ด้วยความที่เป็นคนนั่งทำงานอยู่กับบ้านต่อเนื่องนานหลายปี จึงทำให้ผมมีโอกาสเปิดเครื่องรับโทรทัศน์เพื่อติดตามชมรายการต่างๆได้ทั้งวัน
ด้วยความที่เป็นคนนั่งทำงานอยู่กับบ้านต่อเนื่องนานหลายปี จึงทำให้ผมมีโอกาสเปิดเครื่องรับโทรทัศน์เพื่อติดตามชมรายการต่างๆได้ทั้งวัน แต่ผมกลับใช้เวลาไม่เกินร้อยละสิบของเวลาทั้งหมด สำหรับชมรายการโทรทัศน์จากฟรีทีวีตามที่เรียกกัน ส่วนใหญ่ผมมักจะชมรายการภาพยนตร์, สารคดี, กีฬา และข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ โดยทั้งหมดผมชมผ่าน ทีวี ประเภทสมาชิกบอกรับ
ในบรรดารายการโทรทัศน์ทั้งหมดที่กล่าวมา ผมชอบชมภาพยนตร์ชุดสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมโดยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรือที่มีชื่อเรียกกันว่าภาพยนตร์ชุด CSI มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยสืบสวนสอบสวน CSI ของเมืองใดในสหรัฐอเมริกาก็ตาม เหตุผลที่ชอบก็เพราะดูมีเหตุมีผลมีหลักการพอที่จะอ้างอิงได้บ้าง แม้จะเหลือเชื่อเกินไปบ้างตามประสาภาพยนตร์ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อความบันเทิงก็ตาม
“ดูหนังดูละครแล้วย้อนกลับมาดูตัวเอง” ยังเป็นคำพังเพยที่นำมาใช้ได้อย่างทันสมัยเสมอมา เพราะสิ่งที่ผมนำมาจากภาพยนตร์ยอดนิยมที่ชมเป็นประจำก็คือ เมื่อมีเหตุการณ์ใดๆ ที่เป็นปัญหาเกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องย้อนกลับไปยังสถานที่และเวลาที่เกิดเหตุ โดยพยายามรักษาสถานที่เกิดเหตุหรือจุดที่เกิดเหตุเอาไว้ ให้ใกล้เคียงกับขณะเกิดเหตุมากที่สุด เพราะจะทำให้ค้นหาต้นสายปลายเหตุของเหตุที่เกิดได้อย่างแม่นยำ และทำให้แก้ไขหรือคลี่คลายสถานการณ์ได้ง่ายและถูกต้องที่สุด
การปิดกั้นที่เกิดเหตุเพื่อป้องกันไม่ให้ใครผู้หนึ่งผู้ใดเข้าไปทำให้มีการเปลี่ยนแปลงทางวัตถุ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนและในขณะที่เกิดเหตุ แต่สิ่งที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวันทุกวันนี้ก็คือ เมื่อมีอุบัติเหตุทางรถยนต์เกิดขึ้นก็จะมีเจ้าหน้าที่หรือผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ รวมทั้งบรรดาผู้ที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องและถูกขนานนามว่า “ไทยมุง” กรูกันเข้าไปยังพื้นที่เกิดเหตุจนพยานวัตถุต่างๆ กระจัดกระจายผิดที่ผิดทางไปหมด
หลายครั้งที่ผมมักจะได้รับเกียรติให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้น และตกอยู่ในกระแสการวิจารณ์ของผู้คนในสังคม แต่ผู้ที่เชิญกลับไม่สามารถหาข้อมูลหรือภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ หรือรถยนต์ที่เกิดเหตุในหลากหลายแง่มุมซึ่งมากพอที่จะให้ความเห็นได้ อย่างเก่งก็มีเพียงแค่คำบอกเล่าจากคนที่เห็นเหตุการณ์ หรือจากคำบอกเล่าสืบต่อกันมาชนิดปากต่อปาก ซึ่งไม่เพียงพอที่จะวิพากษ์วิจารณ์ หรือให้ความเห็นได้ว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดมาจากอะไร
