ซังโกะ ไดคาซติ้งเตรียมทุ่มงบ 30 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพผลิต ด้วยการซื้อกับติดตั้งเตาหลอมใหม่ทำให้ค่าใช้จ่ายลงรองรับออเดอร์หลังเปิดเออีซี
ซังโกะ ไดคาซติ้งเตรียมทุ่มงบ 30 ล้านบาท เพิ่มประสิทธิภาพผลิต ด้วยการซื้อกับติดตั้งเตาหลอมใหม่ทำให้ค่าใช้จ่ายลง รองรับออเดอร์หลังเปิดเออีซีเอื้ออุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตในระยะยาว
นายรัฐวัฒน์ ศุขสายชล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซังโกะ ไดคาซติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SANKO) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอะลูมิเนียมและสังกะสีฉีดขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ ฉีดหล่อความดันสูง ให้กับลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรกลเกษตรและอื่นๆ เปิดเผยว่าจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซีในปี 2558 เป็นโอกาสดีที่จะทำให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้น
โดยไทยยังมีทำเลที่ดี เพราะมีพรมแดนติดกับพม่า, ลาวและกัมพูชา ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่และมีโอกาสขยายตัวสูง ประกอบกับประเทศในอาเซียนเป็นประเทศเกษตรกรรมเหมือนกับไทย ทำให้เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติจะสนใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์มากยิ่งขึ้น เพราะประเทศในอาเซียนมีประชากรรวมกันทั้งหมดเกือบ 600 ล้านคน และเป็นประชากรที่อยู่ในวัยแรงงานมากกว่า 100 ล้านคน ทำให้ความต้องการมีอยู่และมีโอกาสเติบโตสูงมากในอนาคต
ทั้งนี้จากโอกาสทางธุรกิจในระยะยาว บริษัทจึงได้นำเงินบางส่วนจำนวน 30 ล้านบาท จากที่ได้ จากการระดมทุนจำนวน 57.20 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยการซื้อและติดตั้งเตาหลอมใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายลดลงไปด้วย รวมถึงทำการทดลองติดตั้งเครื่องหล่อแบบ Gravity Feed Diecasting และติดตั้งเครื่องกลึงที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์เพื่อลดปริมาณการว่าจ้างบุคคลภายนอกในการตกแต่งชิ้นงาน ซึ่งบริษัทมุ่งหวังจะเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและตั้งเป้าให้กำไรมีเสถียรภาพมากขึ้นในอนาคต โดยผลการดำเนินงานของบริษัท ตั้งแต่ปี 2552 -2555 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17%, 15.5%, 12.5% และ 15.5% ตามลำดับ
“อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท แกว่งตัวขึ้นลงมาโดยตลอด ทำให้เรามุ่งเน้นเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นเป็นสิ่งแรก ด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และจะเลือกผลิตสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง และเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทก็ตั้งเป้าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นมีเสถียรภาพในอนาคต เงินส่วนที่เหลือจากการระดมทุน บริษัทจะนำไปซื้อที่ดินเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่จะเติบโตต่อเนื่องในอนาคต” นายรัฐวัฒน์กล่าว





