มิตซูบิชิ คาดยอดจำหน่ายรถยนต์ในไทยลดลง หลังหมดโครงการรถคันแรก ส่งผลอุปสงค์ในตลาดลด รับมีลูกค้าเลิกคำสั่งจองซื้อ
บริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปของญี่ปุ่นประกาศเตือนว่า ความต้องการซื้อรถยนต์ในไทยอาจลดลงต่อไปอีก หลังจากรัฐบาลไทยยุติมาตรการจ่ายคืนภาษีสำหรับโครงการรถยนต์คันแรกในปีที่แล้ว โดยไทยถือเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มิตซูบิชิ มอเตอร์สเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 7 ของญี่ปุ่น และมีโรงงานผลิตรถยนต์ 3 แห่งในไทย โดยไทยถือเป็นฐานการ
ผลิตและส่งออกรถยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นายโยชิฮิโระ คุโรอิ ผู้บริหารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กล่าวในการแถลงข่าวว่า ทางบริษัทต้องการจะชดเชยอุปสงค์ที่ลดลงในไทยด้วยการส่งออกรถยนต์ไปยังออสเตรเลียและประเทศอื่นๆในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)
มิตซูบิชิ มอเตอร์สมีผลกำไรจากการดำเนินงาน 1.60 หมื่นล้านเยน หรือราว 163.3 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย. โดยเพิ่มขึ้น 7.4 % จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ขณะที่การอ่อนค่าของเยนช่วยชดเชยยอดขายที่ดิ่งลงอย่างรุนแรงในไทย ซึ่งถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส
นายคุโรอิกล่าวว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์สและบริษัทผู้ผลิตรถยนต์หลายแห่ง พบว่ามีการยกเลิกคำสั่งจองซื้อรถยนต์ในไทยจำนวนหนึ่ง หลังจากมาตรการ
ของรัฐบาลในการช่วยเหลือผู้ซื้อรถยนต์คันแรกได้สิ้นสุดลงในปีที่แล้ว
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และบริษัทผู้ผลิตรถยนต์แห่งอื่นๆเพิ่มกำลังการผลิตในไทย หลังจากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจาก
เหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายปี 2554
ยอดขายของมิตซูบิชิ มอเตอร์สในไทยดิ่งลง 24 % ในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย.เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน โดยร่วงลงสู่ 20,800 คัน ขณะที่ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วนั้น มิตซูบิชิ มอเตอร์สมียอดขายที่แข็งแกร่ง หลังจากมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นมิราจ ซึ่งเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก
โฆษกของมิตซูบิชิ มอเตอร์สกล่าวว่า ยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในไทยลดลง เพียง 1 % ในไตรมาสเดือนเม.ย.-มิ.ย.
นายคุโรอิกล่าวว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์สได้ปรับทบทวนตัวเลขคาดการณ์ยอดขาย รถยนต์ทั้งหมดในไทยสำหรับช่วง 1 ปีสิ้นสุดในเดือนมี.ค.2557 ด้วย โดยปรับลดลงสู่ 1.1-1.2 ล้านคัน
มิตซูบิชิ มอเตอร์สระบุว่า ยอดขายรถยนต์ในออสเตรเลียและภูมิภาคละติน อเมริกาจะอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และยังคงคาดการณ์ว่า ผลกำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปีอาจอยู่ที่ 1 แสนล้านเยน





