สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ระบุ 5 ปี โรงงานไทยย้ายฐานผลิตเข้าเพื่อนบ้าน หนีปัญหาต้นทุนการผลิตพุ่ง แรงงานขาดแคลน
สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ระบุ 5 ปี โรงงานไทยย้ายฐานผลิตเข้าเพื่อนบ้าน หนีปัญหาต้นทุนการผลิตพุ่ง แรงงานขาดแคลน แนะผู้ประกอบการปรับตัวเน้นผลิต แม่พิมพ์ เครื่องมือ แทน พร้อมเสริมเทคโนโลยี เพิ่มความสามารถการผลิตให้ได้ 10% ต่อปี รับอุตสาหกรรมขยายตัว
อุตสาหกรรมชิ้นส่วนไทยกำลังเข้าสู่ช่วงของการเปลี่ยนแปลง ทั้งการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น จากทุนต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนมากขึ้น และภาวะต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากค่าแรงที่ปรับเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีปัญหาขาดแคลนแรงงานจำนวนมากเป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมในอนาคต โดยปัจจุบันไทยต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตระดับ เทียร์ 2 -3 ที่มีสัดส่วนประมาณ 10%
นายถาวร ชลัษเฐียร อุปนายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหาที่ขณะนี้ผู้ประกอบการกำลังคิดกัน ก็คือ การย้ายฐานการผลิตไปตั้งในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีแรงงาน และค่าแรงที่ต่ำกว่า เพื่อให้สามารถแข่งขันด้านต้นทุนได้ ไม่ว่าจะเป็น พม่า กัมพูชา หรือลาว เป็นต้น โดยคาดว่าจะเห็นภาพดังกล่าวได้ภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากนี้
"การย้ายฐานไปเพื่อนบ้าน จะไม่มีผลกระทบกับอุตสาหกรรมในประเทศมากนัก เพราะจะย้ายเฉพาะการผลิตชิ้นส่วนที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ไม่ใช้เทคโนโลยีสูง และเป็นการผลิตต้นน้ำ ชิ้นส่วนเหล่านั้นจะส่งกลับเข้าไทย เพื่อประกอบเป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ก่อนส่งให้กับโรงงานเทียร์ 1 หรือ โรงงานประกอบรถยนต์ต่อไป"
ส่วนการผลิตที่ยังอยู่ในประเทศ จะปรับตัวไปผลิตชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีและมีมูลค่าสูงแทน รวมไปถึงการผลิต แม่พิมพ์ อุปกรณ์การผลิต อุปกรณ์จับยึด ซึ่งจำเป็นต่ออุตสาหกรรมที่ทุกโรงงานต้องใช้ ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าเหล่านี้ ได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
นายถาวรกล่าวว่า สำหรับปัญหาขาดแคลนแรงงาน เป็นเรื่องที่ไทยจะต้องเผชิญหน้าต่อไป และปรับตัวให้ได้ เนื่องจากปัจจุบันหลายอุตสาหกรรมต่างก็ต้องการแรงงานด้วยกันทั้งสิ้น โดยพบว่า 11 กลุ่มอุตสาหกรรมขาดแคลนแรงงานรวม 5 แสนคน
"ส่วนของอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์และชิ้นส่วน ประเมินว่า ภายใน 5 ปี จะขาดแคลนแรงงาน 1.2 แสนคน เนื่องจากอุตสาหกรรมเติบโตเร็วมาก ขณะที่ภาคแรงงานตามไม่ทัน และในอนาคต จะยิ่งรุนแรงเพิ่มขึ้น เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีสัดส่วนประชากรสูงอายุสูงมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาครัฐควรจะหันมาใส่ใจ เช่นเดียวกับสิงคโปร์ที่เริ่มเห็นปัญหานี้ และเดินหน้าแผนเพิ่มประชากรอย่างเป็นรูปธรรม"
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ยังไม่สามารถหาแรงงานได้ทัน ผู้ประกอบการต้องปรับตัว ด้วยการเพิ่มเทคโนโลยีการผลิต ลดปริมาณของเสียในสายการผลิตลง และหากให้สอดคล้องกับแผนการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต อุตสาหกรรมชิ้นส่วนจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (productivity) ให้ได้อย่างน้อยปีละ 8-10%
ส่วนการที่ปัจจุบันตลาดรถยนต์ส่งสัญญาณชะลอตัว โดยเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา ติดลบ 3.5% เป็นครั้งแรกในรอบ 17 เดือน จะไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชิ้นส่วน เนื่องจากการผลิตโดยรวมปีนี้ คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว อยู่ที่ประมาณ 2.45 ล้านคัน เนื่องจากมีตลาดส่งออกรองรับ





