วงการรถยนต์คาดการณ์กันว่าปีนี้ตลาดจะมียอดขายลดลงประมาณ 10% หลังจากถูกดึงกำลังซื้อล่วงหน้าไปใช้ในปีที่แล้วจำนวนมาก จากโครงการรถคันแรก
อย่างไรก็ตาม แม้จะคาดว่าตลาดชะลอตัว แต่ในด้านบรรยากาศจะเห็นว่ามีความคึกคักตั้งแต่ต้นปี ทั้งในด้านกิจกรรมการตลาด การขาย เนื่องจากค่ายรถออกแรงกระตุ้นตลาดอย่างเต็มที่ เพื่อดึงอารมณ์และกำลังซื้อของลูกค้า ผ่านแคมเปญแรงๆ ไม่ว่าจะเป็น ดอกเบี้ยต่ำ หรือ 0% ระยะเวลาผ่อน 60 เดือน หรือ 84 เดือน และยังมีแคมเปญย่อยที่จะเจาะเฉพาะกลุ่ม เช่น ข้าราชการ เป็นต้น
ในด้านของรถ ก็มีการเปิดตัวอย่างไปแล้วหลายรุ่นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาเช่นกัน และจะยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะจะมีรถรุ่นใหม่ตามมาอย่างต่อเนื่อง
และช่วงนี้และระยะอันใกล้ก็มีรถใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างน้อย 3 รุ่น คือ ทาทา นาโน และนิสสัน นาวาร่า ซีเอ็นจี ที่มีกำหนดเปิดตัวไตรมาส 3 และที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็คือ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซีแอลเอ รถเล็กบนแพลทฟอร์ม เอ-คลาส เป็นรถ 4 ประตู ซีดาน ในรูปแบบ คูเป้ ที่มีความโดดเด่นที่การออกแบบตัวถัง ซึ่งช่วยให้มันมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือ ค่า ซีดี 0.22 ถือว่าดีที่สุดในโลก
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตลาด ซีแอลเอ กับ รุ่น ซีแอลเอ 250 เอเอ็มจี สปอร์ต ซึ่งมาพร้อมกับชุดแต่ง เอเอ็มจี เช่น กันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง ตกแต่งชายล่างของกันชนสีเดียวกับตัวรถ ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า ล้ออัลลอยขนาด18นิ้ว
ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ เช่น โคมไฟหน้าแบบไบซีนอน พร้อมระบบฉีดน้ำทำความสะอาด ไฟเดย์ไทม์แบบแอลอีดี หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามิค
ภายในเบาะนั่งแบบสปอร์ต ทำจากหนังแท้สีดำ เย็บด้วยด้ายแดง เช่นเดียวกับที่แผงประตู และพวงมาลัย เป็นต้น
เครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 1,991 ซีซี 211 แรงม้าที่ 5,500 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตรที่ 1,200 - 4,000 รอบ/นาที อัตราเร่งจาก 0 - 100 กม./ชม. 6.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 240กม./ชม. ราคา 2.64 ล้านบาท
การวางราคาของ ซีแอลเอ จะเห็นได้ว่าเลี่ยงไม่ให้ทับตลาดกับเอ-คลาส ซึ่งใช้แพลทฟอร์มร่วมกัน และเปิดตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยเอ-คลาส มีทั้งเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร และ2.0 ลิตร ราคาอยู่ระหว่าง 1.89-2.49 ล้านบาท
ส่วนนิสสัน นาวาร่า ซีเอ็นจี ก็เป็นอีกตลาดหนึ่งที่น่าสนใจ และนิสสันประกาศชัดเจนแล้วว่าจะทำตลาดแน่นอน หลังจากนำออกไปสำรวจตลาดในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ช่วงปลายมี.ค.ที่ผ่านมา
ผู้บริหารนิสสันพูดไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ปลายปี 2555 แล้วว่า สนใจพลังงานทางเลือก เนื่องจากราคาน้ำมันปรับเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งกระแสความต้องการของผู้บริโภคสูงขึ้น โดยพลังงานที่นิสสันสนใจก็คือ ซีเอ็นจี เนื่องจากเป็นพลังงานที่รัฐบาลสนับสนุน และผู้ค้ามีแผนขยายสถานีบริการเพิ่มมากขึ้น
และไม่เฉพาะนาวาร่าเท่านั้น นิสสันยังมีแผนที่จะเปิดตลาด ซิลฟี่ ซีเอ็นจี ตามมาอีกด้วย
แต่ก็ดูเหมือนว่ามีสิ่งหนึ่งที่แนวคิดจะเปลี่ยนไป ก็คือ อี 85 ซึ่งก่อนหน้านี้นิสสันบอกว่าไม่สนใจทำตลาดนี้ แต่ล่าสุดนิสสันปัดฝุ่นหยิบแผนขึ้นมาทบทวน เดินหน้าศึกษาความเป็นไปได้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะทิศทางของอี 85 ก็มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้น จากการที่มีผู้เล่นเพิ่มมากขึ้น ผู้ค้าก็ขยายสถานีบริการมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐ โดยสำนักพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) บอกว่าเป้าหมายปี 2564 จะผลิตเอทานอนให้ได้วันละ 9 ล้านลิตร และบี 100 วันละ 6 ล้านลิตร
ทั้งนี้ปัจจุบันมีการใช้เอทานอลวันละ 2.4 ล้านลิตร ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ 3-4 ล้านลิตร





