็นตลาดที่มีข้อเรียกร้องสูง ทั้งในแง่ของการประหยัดพลังงาน การออกแบบ การบังคับรถ และคุณภาพของรถ

ประธานมาสด้าสาขายุโรป "นายเจฟฟ์ กายตัน" กล่าวว่า ธุรกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นแล้ว หากไปพูดคุยกับบริษัทรถส่วนใหญ่ พวกเขาก็จะบอกว่ากิจการกำลังย่ำแย่ แต่สำหรับมาสด้าถือว่าตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ยอดขายรถของบริษัทมาสด้าเพิ่มขึ้น 11% ในรอบ 8 เดือนที่ผ่านมานับถึงสิ้นเดือนสิงหาคมในช่วงที่ตลาดยุโรปหดตัวลง 5% และรายได้เฉลี่ยต่อรถหนึ่งคันที่ขายได้ กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

มาสด้าเปิดตัวรถรุ่น "มาสด้า3" ในงานมหกรรมยานยนต์ที่เมืองแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งเป็นรถขนาดเล็กประหยัดน้ำมันที่ออกมาเพื่อแข่งกับรถรุ่น "กอล์ฟ" ของโฟล์คสวาเก้น นอกจากนี้ มาสด้ายังประสบความสำเร็จกับรถครอสโอเวอร์รุ่นยอดนิยมอย่าง "ซีเอ็กซ์-5" ที่ช่วยให้ผลประกอบการในยุโรปของบริษัทฟื้นตัวกลับมาได้นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นได้รับประโยชน์จากชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของตนมาเป็นเวลานาน แต่กลับถูกคู่แข่งจากเกาหลีใต้อย่าง "ฮุนได" และ "เกีย" แซงหน้า เมื่อบริษัทเหล่านี้ส่งรถรุ่นที่มีสไตล์ ราคาไม่แพงสำหรับรสนิยมชาวยุโรป พร้อมกับการรับประกันนานเป็นพิเศษ 5 หรือ 7 ปี จนช่วยให้บริษัทเกาหลีใต้ทั้ง 2 รายชิงยอดขายในยุโรปจากบริษัทของญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า