สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น หรือว่า JAMA เป็นองค์กรที่มีบทบาทในการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นทั่วโลก
โดยมี นายอากิโอะ โตโยดะ ซีอีโอ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ญี่ปุ่น เป็นประธาน ปัจจุบัน จามา มีสำนักงานสาขากระจายไปในภูมิภาคต่างๆ ส่วนในไทยและอาเซียนดูแลโดยสำนักงานสิงคโปร์
ทุกๆ ปี จามา จะเดินทางมาพูดคุยกับสื่อมวลชนไทยแบบกลุ่มย่อย ไม่ได้เป็นการสัมภาษณ์ แต่เป็นการตั้งวงสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน เพราะว่า จามา เองก็อยากจะได้มุมมอง ได้ข้อมูลจากสื่อไทยเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องของสถานการณ์ภายใน การเมือง เพราะมีผลต่อเรื่องเศรษฐกิจหรือการลงทุน
หรือบางเรื่องที่เรารู้แต่ จามา ไม่รู้ อย่างเช่น ข่าวที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ บอกว่ามีกลุ่มธุรกิจขนาดย่อมของญี่ปุ่นเตรียมเข้ามาลงทุนหรือขยายกิจการในไทยกว่า 1,000 บริษัท คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็เป็นข่าวที่ จามา อยากรู้จากสื่อไทย เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม จามา ก็เล่าถึงสิ่งที่กำลังดำเนินการ ซึ่งมีหลายเรื่องเช่นกัน โดย นายชินิชิโร โอกะ ผู้อำนวยการทั่วไป กล่าวว่า สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ การผลักดันให้ชาติอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ กำหนดมาตรฐานยานยนต์ร่วมกัน เพื่อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจของทุกประเทศในอนาคต เพราะหากมีมาตรฐานร่วมกัน ก็จะช่วยลดต้นทุนทั้งการผลิต และการตรวจสอบ เพราะไม่ต้องสร้างรถออกมาหลายเวอร์ชั่น เพื่อทำตลาดในแต่ละแห่งที่กำหนดมาตรฐานต่างกัน
แนวทางจัดการของเรื่องนี้จะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เบื้องต้นเริ่มจาก 27 หัวข้อ ที่คาดว่าจะมีการลงนามร่วมกันของภาครัฐในปีนี้ จากนั้นขยับเพิ่มเป็น 51 หัวข้อ และถึงเป้าหมาย 70 หัวข้อในอนาคต
แนวทางการดำเนินการนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องดี แต่ก็คงไม่ง่ายนักในการดำเนินการ ในส่วนของไทยคงไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจากเป็นผู้นำตลาดและอุตสาหกรรม และที่ผ่านมาไทยก็ดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับเพื่อนบ้านคือ มาเลเซียมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งมาเลเซียเป็นประเทศที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่มีอีกหลายประเทศซึ่งไม่มีอุตสาหกรรม หรือมีแต่ไม่ใหญ่นัก การจะขึ้นไปใช้มาตรฐานร่วมกัน อาจจะเป็นปัญหาได้ แต่ จามา ก็เชื่อว่าจะสามารถทำได้ในอนาคต
"ตอนนี้ในอาเซียนมีการพูดคุยกันจนใกล้จะได้ข้อสรุปแล้วว่าจะเอาเวอร์ชั่นไหน จากนั้นจึงเดินหน้าลงนาม โดยคาดว่าน่าจะเป็นระดับรัฐมนตรีของแต่ละประเทศ"
ทั้งนี้ จามา เห็นว่าแม้จะมีความแตกต่างกันมากในขณะนี้ แต่ก็เห็นว่าหลายๆ ประเทศมีพัฒนาการที่ดี และในอนาคตจะขยายตัวได้เร็ว เช่น พม่า แม้ทุกวันนี้ ยังเป็นตลาดที่มีขนาดเล็ก และมีค่ายรถค่ายเดียวที่ไปตั้งโรงงานการผลิต คือ ซูซูกิ แต่ก็เห็นได้ว่าปัจจุบันมีรถใหม่เข้าไปในพม่ามากขึ้น และมีอัตราการขยายตัวแบบก้าวกระโดด
