วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แอคทีฟไฮบริด 7 ความสนุกหลังพวงมาลัย

ปีนี้บีเอ็มดับเบิลยู เอาจริงเอาจังกับตลาดรถไฮบริด โดยเปิดตัวไปแล้วรวม 8 รุ่นย่อย จาก 3 ซีรีส์ เริ่มจากแอคทีฟ ไฮบริด 3

ซึ่ง มี 3 รุ่นย่อย ราคาอยู่ระหว่าง 4.199-4.499 ล้านบาท แอคทีฟ ไฮบริด 5 รวม 2 รุ่น ราคา 5.399-5.599 ล้านบาท และแอคทีฟ ไฮบริด 7 อีก 3 รุ่นย่อย ราคา 8.299-8.999 ล้านบาท

จุดร่วมกันของไฮบริดทุกซีรีส์ คือ เครื่องยนต์ 6 สูบ ขนาดความจุ 2,979 ซีซี ทวินเทอร์โบ แต่แตกต่างกันที่ปรับแต่ง โดย 3 กับ 5 ให้กำลังสูงสุด 306 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตันเมตร และหากคิดรวมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าจะได้กำลังรวม 340 แรงม้า ส่วนแอคทีฟไฮบริด 7 ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า บวกมอเตอร์อีก 55 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตร

ทุกรุ่นทำความเร็วสูงสุดได้เท่ากันครับ คือ 250 กม./ชม.

จุดเด่นของไฮบริดของบีเอ็มดับเบิลยู ก็คือ เรื่องของการออกแบบ และพื้นใช้สอย โดยตัวมอเตอร์ไฟฟ้าที่ไปอยู่รวมกับเกียร์อัตโนมัติ แบบ 8 สปีด แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน ซ่อนไว้ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลัง ดังนั้นตัวห้องโดยสาร ห้อง เก็บสัมภาระจึงมีพื้นที่เท่ากับซีรีส์ 7 รุ่น ปกติ

สำหรับการทำงานของไฮบริดในบีเอ็มดับเบิลยูนั้น สามารถขับขี่ด้วยแบตเตอรี่อย่างเดียวได้ 4 กม. แต่การขับขี่ทั่วไป จะใช้เครื่องยนต์เป็นหลัก แต่จะมีระบบที่เรียกว่า โคสติ้ง สำหรับการขับขี่ทั่วไปที่มีความเร็วคงที่จะตัดเข้าสู่โหมดไฟฟ้า

ไฮบริดของบีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่น ผมว่าค่อนข้างจะแตกต่างจากแนวคิดการสร้างรถไฮบริดทั่วไปสักหน่อย คือหลักใหญ่ใจความไม่ได้เอาเรื่องของความประหยัดเป็นที่ตั้ง แต่เอาดีเอ็นเอ คืออารมณ์สปอร์ตของรถเป็นหลัก ดังนั้นระบบไฟฟ้าที่เข้ามาเสริมจึงมีจุดเด่นในเรื่องการเรียกกำลังกระตุ้นอารมณ์มากกว่าเรื่องของความประหยัด

ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ได้ประหยัด แต่ถ้าให้จำกัดความ ผมว่าต้องเรียกว่าเป็น "รถที่ประหยัดกว่า" การเติมคำกว่าเข้าไป หมายถึงประหยัดกว่ารุ่นพื้นฐานที่ไม่มีไฮบริด แต่ไม่ได้ประหยัดจนโดดเด่น

แต่ที่โดดเด่นก็คือสมรรถนะการขับขี่ครับ รถที่มีตัวถังใหญ่โต ขนาดความยาว 5,219 มม. กว้าง 1,902 มม. และสูง 1,487 มม. และหนักกว่า 2 ตัน คันนี้มีความคล่องตัวสูง

การเรียกกำลังของเครื่องยนต์มาอย่างรวดเร็วทันใจทุกครั้งที่แตะคันเร่ง จะหนักหรือเบาก็ตาม จะรับรู้ได้ว่ามันตอบสนองรวดเร็วมาก แทบจะไม่มีจังหวะหน่วงให้รู้สึกได้เลย ดังนั้นเมื่อจำเป็นต้องเลื้อยผ่านฝูงรถยนต์ที่อยู่เกลื่อนไปทั่วทุกช่องทางบนถนนมิตรภาพ มันจึงทำได้อย่างคล่องแคล่ว

ผมชอบอารมณ์ของมันมากช่วงแถวๆทับกวาง สระบุรี ซึ่งเป็นทางขึ้นเนิน และใครที่ผ่านไปแถวนั้น คงจะรู้กันดีว่า อย่างน้อย 1 หรือ 2 ช่องทางเป็นที่สถิตของรถบรรทุกใหญ่ที่ดูเผินๆ เหมือนจอดอยู่กับที่ แต่รู้ว่าเคลื่อนไหวก็จากควันที่พ่นออกมาทางปลายท่อ

