ธ.ค. ปีที่ผ่านมา เชฟโรเลต เปิดตัว ตัวแทนจำหน่ายใน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการ
นับว่าเป็นธุรกิจนอกประเทศ ภายใต้การดูแลของสำนักงานใหญ่ในไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งเชฟโรเลตบอกว่านี่เป็นการเดินตามแผนสร้างความยิ่งใหญ่ในอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากที่ผ่านมาประสบความสำเร็จอย่างดีกับตลาดในภูมิภาคนี้ ด้วยยอดขายช่วง ม.ค.-พ.ย.2555 ที่ทำได้รวม 7.92 หมื่นคัน
ที่ผ่านมา เชฟโรเลต ทำตลาดหลักๆ คือในไทยที่มียอดขายสูงสุด และอินโดนีเซีย แต่มองว่า การที่จะผลักดันให้ภูมิภาคนี้ขยายตัวได้อย่างรวดเร็วก็คือ จะต้องเพิ่มเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายให้มากขึ้น และเชฟโรเลต ลาว โดยกลุ่มนะนียม ที่ดำเนินธุรกิจที่หลากหลายในลาว รวมทั้งธุรกิจจำหน่ายรถมือสอง เป็นพันธมิตรรายแรก และเปิดโชว์รูมขนาดใหญ่บนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร กับศูนย์บริการที่สามารถรับรถได้ 30 คัน/วัน ในนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นแห่งแรก
ทั้งนี้เชฟโรเลต ไม่ได้คาดหวังจะทำตลาดเฉพาะในเมืองหลวงเท่านั้น แต่จะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยพันธมิตรอย่างมะนียม ก็พร้อมที่จะขยายการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นใน ปากเซ สะหวันนะเขต คำม่วน หลวงพระบาง และสาขาในเวียงจันทน์ อีก 2-3 แห่ง ในแผนการตลาดปี 2556-2558
เป้าหมายของเชฟโรเลต เป้าหมายของมะนียม ถือว่าน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมองดูขนาดตลาดรถยนต์ใหม่ในลาวที่มียอดขายประมาณ 1 หมื่นคันในปี 2555 ที่ผ่านมา และปีนี้จะอยู่ในระดับ 1.2-1.3 หมื่นคัน ซึ่งหากเทียบกับไทย ยอดขายในลาว 1 ปี เพียงแค่ประมาณ 10% ของยอดขาย 1 เดือน ในบ้านเราเท่านั้น
แต่ทั้งเชฟโรเลต และมะนียม เชื่อว่า แม้ลาวจะมีตลาดที่เล็ก แต่จะเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะย้อนหลังกลับไปปี 2554 ตลาดมีจำนวนแค่ 5,000 คัน เท่านั้น และที่สำคัญก็คือ แนวโน้มความนิยมในการซื้อรถของคนลาวเปลี่ยนแปลงไป จากความนิยมรถเก่าระดับ 1.6 หมื่นคัน/ปี ก็เริ่มเปลี่ยนมาซื้อรถใหม่มากขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจลาวอยู่ในช่วงการเติบโต ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น และที่สำคัญก็คือ มีรถยนต์เข้าไปขายมากขึ้น ทำให้คนมีทางเลือกที่หลากหลาย
ปัจจุบันตลาดรถยนต์ใหม่ในลาว ครอบครองโดย 3 ยักษ์ใหญ่ เริ่มจากฮุนได ที่สามารถแซงหน้าโตโยต้าขึ้นมาสู่อันดับ 1 ส่วนอันดับที่ 3 คือ เกีย รถจากเกาหลีเช่นเดียวกัน
ขณะที่เชฟโรเลต ก่อนที่จะเปิดตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ กลุ่มมะนียม ได้เริ่มทำตลาดนำร่องมาแล้ว 5 เดือน ซึ่งได้รับการตอบรับที่น่าพอใจ และคาดว่าปิดปี 2555 ด้วยตัวเลขการขาย 750 คัน ส่วนแบ่งตลาด 6% ส่วนปีนี้เชื่อว่าจะทำได้ 1,100 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 8%
โดยรถที่เปิดตลาด มีทั้งปิกอัพ โคโลราโด แคปติวา สปาร์ก เซล และครูซ ซึ่งมีแหล่งที่มาจากทั้งไทย จีน และเกาหลี โดยรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ปิกอัพ โคโลราโดจากไทย ซึ่งเป็นรถที่มีราคาจำหน่ายสูงกว่าเมืองไทยพอสมควร เช่น รุ่น 4 ประตู ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคาประมาณ 1.3 ล้านบาท ขณะที่รถเล็กๆ เช่น สปาร์ก มีราคาที่ไม่แพงนัก ประมาณ 4 แสนบาทต้นๆเท่านั้น
ซึ่งทิศทางของลูกค้าก็น่าสนใจ และเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ในไทยที่เป็นฐานหลักการผลิตปิกอัพ ซึ่งไม่ใช่แค่เชฟโรเลตเท่านั้น แต่รวมถึงค่ายอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นโตโยต้า วีโก้ ที่มียอดขายสูงสุดในตลาดปิกอัพ และราคาแพงที่สุด นอกจากนี้ ฟอร์ด หรือ อีซูซุ ก็มีตลาดปิกอัพในลาวเช่นกัน และแน่นอนว่าตลาดนี้ไทยจะยังคงรักษาความเป็นฐานผลิตทั้งพวงมาลัยซ้ายและขวาไปได้อีกนาน
ในส่วนของเชฟโรเลตนั้น ไม่เฉพาะแต่ลาวเท่านั้นที่ให้ความสนใจ แต่ปีนี้ ยังมีแผนเข้าไปเปิดตลาดในกัมพูชา ส่วนพม่า ที่กำลังเปิดประเทศ ก็อยู่ในกลุ่มตลาดที่กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด
"ปัจจุบันเรามีการผลิตรถยนต์ในอาเซียนที่ไทย และอินโดนีเซีย เราพยายามผลิตรถในอาเซียน และใช้ผลประโยชน์ของสิทธิพิเศษด้านการค้าในภูมิภาคนี้ให้สูงสุด" โลรอง แบรเตต์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ประจำประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชฟโรเลต กล่าว





