วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ล้อและยางต่างขนาด

วันนี้เมื่อ 81 ปีที่ผ่านมาถือเป็นวันที่ประวัติศาสตร์การปกครองประเทศไทยได้เริ่มเปลี่ยนโฉมหน้า

วันนี้เมื่อ 81 ปีที่ผ่านมาถือเป็นวันที่ประวัติศาสตร์การปกครองประเทศไทยได้เริ่มเปลี่ยนโฉมหน้า และนับตั้งแต่ วันที่ 24 มิ.ย.2475 เป็นต้นมา ตำรับตำราเรียนต่างๆ ก็ระบุว่าประเทศไทยเริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาสู่การปกครองในระบอบเสรีประชาธิปไตยเยี่ยงประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย

แต่ 81 ปี ผ่านไปประชาธิปไตยของประเทศไทย ก็ยังคงเป็นประชาธิปไตยที่สามารถซื้อขายได้ ขึ้นอยู่กับว่าวิธีการซื้อขายจะแนบเนียนมากน้อยเพียงใด เพราะนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ยังคงงมงายอยู่กับการที่ประชาชนเดินเข้าคูหาแล้วกากบาทเพื่อเลือกตั้งผู้แทน ด้วยคิดกันเพียงว่าหากมีการเลือกตั้งด้วยการเข้าคูหาลงคะแนน ประเทศไทยก็สามารถยืนเชิดหน้าสู้นานาอารยะประเทศได้ด้วยความเป็นประชาธิปไตยแล้ว

ทุกวันนี้เราจึงพบเห็นประชาธิปไตยในรูปแบบของการเข้าล้อมกรอบไม่ให้คนที่คิดต่างเห็นต่างได้แสดงความเห็นของเขา เราจึงได้เห็นการขว้างปาโจมตีฝ่ายตรงกันข้าม โดยมีนักการเมืองระดับเทียบเท่ารองโฆษกรัฐบาล หรือแม้แต่ระดับรองนายกรัฐมนตรีออกมาบอกว่า เป็นเพราะนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามปราศรัยยั่วยุ ในขณะเดียวกันกับที่นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลจะไปพูดจาโกหกพกลมอย่างไร กลับไม่มีใครใส่ใจที่จะไปปิดล้อมขว้างปาหรือขัดขวางแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ในสังคมที่ผู้คนมีวุฒิภาวะและมีความคิดเห็นเป็นของตนเองอย่างเที่ยงธรรม การคิดต่างเห็นต่างก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่ต่างกันจากการใช้รถยนต์ที่อาจจะมีความจำเป็นต้องใช้ล้อและยางที่มีขนาดต่างกัน ซึ่งทฤษฎีปรกติทั่วไปมักจะกล่าวอ้างว่ามีข้อเสียไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ แต่หากมีความจำเป็นขึ้นมาก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน เพื่อนำรถยนต์ไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย

ปัญหามันเกิดเพราะมีคนถามมามากมายว่า รถยนต์สมัยนี้จำนวนมากที่มียางอะไหล่ ซึ่งมีขนาดความกว้างหน้ายางแคบกว่ายางปรกติทั้ง 4 เส้น จนทำให้เกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้ยางอะไหล่ จะสามารถใช้งานได้จริงหรือ หรือว่าจะต้องมีวิธีการใช้เฉพาะกรณีอย่างไรบ้าง

หรือในกรณีที่รถยนต์หรูหราราคาแพงจำนวนไม่น้อย มักจะใช้ยางที่ล้อหลังมีความกว้างหน้ายางมากกว่ายางที่ล้อคู่หน้า กรณีอย่างนี้จะสามารถสลับยางตามทฤษฎีการสลับยางได้หรือไม่ หรือในกรณีที่รถปรกติทั่วไปมีขนาดยางทั้ง 4 ล้อเท่ากัน

แต่เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนยางและต้องการเปลี่ยนขนาดความกว้างของยาง แต่มีงบประมาณจำกัดทำให้เปลี่ยนได้แค่ครั้งละ 2 เส้นเท่านั้น จะสามารถทำได้หรือไม่ หรือควรเปลี่ยนล้อคู่หน้าหรือคู่หลังก่อนจึงจะถูกต้อง ข้อสงสัยทั้งหมดทั้งมวลดังกล่าวผมจึงขอนำมาพูดถึงรวมๆในครั้งนี้ไปพร้อมกันว่า

ในกรณีของยางอะไหล่ที่มีหน้ายางแคบกว่าปรกติมากๆ หรือที่เรียกกันว่ายางอิมแพคไทร์นั้น เหตุผลของการเกิดขึ้นของยางชนิดดังกล่าวเป็นเพราะว่า ผู้ผลิตรถยนต์ต้องการลดน้ำหนักรวมของตัวรถลง อีกทั้งยังต้องการให้มีพื้นที่สำหรับบรรทุกสัมภาระมากขึ้น จึงมีการออกแบบยางอะไหล่ที่มีขนาดเล็กน้ำหนักเบาและกินพื้นที่สำหรับเก็บไม่มาก

วิธีการใช้ยางอะไหล่แบบอิมแพคไทร์ที่ถูกต้อง จึงควรใช้ในลักษณะของยางอะไหล่หรือยางสำรองกล่าวคือเมื่อจำเป็นต้องใช้ยางอะไหล่แบบอิมแพคไทร์ ก็ควรวิ่งด้วยความเร็วไม่มากเกินไปกว่า 80 กม./ชม. หรือหากมีขีดความสามารถและอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยเพียงพอ หากทำได้ก็ควรเอายางแบบอิมแพคไทร์ไปไว้ที่ล้อหลังเท่านั้น ยกเว้นในกรณีที่มีน้ำหนักบรรทุกอยู่บนรถมากๆ ก็สามารถใช้ยางอะไหล่ชนิดนี้ที่ล้อหน้าได้ แต่ต้องควบคุมเรื่องการใช้ความเร็วให้มาก

สำหรับกรณีของรถยนต์หรูหราราคาแพง ที่มักใช้ยางคู่หลังให้มีความกว้างหน้ายางมากกว่ายางคู่หน้านั้น เป็นเพราะรถยนต์เหล่านั้นเป็นรถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ความกว้างของหน้ายางช่วยให้มีการถ่ายทอดพละกำลังจากเครื่องยนต์ลงสู่พื้นถนนได้ดีกว่ายางหน้าแคบ ส่วนยางที่ล้อคู่หน้าที่มีหน้าแคบกว่าก็ช่วยให้การควบคุมพวงมาลัยทำได้ง่ายกว่า

รถยนต์ที่ใช้ยางในลักษณะนี้เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้ยางอะไหล่ จึงจำเป็นที่จะต้องยึดแนวทางดังกล่าวเอาไว้ ด้วยการใช้ยางหน้าแคบที่ล้อหน้าเสมอ และก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมความเร็ว ขณะใช้ยางอะไหล่เอาไว้ในระดับที่ปลอดภัยด้วย

ส่วนข้อสงสัยสำหรับคนที่ต้องการเปลี่ยนขนาดหน้ากว้างของยาง และมีความจำเป็นที่สามารถเปลี่ยนได้เพียงแค่ครั้งละ 2 เส้นเท่านั้น ข้อแนะนำที่ดีที่สุดคือให้เปลี่ยนเอายางที่มีหน้าแคบกว่า หรือยางที่มีขนาดความสูงน้อยกว่าไปไว้ที่ล้อคู่หน้าเท่านั้น เพราะจะทำให้ควบคุมรถได้ง่ายกว่าการใช้ยางหน้ากว้างกว่ามาไว้ที่ล้อคู่หน้าครับ