ทำไมอยู่ 2 เลน โดยขับช้าทั้งคู่ ผมก็พอจะเข้าใจได้ครับว่าบังเอิญคันที่อยู่ด้านซ้ายช้ากว่า ซึ่งก็อภัยให้ครับ เพราะเข้าใจดีกว่า คันที่อยู่ด้านขวา ถ้าขืนไปต่อท้ายคันซ้าย จังหวะก็จะเสียไป เผลอๆวิ่งไม่ขึ้นเอา

แต่กลุ่มรถเล็ก รถเก๋งรถปิกอัพนี่สิครับ ชอบไปขวางอยู่ตามเลนขวาถึงขวาสุดทั้งที่เรี่ยวแรงของเครื่องยนต์ไม่น่าจะใช่ปัญหาอะไร ซึ่งจุดนี้แน่นอน แอคทีฟไฮบริด 7 เอ็ม สปอร์ต ค่าตัว 8.89 ล้านบาท ที่อยู่ในมือผม ได้ทดสอบหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งการเรียกกำลังขึ้นเนินพร้อมกับความคล่องตัวที่การเลื้อยไปมา และการทรงตัวของรถ ซึ่งมันทำได้ดีทุกอย่างครับ

ผมเลือกเส้นทางทดสอบให้กับแอคทีฟไฮบริดได้พิสูจน์เรื่องของอัตราเร่ง กำลังเครื่องยนต์ การยึดเกาะถนนมากกว่านั้นครับ และเป็นทางที่ผ่านโค้งผ่านเนินค่อนเข้างเยอะ เพราะจากมิตรภาพ ก็ตัดเข้าเส้นมวกเหล็ก-เขาใหญ่ ตามด้วยเขาใหญ่-วังน้ำเขียว และกลับเส้นทางเดิม

ทั้ง 2 ช่วงเป็นเส้นทางที่ผมชอบ และใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง ด้วยหลายเหตุผล ทั้งผิวถนนที่เรียบ การออกแบบค่อนข้างดี ยกเว้นไม่กี่โค้งที่เอียงหนีศูนย์ หากเผลอไผลไม่ถอนคันเร่ง แตะเบรก มีลุ้นแน่นอน นอกจากนี้ก็ยังเป็นเพราะเป็นเส้นทางที่มีรถไม่มากนัก และมีความสวยงาม ชวนให้การขับเพลิดเพลิน แม้หลักจะเป็นทาง 2 เลนเล็กๆ สวนทางก็ตาม

และก็ยืนยันอีกครั้งครับว่ามันคล่องตัวสูงในเส้นทางแบบนี้ ช่วงล่างก็ไว้ใจได้เลย ไม่มีหลุดมีปัดง่ายๆหรอกครับ ต่อให้ขับในโหมดอีโค โปร หรือแสตนดาร์ดก็ตาม

แต่ถ้าอยากสนุกมากขึ้น ปรับไปที่สปอร์ต นอกจากการตอบสนองเครื่องยนต์จะรวดเร็วขึ้นแล้ว การจิกหน้ารถเข้าไปในโค้งนี่คมกริบ และสัดส่วนต่างๆ เป็น 1:1 เห็นโค้งเท่าไร หักพวงมาลัยไปเท่านั้น และรถก็เลี้ยวไปเท่านั้นเช่นกัน ไม่มีขาดไม่มีเกิน สนุกมากครับ

การเบรกไว้ใจได้เช่นกัน อาการของเบรกดี ไม่มีหน้ายุบท้ายยกให้ปวดหัว ไม่มีอาการปัด อาการร่อน แม้จะต้องเบรกในโค้งบ้างก็ตาม

ส่วนเรื่องของความสะดวกสบาย อุปกรณ์เสริมต่างๆ ผมไม่พูดถึงครับ มันมีทุกอย่างที่ควรจะมีอยู่แล้ว

กับรถในตลาดนี้ ที่จะได้ทั้งความหรูหรา สำหรับผู้ที่ชอบนั่งเบาะหลัง และสมรรถนะการขับขี่ สำหรับผู้ที่ชอบนั่งหลังพวงมาลัย กับราคาระดับนี้ ผมว่ามันก็เป็นตัวเลือกที่ไม่น่ามองข้าม เมื่อเทียบกับรถในตลาดเดียวกัน

แต่ไม่รู้ว่าจะมีสักกี่คนที่ซื้อแล้วไปนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ... เสียดาย