วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บ.รถยนต์มะกันหันผลิตเครื่องยนต์ดีเซล

ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติมะกัน หันผลิตรถเครื่องยนต์ดีเซล หวังเป็นตัวเลือกให้ผู้บริโภคประหยัดน้ำมัน

หากพูดถึงการแข่งขันผลิตรถยนต์ให้วิ่งได้ไกลกว่าเดิมด้วยน้ำมัน 1 แกลลอน รถเครื่องยนต์ดีเซลก็มีความได้เปรียบขึ้นมาทันที

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รถไฮบริด ซึ่งใช้ทั้งพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน เช่น รุ่นพริอุสของโตโยต้าและรถพลังงานไฟฟ้าอื่นๆ ออกโฆษณาชวนเชื่อมากมาย และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล รถที่มีเครื่องยนต์ดีเซลแบบใหม่ และหัวฉีดสะอาดกว่า รวมทั้งผลิตโดยผู้ผลิตรถยนต์เยอรมนีเคยมียอดจองเหลือไม่กี่คันแต่ตอนนี้ขายได้จำนวนน้อยมาก โดยเวลานี้รถยนต์ดีเซลนับเป็นประมาณ 3% ของยอดขายยานพาหนะในสหรัฐฯ

แต่รถยนต์ดีเซลกำลังจะมีตัวช่วย เมื่อเจเนอรัล มอเตอร์ (จีเอ็ม) ไครส์เลอร์ กรุ๊ป และมาสด้า ต่างเตรียมเปิดตัวรถรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลในปีนี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้รถในสหรัฐฯ

รัฐบาลสหรัฐฯตั้งเป้าทำให้รถยนต์ในประเทศวิ่งได้ 54.5 ไมล์ต่อน้ำมัน 1 แกลลอนภายในปี 2568 หรือราวๆ 2 เท่าของศักยภาพในตอนนี้ ดังนั้นบริษัทรถต่างๆจึงต้องแข่งกันพัฒนาระยะการวิ่งของรถตัวเอง ผู้ผลิตบางรายเน้นผลิตรถไฮบริดและรถพลังงานไฟฟ้า โดยรถเครื่องยนต์ดีเซลมีประสิทธิภาพดีกว่ารถเครื่องยนต์เบนซินขนาดเดียวกันถึง 30% และผู้ผลิตรถส่วนใหญ่ได้พัฒนารถยนต์ดีเซลสำหรับกลุ่มลูกค้าในยุโรป

รถเครื่องยนต์ดีเซลในทุกวันนี้มีระบบอัดฉีดที่สะอาดกว่ารถรุ่นควันดำที่คนอเมริกันจำติดตาตั้งแต่ช่วงก่อนปี 2523 เนื่องจากมีอุปกรณ์ทำความสะอาดระบบไอเสีย แต่เมื่อมีเทคโนโลยีในการขจัดมลพิษก็ทำให้ราคาของรถรุ่นดังกล่าวสูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ น้ำมันดีเซลยังมีราคาแพงกว่าน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ส่วนหนึ่งมาจากถูกเก็บภาษีในอัตราที่มากกว่า

รถยนต์ดีเซลได้รับการสนับสนุนอย่างมากในหมู่ผู้ใช้รถดีเซล โดยในยุโรปซึ่งราคาน้ำมันดีเซลใกล้เคียงกับน้ำมันเบนซิน ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ซื้อรถเลือกใช้รุ่นดีเซลมากกว่ารุ่นเบนซินขณะที่ในสหรัฐฯ รถโฟล์คสวาเกนของเยอรมนีเป็นผู้ครองตลาดรถเครื่องยนต์ดีเซล

ในปี 2555 ยอดขายประมาณ 21% เป็นรถรุ่นดีเซล แต่ไม่ใช่ทุกรุ่นที่ขายในสหรัฐฯที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ในบรรดารถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลหรือเบนซิน มีผู้ซื้อประมาณ 35% เลือกใช้รถรุ่นดีเซล สำหรับรถไฮบริดโตโยต้า แคมรี่ มียอดขายประมาณ 11% จากยอดขายทั้งหมดของโตโยต้า ส่วนที่เหลือเป็นของรถเครื่องยนต์เบนซิน

ทุกวันนี้ รถเครื่องยนต์ดีเซลนับเป็นประมาณ 3% ของยอดขายรถทั้งหมดในสหรัฐฯ นายไมค์ โอโมโตโสะ นักวิเคราะห์จากบริษัททำวิจัยแอลเอ็มซี ออโตโมทีฟ คาดว่า ในอีก 5 ปี ส่วนแบ่งตลาดของรถรุ่นดังกล่าวจะไต่ขึ้นไปที่ 7.5%