วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วอลโว่'เล็งหาพันธมิตรร่วมผลิต

วอลโว่เล็งหาพันธมิตรมาเป็นหุ้นส่วนผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์ทั้งระบบ หวังลดต้นทุนการพัฒนา เพิ่มความสามารถการแข่งขันในตลาดรถสมรรถนะสูง

ปีเตอร์ เมอร์เตนส์ ประธานฝ่ายวิจัยและพัฒนาบริษัทวอลโว่คาร์ กล่าวว่า วอลโว่กำลังมองหาพันธมิตรร่วมผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์ทั้งระบบ โดยที่วอลโว่และบริษัทแม่คือ บริษัทไชน่า ฉีเจียง กีลี่ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ต่างมีสายการผลิตแยกกัน แต่สองบริษัทจะทำงานใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดึงความร่วมมือจากภาคีที่สาม

การหาพันธมิตรร่วมผลิตจะช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาด และความร่วมมือกันภายในกลุ่มกีลี่ โดยในระยะยาว การผลิตรถเล็กเป็นส่วนที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุด แต่ก็เกิดการประหยัดต่อขนาดได้มาก จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่วอลโว่ต้องมองหาความร่วมมือจากพันธมิตรอื่น ๆ

วอลโว่ พยายามดิ้นรนหนีเศรษฐกิจยุโรปที่ตกต่ำ รวมทั้งความกังวลเรื่องความเจริญเติบโตของอเมริกาเหนือและจีน บริษัทต้องการตัดค่าใช้จ่ายลง 158 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป เมื่อพิจารณาการเจริญเติบโตในจีนและสหรัฐอเมริกา ชดเชยกับยอดขายต่ำในสวีเดนและประเทศยุโรปอื่น ๆ บริษัทคาดหวังกำไรโดยรวมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากยอดขายปี 2555 ในจีนตกลงถึง 11% ขณะที่ยอดขายทั่วโลกลดลง 6% เหลือ 422,000 คัน

กลุ่มบริษัทกีลี่ ซื้อวอลโว่มาจากฟอร์ดมอเตอร์ ด้วยมูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2553 หลังจากนั้นบริษัทต้องแข่งขันเพื่อยกระดับวอลโว่ให้เป็นตัวเลือกทรงพลังหนึ่งในตลาดรถหรูหราเหมือนบีเอ็มดับบิลวและเดมเลอร์ เมอร์ซิเดส เบนซ์

ประธานฝ่ายวิจัยและพัฒนาบริษัทวอลโว่คาร์ กล่าวด้วยว่า บริษัทต้องเร่งปรับรูปลักษณ์รถยนต์ให้ทันสมัย โดยยกระดับรถยนต์ 6 รุ่นเพื่อพัฒนาความปลอดภัย ประหยัดพลังงาน ทั้งยังสร้างความดึงดูดใจให้ลูกค้าชั้นนำด้วยการเปลี่ยนชิ้นส่วนถึง 2,500 ชิ้น เพื่อสร้างความรู้สึกหรูหราจนลูกค้าสัมผัสได้

ทั้งหมดนี้ ปีเตอร์ เมอร์เตนส์ เน้นย้ำว่า เป็นทิศทางที่ชัดเจนที่วอลโว่จะมุ่งหน้าสู่ความเป็นรถยนต์คุณภาพเยี่ยม และลงแข่งขันในตลาดรถหรูหราเต็มตัว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ส่งผลต่อปริมาณการผลิตรวมของบริษัทถึง 70% รวมถึงการปรับปรุงรถซีรียส์ 60, 70 และ 80 ให้ทันสมัย เพื่อออกสู่ตลาดในเดือนพฤษภาคม ส่วนราคายังไม่เปิดเผยในขณะนี้

รถรุ่นใหม่ที่ปรับโฉมแล้วมีเทคโนโลยีที่อนุญาตให้คนขับใช้ไฟสูงได้ในความเร็วไม่เกิน 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อส่องสว่างแต่ไม่เป็นอันตรายต่อรถที่วิ่งสวนมา ฮาเกน ซามูแอลสัน ซีอีโอของวอลโว่มั่นใจว่า “ต่อไปนี้บนท้องถนนจะไม่มีใครตาพล่าเพราะวอลโว่อีก”