เทคโนโลยีในสมัยปัจจุบันนี้สามารถนำมาช่วยวิเคราะห์หาสาเหตุต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่นเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันขึ้นมา แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหน้าที่ตามความคิดของตนเอง ด้วยการเอาสีสเปรย์มาพ่นตำแหน่ง และทิศทางของรถที่เกิดเหตุลงบนพื้นถนนแล้วก็ตาม แต่หากว่าคุณเป็นผู้หนึ่งที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่พบเห็นอุบัติเหตุนั้นๆ คุณก็ยังสามารถบันทึกภาพด้วยกล้องหรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะเป็นในแบบภาพนิ่งหรือแบบภาพเคลื่อนไหวแบบวีดิโอก็ได้ โดยสิ่งที่ควรบันทึกเอาไว้ก็คือตำแหน่งและทิศทางรวมทั้งระยะห่างของรถที่เกิดเหตุทุกคัน โดยมีภาพเส้นแบ่งช่องทางวิ่งของถนนและองค์ประกอบอื่นๆ ของภาพที่สำคัญ เช่น ป้ายและสัญลักษณ์การจราจรต่างๆ รวมถึงเศษชิ้นส่วนของรถทุกคันที่เกิดจากอุบัติเหตุที่ตกหล่นอยู่บนพื้นถนน อีกทั้งภาพความเสียหายจากการชนที่เกิดขึ้นบนตัวถังของรถทุกคันที่เกิดเหตุร่วมกัน
การเก็บบันทึกข้อมูลพยานหลักฐานและวัตถุพยานต่างๆ ในลักษณะที่ใกล้เคียงกับเวลาที่เกิดเหตุที่สุด ก่อนที่จะมีผู้หนึ่งผู้ใดไปทำให้เสียสภาพ จะทำให้ง่ายต่อการระบุได้ว่าผู้ที่ควรจะได้รับการตัดสินว่าเป็นผู้ก่อเหตุ หรือเป็นผู้ผิดในเหตุการณ์นั้นๆ คือใคร เพราะมิฉะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่มีหน้าที่สอบสวนคดีจราจร ซึ่งเรียกกันว่า “ร้อยเวรจราจร” ก็จะทำหน้าที่เบื้องต้น ในมุมที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดของตนเอง ด้วยการปรับคู่กรณีทั้งสองฝ่ายในข้อหาขับรถโดยประมาท หลังจากนั้นก็ปล่อยให้คู่กรณีไปต่อสู้หักล้างกันเอง ในกระบวนการยุติธรรมขั้นต่อไป
ปัจจุบันนี้มีผู้ใช้รถยนต์มากมายที่ลงทุน ติดตั้งกล้องบันทึกภาพเอาไว้ที่กระจกหน้ารถ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเถียงกันหลังจากเกิดอุบัติเหตุว่า ใครเป็นฝ่ายขับรถล้ำเส้นทางจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยกล้องดังกล่าวสามารถบันทึกภาพเอาไว้ได้ในระยะเวลาสั้นและยาวตามแต่หน่วยบันทึกความจำจะได้รับการติดตั้งเอาไว้ สนนราคาของกล้องดังกล่าวอยู่ที่เพียงระดับพันบาทต้นๆเท่านั้น
แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าหากลงทุนติดตั้งกล้องเอาไว้ประจำรถแล้ว ก็เป็นเพียงแค่การหาพยานหลักฐานมาอ้างอิงความผิดถูกในภายหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้วเท่านั้น ในขณะที่หัวใจสำคัญของการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมหรือในการใช้รถใช้ถนนก็คือ การไม่มีเหตุการณ์ที่จะทำให้มีผู้หนึ่งผู้ใดต้องสูญเสียหรือไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียทรัพย์สินหรือชีวิตก็ดี ย่อมดีกว่าที่จะมาพิสูจน์ทราบภายหลังว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ใครเป็นฝ่ายถูกหรือเป็นฝ่ายผิดกันแน่





