วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โฟล์คสวาเกน'บุกลงทุนอินโดฯ

ผู้บริหารโฟล์คสวาเกนสนใจขยายลงทุนอาเซียน เข้าพบ "ยิ่งลักษณ์" ระบุไทยมีนโยบายสนับสนุนและมีโครงสร้างพื้นฐานเหมาะเป็นแหล่งผลิตรถยนต์

วานนี้ (23 ส.ค.) นายคริสเตียน คลินเกอร์ กรรมการบริหาร บริษัท โฟล์คสวาเกน เอจี (Volkswagen AG) ประเทศเยอรมนี เข้าพบนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยทั้งสองฝ่ายมีการหารือถึงปัญหาและอุปสรรคในการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ (Eco Car) ในประเทศไทย

นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมการเชื่อมโยงในภูมิภาคและการลงทุนทางด้านคมนาคม ซึ่งจะทำให้การขนส่งของภาคเอกชนสะดวกมากขึ้น สามารถขนส่งเชื่อมไปยังประเทศเพื่อนบ้านหรือภูมิภาคอื่นได้รวดเร็วมากขึ้น ทั้งช่วยส่งเสริมให้ไทยมีความเหมาะสมต่อการเป็นฐานการผลิตที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์

นอกจากนั้นรัฐบาลยังมีนโยบายสนับสนุนการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งหาก บริษัท โฟล์คสวาเกน เอจี สนใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวรัฐบาลก็มีความยินดี และพร้อมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและการลงทุนของบริษัทฯ โดยจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ดำเนินการหารือร่วมกับบริษัทฯ เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งร่วมกันแก้ปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ต่อไป ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบริษัทฯ จะเข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย เช่นเดียวกับความสำเร็จของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำรายอื่นๆ ในไทย

นายคลินเกอร์ กล่าวว่า บริษัทมีความสนใจที่จะขยายการลงทุนมายังประเทศไทยรวมทั้งมีความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจและการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งการขยายการลงทุนมายังประเทศไทยจะเป็นส่วนหนึ่งของการขยายการลงทุนมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต

ด้านนายโมฮัมเหม็ด ฮิดายัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของอินโดนีเซีย กล่าวว่า บริษัท โฟล์คสวาเกน เอจีของเยอรมนีจะประกาศในปีนี้เกี่ยวกับการลงทุนเบื้องต้นในวงเงิน 200 ล้านยูโร หรือราว 8,600 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานรถยนต์ในอินโดนีเซีย

"โฟล์คสวาเกนจะสร้างโรงงานรถยนต์ในเมือง Cikampek ในชวาตะวันตก แต่เขาไม่ได้เปิดเผยว่าโรงงานแห่งนี้จะผลิตรถยนต์กี่คัน ซึ่งพวกเขาจะประกาศแผนในเดือน พ.ย.หรือ ธ.ค.นี้" นายฮิดายัตกล่าวหลังการประชุมกับเจ้าหน้าที่บริษัทที่กรุงจาการ์ตา โดยเสริมว่างบลงทุน 200 ล้านดอลลาร์ เป็นการคาดการณ์ส่วนตัวและไม่ใช่ตัวเลขอย่างเป็นทางการจากทางบริษัท