ปี 2556 ตลาดรถยนต์เริ่มต้นด้วยความคึกคัก อย่างน้อยก็ในส่วนของสินค้าใหม่ ทั้งรถรุ่นใหม่ และการปรับเปลี่ยนในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์
รวมไปถึงรุ่นพิเศษ ซึ่งมีความหลากหลาย ตั้งแต่รถเล็ก ไปจนถึงรถหรูหรา ราคาแพง และความหลากหลายทางเทคโนโลยี ทั้งรถทั่วไป จนถึงไฮบริด อย่างบีเอ็มดับเบิลยู ที่เปิดตัวพร้อมกัน 8 รุ่น
และยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่ง ก็คือ การขยับตัวของค่ายรถจีน ที่เคลื่อนทุนเข้ามายังเมืองไทยมากขึ้น ซึ่งในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ที่เปิดฉากไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกรทวอลล์ ใช้เวทีเมืองทองธานี ในการประกาศแผนการลงทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ตั้งฐานการผลิตรถพวงมาลัยขวาในไทย
การประกาศของเกรทวอลล์ ถือว่าเป็นค่ายที่ 2 ในระยะใกล้เคียงกัน โดยก่อนหน้านี้ เซี่ยงไฮ้ ออโตโมบิล อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น หรือ เอสเอไอซี ที่ร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ลงทุนมูลค่า 1 หมื่นล้านบาทเช่นกัน สำหรับสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ เอ็มจี และมีแผนใกล้เคียงกัน คือ โดยซีพีบอกว่า เอสเอไอซี วางแผนการผลิต คือ จีนผลิตรุ่นพวงมาลัยซ้าย ขณะที่ไทยจะเป็นฐานการผลิตพวงมาลัยขวาเพียงแห่งเดียว และมีข่าวว่าเร็วๆ นี้ รถอีกยี่ห้อหนึ่ง คือ ฉางเฉิง จะตามเข้ามาสร้างฐานการผลิตในไทยเช่นกัน
การเคลื่อนไหวของค่ายรถจีนไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น ตลาดรถยนต์เมืองไทยต้อนรับรถจากแดนมังกรมาแล้วหลายยี่ห้อ หลายรูปแบบ ทั้งรถขนาดเล็ก ขนาดกลาง ไปจนถึงรถโดยสาร และบรรทุกใหญ่
ชื่อของ ตงฟง โกลเด้น ดราก้อน วู่หลิง หรือ ว่า เฌอรี จึงเป็นชื่อที่เราได้ยินกันอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยได้เห็นตัวรถมากนัก นั่นหมายถึงการทำตลาดประสบความสำเร็จไม่มาก หรือบางรุ่นกล่าวได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จเลย
ในประเด็นนี้ ค่ายผู้มาใหม่ดูเหมือนมองเห็น และยอมรับความเป็นจริงของรถจีนในตลาดไทย เช่น หวัง ซือ ฮุย รองผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายส่งออก บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ จำกัด ที่บอกว่าเห็นภาพความล้มเหลวหลายครั้ง และจะนำมาเป็นบทเรียนในการเปิดตลาดในอนาคต
หวัง บอกว่า ในด้านตัวสินค้า อย่างรถเอสยูวี ฮาวาล ที่จะเป็นรถกลุ่มแรกสำหรับการทำตลาดในไทยนั้น บริษัทมั่นใจในคุณภาพที่ไม่เป็นรองใคร เนื่องจากที่ผ่านมาได้ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาไปมาก แต่ก็เข้าใจได้ว่าเรื่องของราคาสำหรับผู้มาใหม่ และมาจากจีน คงไม่สามารถตั้งราคาเท่ากับรถญี่ปุ่นได้
"เรามีคำจีนอยู่คำหนึ่ง ก็คือ ค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นในช่วงแรกจะไม่สนใจว่าจะขายได้กี่คัน แต่ต้องการทำให้คนไทยได้เห็น รู้จัก และรู้ถึงคุณภาพ"
หวัง ยกตัวอย่างยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นอย่างโตโยต้าที่ต้องเข้าตลาดสหรัฐอเมริกาถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งปัจจุบันสามารถสร้างตลาดได้น่าพอใจ และเป็นเหตุผลว่าทำไมเกรทวอลล์ จึงไม่รีบเร่งการลงทุน แม้จะเข้ามาวิจัยตลาดในย่านนี้มาแล้ว 5 ปี ก็ตาม
ดังนั้น การเปิดตลาดในช่วงแรก ฮาวาล จะตั้งราคาต่ำกว่าคู่แข่ง แต่ไม่มากนัก เพราะไม่อยากให้ติดภาพรถราคาต่ำ ซึ่งจะแก้ได้ยากในอนาคต
ในส่วนของเอ็มจี นพดล เจียรวนนท์ รองประธานกลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรม บริษัท อี.ซี.ไอ. กรุ๊ป จำกัด กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า มุมมองต่อตลาดรถจีนในอดีตที่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสินค้าไม่ตรงกับความต้องการของคนไทย และไม่มีการพัฒนาเท่าที่ควร ดังนั้นในส่วนของเอ็มจีเมื่อจะเข้ามาผลิตและทำตลาดในปี 2557 จะต้องมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางรายการให้เหมาะสมกับตลาด
แต่สิ่งที่ทั้ง 2 ค่ายเห็นตรงกัน ก็คือ โอกาสทางการตลาดของไทยที่ยังมีอีกมาก และที่สำคัญคือ อุตสาหกรรมมีความแข็งแกร่ง เหนือกว่าคู่แข่งในภูมิภาคทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย หรือ อินโดนีเซีย ที่คาดกันว่าในอนาคต ตลาดจะใหญ่กว่าไทยก็ตาม