"พม่าเติบโตรวดเร็ว ปีนี้ผมไปพม่ามา 4 ครั้ง ครั้งแรกตอนต้นปี โทรศัพท์มือถือที่ผมถือไปใช้งานไม่ได้ แต่ล่าสุดใช้งานได้ทุกพื้นที่แล้ว นี่เป็นตัวอย่างว่า พอการเมืองนิ่ง การพัฒนาจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว"
อีกหนึ่งประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกัน ก็คือ เรื่องที่ที่มีการพูดถึงกันบ่อยครั้งขึ้นในช่วงหลัง คือ สถานะการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ความน่าสนใจลงทุน และความคิดในการย้ายฐานไปยังแหล่งอื่นแทน หลังจากไทยเริ่มมีปัญหาหลายๆ อย่าง ทั้งค่าเงิน ค่าแรง ปัญหาภัยธรรมชาติ การเมือง ขณะที่หลายๆ ประเทศพยายามกำหนดข้อเสนอที่จูงใจในการลงทุนมากขึ้น แต่ จามา ยืนยันว่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะว่าไทยมีความแข็งแกร่งหลายๆ ด้าน และยังมีแหล่งลงทุนของญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายสิบปี
"การลงทุนต้องดูหลายๆ อย่างประกอบกัน ความมั่นคงทางการเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญ อย่างเช่น ไทย ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ปิดสนามบิน ปิดถนนราชประสงค์ น้ำท่วม แต่ก็ไม่เห็นมีใครถอนตัวจากไทย"
นอกจากนี้ จามา ยังมองว่าอนาคตจะเห็นการลงทุนใหม่ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่มีเทคโนโลยีสูง เช่น ไฮบริด ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ผู้ผลิตญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะในยุคที่พูดถึงการประหยัดพลังงาน และความยากในการหาเชื้อเพลิงมาใช้ในอนาคต
ปัจจุบันไทยผลิตรถไฮบริดแล้ว คือ โตโยต้า กับ ฮอนด้า แต่ จามา เชื่อว่าในอนาคตจะมีเพิ่มขึ้น และลงลึกมากขึ้น นั่นหมายถึงมีการผลิตชิ้นส่วนประกอบที่ใช้เทคโนโลยีสูงในไทย
สำหรับเทคโนโลยีไฮบริด ขณะนี้จะเห็นได้ว่าในเอเชียนั้น นอกจากญี่ปุ่นแล้ว จีนเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่จีนทำได้ดี ก็คือ ต้นทุน อย่างไรก็ตาม จามา มองว่า ญี่ปุ่นยังคงแข่งขันได้ โดยเชื่อว่าสินค้ายานยนต์นั้น ไม่ได้ดูกันที่รถอย่างเดียว แต่ดูที่ความน่าเชื่อถือด้วย
และการที่รถจีนเริ่มต้นรุกเข้ามาในอาเซียนมากขึ้น รวมถึงในศูนย์กลางอย่างไทย ซึ่งล่าสุดมีผู้ประกาศลงทุนระดับหมื่นล้านบาท 2 ค่าย คือ เซี่ยงไฮ้ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ คอร์ปอเรชั่น ที่จะร่วมมือกับกลุ่มซีพี ผลิต เอ็มจีในไทย และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่จะผลิตรถเอสยูวี ฮาวาล จามา มองว่า จะช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมโดยรวมเติบโตมากกว่า ส่วนในแง่การแข่งขัน ด้วยประสบการณ์ยาวนานหลายสิบปีในไทย ทำให้ญี่ปุ่นพร้อมรับมือ
"จามา ต้องทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น ขยายตัวออกไป ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นจีน หรือว่าอเมริกา ก็ตาม" นายโอกะ กล่าว





